โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สยบร้ายรัก NC 18+

นิยาย Dek-D

อัพเดต 07 ธ.ค. 2566 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2566 เวลา 14.58 น. • Eternalworld
เผลอนอนด้วยกันคืนเดียว เวรกรรมเเท้ๆของคุณหมอสาว เจอมาเฟียหน้าหล่อตามติดชีวิตยิ่งกว่าเห็บ เขาไม่ยอมให้เธอห่างกาย ไม่ใช่เพราะคว

ข้อมูลเบื้องต้น

เผลอนอนด้วยกันคืนเดียว เวรกรรมเเท้ๆของคุณหมอสาว เจอมาเฟียหน้าหล่อตามติดชีวิตยิ่งกว่าเห็บ

EP 1. วูแมนอินลิมิเต็ดเชิ้ต

“งามไส้!”

หมัดหนักเข้าเสยคางชายร่างบึกบึนอย่างแรง จนหน้าหันเลือดพุ่ง ดีแค่ไหนที่นายแค่ตบเลือดกลบปาก ไม่ถึงขั้นกรอกลูกปืนเข้าคอ กิตติศัพท์ความร้ายกาจของเจ้านายที่ทุกคนรู้ดีนั้นย่อมสำนึกได้ว่า บุญแค่ไหนแล้ว

ร่างสูงสง่า อกผึ่งผายหนักแน่นทะลุเชิ้ตขาว กล้ามเนื้อแข็งแรงบ่งบอกถึงการดูแลร่างกายมาอย่างดีนั้น ตอนนี้เครียดตึง แผ่ออร่าความโกรธร้อนแรงทะลุองศาจนลูกน้องต้องกุมเป้าก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาหรือแม้แต่หายใจเมื่อได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง

“2 วัน ตามผู้หญิงคนนั้นให้เจอ!” ดั่งคำประกาศิศ ก้มหน้ารับคำสั่งแล้วรีบออกตามหาผู้หญิงผู้โชคร้ายคนนั้น

“ไอ้เจค! ไปตรวจกล้องวงจรปิดแล้วมารายงานกู ส่วนไอ้เรย์มึงไปงานกับกู”

“ครับนาย” สองบอดี้การ์ดคนสนิท รับคำสั่งเจ้านายอย่างว่าง่าย ไม่ค้านกวนบาทาเจ้านายในเวลานี้ พวกเขารีบพาเจ้านายบึ่งมาที่เพนท์เฮาส์สุดหรูใจกลางนิวยอร์กเมื่อได้รับรายงานว่าสาวร่างบางเมื่อคืนที่นายพวกเขาพาขึ้นเพนท์เฮาส์ส่วนตัวเป็นคนแรกนั้นหายตัวไป ซึ่งเธอจะหายไปจากที่ที่มีการ์ดล้อมรอบเป็นสิบๆได้ ไม่น่าตกใจเท่า ทำไมเธอถึงหนีไป มีหญิงใดในที่นี้บ้างที่ไม่อยากขึ้นเตียงกับชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าสรรค์สร้าง ผู้เพรียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะอย่าง ‘ฟีนิกซ์ อีเมอร์สัน’

จะว่าเธอไม่รู้จักเจ้านายเขาคงจะไม่ใช่ เพราะเจ้านายมีหน้าโชว์หราขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ แม็กกาซีนฉบับรายวันทุกวัน ล้วนแต่เรื่องดีเรื่องเด่น เรื่องโฉ่ฉาวบ้างประปรายคละเคล้ากันไป

หรือเธอจะทนความดิบเถื่อนของนายไม่ได้นี่ก็ไม่ทราบ แต่เธอคนนั่นช่างน่าสงสาร หากพวกเขาเจอตัวเธอเมื่อไหร่ เธอคงถูกเจ้านายพวกเขาเล่นงานหนักน่าดูเพราะไม่เคยมีใครมาลูบคมเขี้ยวเล็บมาเฟียร้ายอย่าง ฟีนิกซ์ อีเมอร์สัน มาก่อน โดยเฉพาะผู้หญิง เธอเป็นคนแรกที่กล้าทั้งที่นายไม่เคยพาผู้หญิงขึ้นเพนท์เฮาส์ส่วนตัว ไม่เคยสืบหา ติดตาม ถึงขั้นตามล่าหญิงงามอย่างเธอมาก่อนเลย หากเธอโดนหนักในครั้งนี้ คงสรุปได้ว่าอาการเจ้านายก็คงจะ ‘หนัก’ เหมือนกัน

“ไอ้เรย์! ไอ้เรย์ โว้ย!”

“ครับๆ นายเรียกผมจนหูจะบอดเเล้วครับ”

“กูเรียกมึงไม่รู้ตั้งกี่ครั้งเสือกไม่ได้ยิน นี่มึงแอบนินทาอะไรกูในใจอยู่ใช่มั้ยห้ะ!”

ฟีนิกซ์ตะคอกจากเบาะหลัง ยันเท้าขึ้นสูงใส่มือขวาคนสนิทเพราะมันกำลังมองเขาจากกระจกมองหลัง

“เปล่าครับ ผมแค่มีสมาธิกับการขับรถมากไปหน่อย” เรย์รีบแถสีข้างไปก่อน

เฮ้อ เกือบไป ไอ้เรย์เอ้ย

“นายอย่าเพิ่งหงุดหงิดเลยครับ เดี๋ยวนายจะปรับสีหน้าไม่ทันตอนเจอมาดาม”

“มึงนี่วอนตีนกูจริงๆ”

มาดามที่ว่าคือ มาดาม วิด้า อีเมอร์สัน มารดาบังเกิดเกล้าของเจ้านายของเขานั่นเอง

“กูจะอยู่ในงานสักยี่สิบนาทีพอ ไม่มีอารมณ์จะเสวนากับใคร ส่วนมึงก็โทรถามไอ้เจคกับไอ้พวกนั้นทุกห้านาทีว่าได้เรื่องยังไงบ้างเเล้วคอยสะกิดรายงานกูด้วย มึงเข้าใจที่กูพูดมั้ย”

“ผมเข้าใจที่เจ้านายสั่งครับ” เจ้านายช่างสั่งเก่งเหลือเกิน ไหนบอกไม่มีเเรงเสวนากับใครแต่ยังสั่งเขาเป็นชุดขนาดนี้ ลำดับความสำคัญของนายนี่เข้าขั้นลำเอียงแล้ว

นายเห็นเรื่องตามผู้หญิงสำคัญกว่าเสวนากับนักธุรกิจเพราะการพูดคุยจับมือถือเเขนในงานสังสรรค์คนร่ำคนรวยนั้น จุดประสงค์หลักคือการค้าทางธุรกิจมากกว่าการไปละเลียดจิบไวน์กับทานคุกกี้คนละชิ้น อาหารนั้นไม่สำคัญอะไรเลย หนทางสู่การทำเงินสิสำคัญกว่า

“แล้วมึงก็หยุดทำหน้าทะเล้นเล่นหูเล่นตา ที่กูตามผู้หญิงคนนั้นเพราะเธอใส่เสื้อเชิ้ตตัวโปรดกูออกไปหรอก มึงจะไปรู้อะไร เขาปักชื่อกูที่ตะเข็บด้านในเอาไว้ มันเป็นรุ่นลิมิเต็ด กูจะเอาคืน”

โอ๊ะ เจ้านายกู

เรย์ ณ ตอนนี้สามารถกลอกตาดำได้360องศากับเหตุผลที่สุดแสนจะ..เอ่อ ฟังเข้าท่า นายคงรักเสื้อตัวนั้นมากเชียว เสื้อตัวเดียวเเทบพลิกเเผ่นดินหา เจ้านายชั่งน่าเลื่อมใสศรัทธามาก

“รับทราบครับ ผมจะเพิ่มจำนวนลูกน้องให้มากขึ้นครับ เราจะนำพาแค่เสื้อรุ่นลิมิเต็ดของเจ้านายมาอย่างเรียบร้อยพร้อมซักรีดให้ด้วย” เรย์ลองเสี่ยงชีวิตเลียบๆเคียงๆแหย่

“มึงจะเอามาทำไมแค่เสื้อ! ที่กูพูดจนเจ็บคอนี่มึงไม่เก็ท”

“อ้าว” ไอ้เรย์งงครับเจ้านาย หมดกันกิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมน่ายำเกรง ถ้าใครได้เห็นเจ้านายในมุมนี้ต้องร้อง ว้าว กันแน่แท้

หนักแล้วเจ้านายกู

“เจ้านายอย่าห่วงเลยครับ เอาเป็นว่าผมเข้าใจเจ้านายแล้ว รออีกหน่อยเถอะครับ ต้องเจอแน่”

เขาเริ่มจะปวดหัวกับเจ้านายแล้วเวลานี้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อยากจะรีบจบบทสนทนาอันน่าสับสนวนเวียนไว้แค่นี้ เดี๋ยวเขาจะเอาไปเล่าไอ้เจคมันลำบาก แค่นี้ก็งงตัวเอง แต่ก็พอจับใจความได้อย่างนึงว่า

‘เสื้อกับคนใส่นั้นสำคัญพอกัน เอามาให้ครบๆกันทั้งคู่’

EP.2 วูแมนอินลิมิเต็ดเชิ้ต PART2

คฤหาสน์อีเมอร์สัน ณ บัดนี้ ถูกจัดตกแต่งด้วยไฟสีนวลเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูโรแมนซ์ ตามคอนเซ็ปต์ของงานที่มารดาเขาเองเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นมา เป็นงานประมูลสร้อยเพชรพิงค์เลดี้ สร้อยเพชรเม็ดงามสีชมพูอ่อน ของสะสมที่มารดาเก็บรักษาไว้อย่างดี เวลานี้ท่านตั้งใจนำมาประมูลเพื่อนำเงินไปบริจาคเข้ามูลนิธิเด็ก

มารดาของเขาอ่อนโยนเเละจิตใจดีแต่ก็คงต้องแสบแซ่บพอที่สามารถกำราบบิดาของเขาอยู่ในโอวาทได้ ซึ่งวันนี้นั้นบิดาเดินทางไปขับเจ็ทสกีเล่นกับกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกันแถวเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

“นิกซ์ “ เสียงมาดามวิด้าเรียกมาแต่ไกลทันทีที่เห็นลูกชาย ฟีนิกซ์ให้เรย์จอดรถทางด้านหลัง เขาไม่อยากเข้าด้านหน้าเพราะนักข่าวและแขกเยอะ อย่างที่บอกว่าเขาไม่อยากจะสนทนากับใครนักเวลานี้

“ครับ”

ร่างสูงโอบไหล่มารดาที่กำลังหอมแก้มเขาซ้ายขวา

“ทำไมมาทางนี้ล่ะลูก” มาดามวิด้าจับแขนแกร่งของลูกชายสอบถามทันที ด้วยความเป็นแม่นั้นมองหน้าลูกชายปราดเดียวก็รู้ว่ามีเรื่องกลุ้มใจอยู่

“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมแค่ขี้เกียจยิ้ม”

เขาตอบ ได้ยินมารดาส่งเสียงฮือในลำคอ รู้ว่าเขาโกหก

“เอาล่ะ เเม่ขี้เกียจจะเค้น ไหนๆก็มาแล้ว”

ไม่ทันไร บรรดาคุณหญิงคุณนายก็ค่อยๆควงลูกสาวตัวเองเข้ามาหาเขา ซึ่งคนอย่างฟีนิกซ์ไม่แม้แต่จะชายตามองอยู่แล้วกับผู้หญิงที่ถูกใส่พานเข้ามาถวาย

แม้เทพบุตรที่เย็นชาคนนี้จะไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเลยตั้งแต่เข้ามาในงานก็สามารถทำให้บรรดาสาวสวยยินยอมพร้อมถวายตัวกันอย่างที่ใจปรารถนา แต่คงได้เพียงอยากเอาไว้ในใจอย่างรู้ดีว่า ฟีนิกซ์ อีเมอร์สันนั้น ไม่ใช่แค่ยั่วเขาแล้วจะได้ขึ้นเตียง พวกเธออาจจะได้ดวงตาเย็นชาคู่นั้นมองอย่างไม่แยเเสเป็นการสื่อสารทางสายตาที่รู้สึกหน้าชาและอับอาย

ก่อนที่สองแม่ลูกได้กล่าวทักทาย โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงที่เขาตั้งสั่นเอาไว้นั้นก็สั่นเตือน ฟีนิกซ์รีบล้วงออกมารับทันทีเหมือนเป็นสิ่งที่เขากำลังรออยู่ตลอดเวลา ร่างสูงหันหลังและเดินออกไปรับสายโดยไม่สนใจใครอีก ทิ้งให้หญิงสาวที่เข้ามาหาไม่พอใจแต่ต้องรีบรวบรัดเก็บสีหน้าเอาไว้

“ลูกคนนี้นี่” มาดามวิด้าพึมพำเบาๆ แต่เอาเถอะเขายอมมานั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว เธอรู้ดีว่าลูกชายไม่ชอบอะไรแบบนี้

“ได้เรื่องว่าอะไรบ้างไอ้เจค”

เจคอปที่ตรวจกล้องวงจรปิดจากเพนท์เฮาส์ลามไปถึงถนน ตรอก ซอก ซอยต่างๆตามร่างของผู้หญิงร่างบางใส่เชิ้ตขาววิ่งขึ้นแท็กซี่ ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยตรงไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้งซึ่งแถวนั้นมีอพาร์ทเมนท์จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว กำลังจะตามได้แล้วเชียว บังเอิญว่ากล้องวงจรปิดตัวนั้นปิดซ่อมได้จังหวะพอดีเลยไม่รู้ว่าเธอเข้าไปตรงไหนต่อ เมื่อตามแท็กซี่จากกล้องตัวอื่นก็พบว่าหญิงสาวคนนั้นไม่ได้อยู่บนแท็กซี่แล้ว

เจคอปพยายามเล่าเป็นขั้นเป็นตอนให้เจ้านายฟังเผื่อเจ้านายจะเห็นใจว่าเขานั้นตามให้จากกล้องทุกตัวแต่ก็ต้องคลาดกับวูเเมนอินลิมิเต็ดเชิ้ตที่ไอ้เรย์มันเล่าให้ฟัง เจคอปกลั้นหายใจรอฟังคอมเมนต์จากเจ้านายจนลืมหายใจไปจริงๆ

“ไอ้เวรเจคมึง! มีกี่อพาร์ทเมนท์มึงก็ไปตามสิวะ มันต้องมีสักห้องแหละที่มีผู้หญิงคนนั้น” เสียงเจ้านายตะคอกใส่พร้อมเอ่ยคำบัญชา

แม้ว่ามันอาจจะมีเป็นร้อยๆห้องก็ตามที

“ครับ แล้วผมจะแจ้งอีกทีโดยเร็วครับ”

“ดี”

โอเคซึ้ง เจ้านายเขาเปลี่ยนไปมากเชียว

โถ่ คุณผู้หญิงไม่น่าวิ่งเข้าอพาร์ทเมนท์เลย วิ่งเข้าซุปปงซุปเปอร์ท่าจะดีกว่า ง่ายดี

หลังจากวางสายจากเจคอป อารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้วยิ่งทวีเข้าไปใหญ่

“อย่าให้ฉันเจอเธอนะ ไม่รอดแน่” ฟีนิกซ์กัดฟันอย่างหัวเสีย

ผู้หญิงคนนั้นทำเขาหัวเสียตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ ตั้งแต่ที่หล่อนเมาเดินเซมาทำไวน์หกใส่เขา ที่มีตั้งเยอะเเยะทำไมไม่หกตรงอื่น ตอนนั้นในความคิด คิดว่าเจ้าหล่อนจะมายั่วแต่ที่ไหนได้เมาเละ นอกจากทำไวน์หกยังจะมาทำนมหกใส่ ยัยนั่นไม่ได้ใส่ถึงกับโป๊แต่พอล้มใส่แล้วอะไรๆมันก็เข้าองศาสายตาพอดี เขาจำได้ว่า หลังจากที่หล่อนล้มใส่เขาได้สักพักก็มีผู้ชายคนนึงเดินตามมาดึงมือเธอ

“ไวน์ครับ คลาดสายตาแป๊บเดียวคุณมาอยู่ที่นี่เอง”

หญิงสาวที่ถูกจับมือก็สะบัดมือออกอย่างเเรงมาเกาะคอเขาแน่น

“ขอตัวแฟนผมด้วย คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะตัวเธอ”

ผู้ชายคนนั้นพูดกับเขา

เหอะ!

“ช่วยดูดีๆก่อนจะพูด”

เขาว่าไป เสียงเรียบอย่างไม่สนใจและไม่พอใจนัก ผู้หญิงคนนี้มาเกาะเขาเอง ตาก็มี มองไม่เห็นหรือไง

“ไวน์ มาครับคุณเมาแล้ว ให้ผมไปส่ง”

“ฉันไม่ไป! ฉันไม่ใช่แฟนคุณ! อย่ามายุ่งกับฉัน”

เธอไม่ปล่อยมือจากคอแกร่งเลยสักนิดแถมยังเกาะแน่นกว่าเดิม อีกทั้งยังยืนยันเสียงเเข็งปฏิเสธชายคนนั้นถึงจะเมาอยู่ก็เถอะ อะไรของยัยนี่

“ไวน์เหลวไหลน่า คุณเมาแล้ว มาเถอะ” ไอ้หมอนั่นก็ช่าง….

หน้าด้าน!

“คุณ..มอม..ฉัน” เธอว่างั้น

‘เหอะ เขาอยากจะบ้าตาย ที่เยอะแยะทำไมต้องมาสนทนากันบนตักเขาไม่ทราบ’

“ฉันไม่กลับไปกับคุณ ฉันจะรอเพื่อนฉัน”

ใบหน้าเล็กซบลงกับอกเขา ฮึมฮัมในลำคอไม่เงยหน้าไปพูดกับไอ้หมอนั่นสักนิด แปลกใจตัวเอง ทำไมเขาไม่ผลักเธอออกไป ปกติเขาไม่ชอบอย่างแรงให้ใครมายุ่งรุ่มร่ามใกล้ตัว หรืออาจจะเป็นเพราะเจ้าหล่อนนุ่มนิ่มและหอมหวาน เธอใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรเขาอยากรู้ นี่อยากจะซื้อไปฉีดหมอน

“ออกไปซะ ตอนที่ฉันยังมีปราณีอยู่” เสียงเรียบเข้มดังขึ้นอีกครั้งหลังจากทนมานานและด้วยรำคาญเต็มที

“อือ ขอฉันอยู่ด้วยนะ….อย่าไล่ฉัน…คุณช่วยฉันด้วย”

เสียงเล็กขอร้อง เสียงนี้ เขามั่นใจเลยว่าเธอเมา

ที่สำคัญเธอโดนยาปลุกเซ็กส์ล้านเปอร์เซ็นต์

จากการที่เธอกอดเขาอยู่นั้น มือเล็กลูบๆเขาอยู่สักพักแล้ว เธอดูไม่ใช่ผู้หญิงกร้านโลกแต่กลับกันโดยสมบูรณ์ เธอบอบบาง อ่อนต่อโลก เขาพอจะมองออก เเละคงเป็นเหตุผลเดียวที่เธอมีปฏิกิริยาแบบนี้กับเขา

‘ไอ้เวรนั่น’

“ฉันไม่ได้พูดกับเธอ เงียบไปซะ”

“อือ งั้นกลับกันเถอะ” เธอชวนเขาเอง เอ่ยกับปากตัวเอง เพราะฉะนั้น ‘จะไม่มีการเกรงใจใดๆเกิดขึ้น’ เมาไม่ได้สติแบบนี้ถ้าไม่ใช่เขา เธอคงจะพูดแบบนี้กับใครสักคนในที่นี้ หรืออาจจะเป็นไอ้หมอนี่

เพียงแค่คิดเท่านั้น…..

โครม!!

เร็วกว่าความคิดก็ฝ่าเท้าเขานี่แหละ

เท้าแกร่งถีบโต๊ะเล็กยันใส่ผู้ชายตรงหน้าอย่างแรงด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวที่ไม่รอให้มันสงบสักนิดเดียว บอดี้การ์ดคนสนิทที่เขาอนุญาตให้มันสองคนรีแลกซ์ตามสบายที่นี่ได้ยินเสียงเอะอะก็รีบพุ่งมายังตัวเจ้านายอย่างเร็วและจับตัวคนที่เห็นอยู่ว่ากำลังจะมีเรื่องกับเจ้านายตัวเองเอาไว้

“ปล่อยสิวะ พวกมึงเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องของกู” ชายหนุ่มโกรธจัด ดิ้นรนออกจากการจับกุมซึ่งเขาไม่แยแสสักนิด

“เอาออกไป”

“ครับ” เรย์และเจครับคำสั่งจากเขาแล้วลากมันออกไปจัดการตามใจมันสองคน ช่วงนี้พวกมันคันมือคันเท้ายิกๆคงจะดีใจที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่เขามอบให้

ส่วนเขาอยู่ดีๆก็มีของมาให้เล่น มือเล็กที่ลูบๆจนเขาเริ่มลุก เจ้าตัวจะรู้มั้ยว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป

“คราวนี้ก็ตาเธอบ้าง”

“อื้อออ รอตั้งนานแล้วค่ะ ที่นี่ร้อนมากเลย เรากลับกันเถอะ” เธอรอเขาตั้งนาน ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่สินะ เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่มันคืออะไร แถมยังพูดคุยกับเขาเหมือนคนรู้จัก

“ไวน์”

เขาได้ยินไอ้นั่นมันเรียกเธออย่างนี้

“คะ” เสียงหวานตอบในลำคอไม่เต็มเสียงนักและไม่มีท่าทีจะลุกจากตัวเขา

“ชื่อน่าดื่ม”

“คุณอยากดื่มต่อหรอคะ ไวน์ไม่เอาแล้ว ไม่ไหว ไวน์จะนั่งเป็นเพื่อนคุณ ถ้าเพื่อนไวน์มาปลุกด้วยนะคะ”

เขากับเธอยังคงพูดคนละเรื่องเดียวกันอยู่และอย่าพูดว่าหลับเลย เธอต้องตื่นแน่ๆเพราะยากำลังออกฤทธิ์ มือเธอยังไม่แม้จะหยุดลูบวนตามหน้าท้องเขาเลย

“อื้ออออออ”

“ฉันคอแห้ง อยากดื่มไวน์”

EP.3 Mysterious woman is my wifey

ฟีนิกซ์ล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำราคาแพง กดโทรหาบอดี้การ์ดคนสนิท

“มึงเอาไอ้นั่นไปยำที่ไหนก็เรื่องของมึง กูจะกลับเพนส์เฮาท์ ไม่ต้องตามมา”

ประโยคหลังเขาย้ำเสียงเข้ม ขีดเส้นใต้สองเส้นเลยว่า ‘มึงอย่าเสือกมาเคาะประตูเด็ดขาด’ เป็นอันเข้าใจตรงกันแล้วก็วางสายไป

เป้าสนใจของเขาตอนนี้คือหญิงสาวตัวหอม ผมหอม แก้มหอมคนนี้ ฟีนิกซ์อุ้มร่างบางในอก ลุกขึ้นเต็มความสูง สาวเท้าออกจากผับหรู ทุกย่างก้าว ทรงพลัง น่าลุ่มหลงชวนมองและคงไม่มีใครน่าอิจฉาเท่าร่างเล็กนั้นอีกแล้ว

นาทีนี้อย่าได้มีใครมาขัดเขาเชียว

“นิกซ์ลูก”

อีกครั้งกับเสียงเรียกของมารดา ปลุกเขาจากภวังค์ความคิดลำดับเหตุการณ์การพบเจอกันกับผู้หญิงลึกลับคนนั้น คนที่เขายังตามตัวเธอไม่เจอนั่นน่ะ

“มีคนอยากเจอลูกน่ะ นี่คุณเพิร์ลกับหนูพอลลีน ภรรยากับลูกสาวท่านทูตมอร์แกน”

มาดามวิด้าแนะนำสองแม่ลูกให้ลูกชายรู้จัก ซึ่งตัวลูกชายนั้นก็พยักหน้าแล้วยื่นมือไปจับทั้งสองด้วยมารยาทไม่ใช่ด้วยความเต็มใจอีกตามเคย

“เดี๋ยวการประมูลก็จะเริ่มแล้ว ลูกแม่คิดจะประมูลด้วยมั้ย” ผู้เป็นแม่ถามลูกชาย

“คงไม่ละครับ ปล่อยให้คนที่อยากได้เขาไป ผมเองไม่รู้ว่าจะเอาสร้อยเพชรนั้นไปทำอะไร”

ฟีนิกซ์ตอบมารดา จริงๆเขาไม่รู้จะเอาไปทำอะไรนั่นแหละ

“ก็เผื่อจะเอาไปให้ลูกสะใภ้แม่”

มาดามวิด้าเลียบๆเคียงๆถาม ไม่เคยเห็นลูกชายจริงจังกับผู้หญิงคนไหน คนเป็นแม่นั้นได้แต่รอว่าสักวันลูกชายตัวดีจะควงสาวไปเปิดตัว

“คงไม่ล่ะครับ” เขาว่าอย่างรู้ทันมารดา

“พี่ฟีนิกซ์เนื้อหอมแบบนี้ ไม่มีใครจริงหรอคะ”

เป็นพอลลีนที่ถามซ้อนสายตาให้ เขาแค่ไหวไหล่ตอบไปแค่นั้น ผู้หญิงสามคนเห็นแบบนั้นจึงได้แต่หัวเราะเบาๆ

ทางด้านห้องแต่งตัวหลังเวที

กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเดินแบบโชว์สร้อยเพชร ‘พิงค์เลดี้’ ที่เป็นนางเอกของงานในวันนี้ ช่างแต่งหน้าและออแกไนซ์จัดการเดินวนเป็นหนูติดจั่น เหตุเพราะนางแบบที่ต้องสวมสร้อยเพชรที่ว่ายังไม่มาปรากฏตัว หายสาบสูญ ติดต่อก็ไม่ได้

“ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย ทำยังไง ทำยังง้ายยยย”

แอนดรูหรือแอนนี่ ออแกไนซ์ชายไม่จริงหญิงไม่แท้เดินวนไปเวียนมาจนทีมงานในห้องเวียนหัวจนจะอ้วกกันอยู่รอมร่อ

“เจ๊ หนูเวียนหัวคะ” ทอมหรือที่เรียกในวงการว่าทอมมี่ช่างแต่งหน้าสุดแซ่บเอ่ยบอกกับแอนนี่

“นี่ ไหนหล่อนบอกนางแบบเป็นเพื่อนหล่อนไงย้ะ โทรตามสิ”

“โทรเป็นร้อยสายแล้วค่ะคุณแม่” ทอมมี่ตอบจีบปากจีบคอยื่นหน้าจอมือถือให้ดู ยัยเพื่อนคนนี้นี่ยังไง ทำไมไม่รับสายช้านนนนน

“ฉันจะเป็นลม รีบหานางแบบใหม่เลยอีกสิบนาทีจะเริ่มแล้วเนี่ย หล่อนเห็นใครสวยๆในงานรีบไปลากตัวมาเลยนะ” แอนนี่สั่งทีมงานของตัวเอง

“ว้ายยยยยยยย!!!”

จู่ๆเสียงแสบแก้วหูก็ดั่งทั่วห้องซึ่งต้นเสียงมาจากทอมมี่เสียงดีเสียงเด่นนั่นเอง

“แหกปากทำไมย้ะ” แอนนี่หันหน้าไปด่าเพื่อนร่วมงานคนสนิท เห็นมันชี้ๆทำตาโตไปทางประตูอย่างกับเห็นผีเลยหันไปทางนั้นบ้าง

“อ้ายยยยยย!!!!”

คราวนี้เป็นเสียงของออแกไนซ์แอนนี่ซะเอง

สิ่งที่เห็นนั่นไม่ใช่ผีแต่อย่างใด แต่เป็นนางแบบผู้หายสาบสูญมาปรากฏตัวให้ได้เห็นเป็นขวัญตา

“ขอโทษทุกคนนะคะ ไวน์ขอโทษจริงๆ”

‘ไวน์ เวนิตา อธิโยธากุล’ หญิงสาวร่างบาง ผิวขาวอมชมพู ผมยาวปล่อยสลวยดูยุ่งๆอย่างไม่ตั้งใจแต่ดูดีชวนมอง ดวงตาตื่นๆและเสียงหอบเบาๆรีบกล่าวขอโทษทุกคนที่ตัวเองสร้างปัญหาเอาไว้

เธอรีบสุดชีวิตเพื่อมางานที่ได้รับปากมารดาเอาไว้ว่าจะมาช่วยเป็นนางแบบให้กับเพื่อนของท่าน เธอรีบลุกลงจากเตียงหลังจากที่ตื่นมาก็พบว่าร่างกายตัวเองนั้นเปลือยเปล่าไม่หลงเหลือเสื้อผ้าติดตัวเลยสักชิ้น จำได้รางๆว่าเมื่อคืนนั้นเธอเมามากถึงขนาดควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วจบลงที่เตียงกับใครสักคนที่เธอเห็นเพียงภาพถ่ายเขาในห้องนอนก่อนจะออกไปจากที่นั่น

เธออยากจะนั่งร้องไห้เสียใจกับความประมาทของตัวเองและสิ่งที่เสียไปแต่เวนิตาไม่ใช่คนไม่มีความรับผิดชอบ เธอรับปากมารดาไว้แล้วจึงรีบกลับคอนโดด้วยสภาพแบบนั้น สภาพที่ยังเจ็บแปลบตรงกึ่งกลางกาย ไม่อยากจะลุกหรือทำอะไรเลยแต่ต้องรีบคว้าเอาเสื้อเชิ้ตของเขาคนนั้นมาสวมเพราะชุดเธอเองนั้นขาดเป็นวิ่นอยู่บนพื้นแล้วออกมาจากที่นั่นเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและหยิบกระเป๋าที่จัดเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว

“ยัยไวน์!!!” ทอมมี่เพื่อนของเธอรีบปรี่เขามากอดอย่างรวดเร็ว

“ฉันนึกว่างานนี้จะพังซะแล้ว”

“นี่ อย่ามัวดราม่าย่ะ นางแบบมาแล้ว เร็วเลย ให้เวลาหล่อนเนรมิตทุกอย่างสิบนาที” แอนนี่สั่งทอมมี่ เสียงเด็ดขาด ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาดุด่าหรือถามไถ่อะไรทั้งนั้น งานหล่อนต้องมาก่อน

“มาเลย นั่งค่ะ” ทอมมี่ลากตัวเพื่อนสาวมานั่งลงที่เก้าอี้ก่อนที่หล่อนจะเริ่มสะบัดแปรง

“ทอม ไวน์ขอโทษนะ” เวนิตายังรู้สึกผิดที่ทำให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนพราะตัวเธอเอง

“ดูทำหน้า ทำหน้าดีๆสิย้ะ ฉันเป็นใคร ฉันเนรมิตได้ในห้านาทีย่ะ”

แล้วก็ได้ฤกษ์ลงมือ

“อุ๊ย ยัยไวน์”

เวนิตาหันไปมองเพื่อนสาวที่เหล่ตาใส่เธอในกระจก แล้วเธอก็เก็ทในทันที

“แอบแซ่บนะย้ะหล่อน”

ทอมมี่เอ่ยแซว ร่องรอยสีกุหลาบตามคอและหน้าอกของเธอเป็นเหตุ เธอเองก็ลืมไปไม่ทันได้สังเกตตอนที่รีบเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อฮูดตัวหนาของตัวเอง

“ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจหรอกนะ”

“ย่ะๆแม่คนปากแข็ง เดี๋ยวแม่จะโบกรองพื้นให้”

และห้านาทีแห่งการเนรมิตนั้นก็เสร็จสิ้นดั่งคำประกาศ ร่างบางสวยหวานในชุดยาวสีขาวไข่มุกแหวกลึกกลางอกดูเรียบหรูแอบเซ็กซี่ แต่งหน้าโทนอ่อนเข้ากับใบหน้าเรียวที่หวานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แลดูช่างเหมาะสมกับเครื่องเพชรพิงค์เลดี้สีชมพูวาววับเส้นนี้อย่างไม่ต้องสรรหาคำมาอธิบาย มันเหมือนเป็นสิ่งที่คู่กันมา

“เริ่ดสุดเพื่อนฉัน สวยแบบนี้ลาออกเถอะอาชีพหมอ”

เธอถูกเพื่อนสาวหมุนตัวและชมไม่หยุดปากเหมือนจะพอใจมากกับผลลัพธ์ที่ออกมา แต่นี่มันไม่ใช่ตัวเธอเลย ไม่ใช่สิ่งที่ถนัดเลยสักนิดเดียว

“สแตนด์บายคะ” เสียงแอนนี่แว่วดังออกมาให้ทุกคนทุกฝ่ายเตรียมพร้อม เวนิตามือชื้นเหงื่อด้วยความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่ถนัดและไม่เคยต้องออกไปโชว์ตัวหรือเดินแบบมาก่อน

“เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว”

“ให้ฉันผ่าตัดคนไข้ต่อกันสิบชั่วโมงยังง่ายกว่านี้อีก” หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“ถึงเวลาแล้ว ไปกันเถอะค่ะ”

มาดามวิด้าเอ่ยชวนคุณเพิร์ล พอลลีนและลูกชายไปนั่งหน้าเวที แขกทุกคนก็พร้อมกันที่เก้าอี้แล้ว

พิธีกรในงานประมูลวันนี้คือจอห์น เฟอร์แลนด์ คนคุ้นเคยที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรให้ตลอดไม่ว่าจะงานอะไรก็ตาม

“สวัสดีครับทุกท่าน เป็นเกียรติมากที่ได้รับเป็นพิธีกรในวันนี้ อย่างที่ทุกคนได้ทราบกันมาแล้วว่าวันนี้จะมีการประมูลสร้อยเพชรพิงค์เลดี้เส้นงามของมาดามวิด้า อีเมอร์สัน รายได้หลังการประมูลทั้งหมดจะมอบให้แก่มูลนิธิเด็ก มาดูกันครับว่าใครจะได้เป็นผู้ครอบครอง ‘พิงค์เลดี้’ ในวันนี้”

ด้านล่างเวทีนั้น ฟีนิกซ์ก้มมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง เขาเข้ามาในงานเกินยี่สิบนาทีแล้วตอนนี้ ส่วนเจคก็ยังไม่โทรมารายงานสถานการณ์กับเขา ชายหนุ่มอารมณ์เริ่มจะกรุ่นๆขึ้นมาอีกครั้ง

“มีอะไรหรือเปล่าตานิกซ์” มาดามวิด้าเห็นลูกชายก้มๆเงยๆอยู่หลายครั้ง

“ผมมีธุระครับ”

“เดี๋ยวสิลูก งานจะเริ่มแล้ว สักสิบนาทีนะ” ฟีนิกซ์ได้แต่พยักหน้าเพียงเพราะมารดาขอไว้

“ขอเสียงปรบมือให้กับพิงค์เลดี้และนางแบบคนสวยที่ผมแอบไปดูข้างหลังเวทีมาแล้วด้วยครับทุกท่าน”

จอห์นผายมือเชิญนางแบบขึ้นมาบนเวที ฝ่ายซาวด์ก็ทำหน้าที่เปิดดนตรีพร้อมนางแบบที่คู่ควรกับสร้อยเพชรเดินเฉิดฉายออกมา หญิงสาวเดินอย่างมั่นใจ มือเรียวลูบไล้เบาๆไปรอบสร้อยเส้นงาม เป็นการนำเสนอนางเอกของวันนี้ได้อย่างดี ดีเกินกว่าที่เจ้าตัวคิดเอาไว้มากโข

ใบหน้าหวานกับเพชรสีชมพูแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนหวานกว่ากัน ผู้ชมด้านล่างส่วนมากจะเป็นเพศชายที่สตั้นไปกับความงามตรงหน้า ไม่ต่างจากชายร่างสูงคมเข้มอย่างฟีนิกซ์ เขารู้สึกขอบคุณมารดาอย่างยิ่งที่รั้งเขาเอาไว้ไม่ให้กลับไปก่อนจะได้เห็นของดีแบบนี้ คนที่เขาพลิกแผ่นดินหากลับกลายมาอยู่ใต้จมูก ตั้งแต่หญิงสาวออกมาจากม่านด้านหลัง สายตาของเขาก็ไม่โฟกัสสิ่งใดอีกเลยนอกจากใบหน้าสวยหวานของเจ้าหล่อน ไม่มีใครรู้ว่าหล่อนนั้นหวานหอมแค่ไหน มีแค่เขาเท่านั้นที่รู้ ฟีนิกซ์กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจก่อนจะกระตุกยิ้มพอใจอีกครั้ง

หลังจากที่หญิงสาวเดินฟูลเทิร์นจบเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงหยุดอยู่กลางเวที

เวนิตารู้สึกโล่งไปนิดนึงที่จบพาร์ทของการเดินไปแล้ว

“เรียนเชิญมาดามวิด้า อีเมอร์สัน เจ้าของสร้อยเพชรพิงค์เลดี้ขึ้นมาบนเวทีครับ”

จอห์นกล่าวเรียนเชิญ

ขณะที่ดวงตาคู่งามของเวนิตากำลังมองไปยังร่างของมาดามวิด้านั้น เธอกลับไปสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่หนึ่ง เขาคนนั้นจ้องมองมายังเธออยู่ก่อนแล้ว ร่างบางชาดิกอย่างไม่สามารถขยับตัวได้ เหมือนมนต์เสน่ห์อะไรสักอย่างให้ต้องมองและไม่อาจละ ร่างสูงใบหน้าหล่อเหลานั้นโดดเด่นกว่าใคร เธอจำดวงตาและใบหน้าเจ้าเล่ห์นี้ได้…เมื่อเช้าก่อนจะออกมาจากห้อง….ภาพถ่ายนั่น

สองร่างจ้องเข้าไปในดวงตาของกันและกัน ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก เขาพูดอะไรสักอย่าง หญิงสาวพยายามอ่านปากตาม

‘ฉันจำเธอได้’

เวนิตารีบหลบสายตานั้นทันที ร่างเล็กเริ่มสั่นและตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

เวนิตาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงมือใครสักคนแตะแขนเธอ

“หนูไม่เป็นอะไรนะจ๊ะ หน้าหนูดูซีดๆ” มาดามวิด้าถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบและยิ้มให้

“ราคาเริ่มประมูลอยู่ที่สิบล้าน ใครเสนอราคาเท่าไหร่ขอให้ยกป้ายขึ้นครับ ผมนับหนึ่งถึงสาม ราคานั้นจะตกเป็นของผู้เสนอคนล่าสุด”

จอห์นเคาะหนึ่งครั้ง เริ่มประมูลได้

ฟีนิกซ์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม งานนี้มันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เขาคิดเท่าไหร่แล้ว

“20 ล้าน”

เสี่ยหน้าหื่น ซึ่งเขาจำได้รางๆว่าเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่

“40 ล้าน”

“45 ล้าน”

“50 ล้าน” ราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ที่น่าแปลกใจอยู่ที่มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่เป็นคนประมูล

“50 ล้านครั้งที่ 1 50 ล้านครั้งที่ 2” จอห์นเริ่มนับ

“…80ล้าน” เสียงประกาศของผู้ประมูลคนล่าสุด เหตุที่ราคากระโดดขึ้นสูงอย่างรวดเร็วนั้นผู้คนในงานจึงเริ่มแตกตื่นรีบหาเสียงของเจ้าของ

‘เกรย์ คอปป์’ ชายร่างสูง หน้าตาดี ผมหยักศกที่กำลังเดินเข้ามาร่วมประมูลด้วย

“ว้าว ฮอตจริงๆครับมาดามเพชรเส้นนี้”

‘พี่เกรย์’ หญิงสาวพึมพำเรียกเมื่อเห็นเขามองเธอมาแต่ไกล

เวนิตาเองก็แปลกใจที่เห็นเกรย์ที่นี่ เธอเจอเขาที่โรงพยาบาลบ่อยๆจนสนิทกัน ปฏิกิริยาเล็กๆของหญิงสาวไม่อาจรอดพ้นสายตาเหยี่ยวดุอย่างฟีนิกซ์ได้ เธอรู้จักคนนั้นเเถมยังเรียกชื่อมันต่อหน้าเขา

กล้าดียังไง

“80 ล้าน ครั้งที่1 80 ล้านครั้งที่2 80 ล้าน….”

“200 ล้าน”

เสียงเรียบทุ้มกับท่านั่งรีแลกซ์ของฟีนิกซ์ เหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้านกับจำนวนเงินที่มากมายนั่นสร้างเสียงฮือฮาให้คนทั้งงาน สร้อยเพชรจากราคา10ล้าน ทะยานสู่200ล้านรวดเร็วจนน่าตกใจ

“ไหนบอกว่าจะไม่ประมูลด้วย ลูกชายตัวดี” มาดามวิด้าพึมพำ

เวนิตาเองก็ได้ยิน ‘ลูกชายหรอ’

“จะมีใครสู้มั้ยครับ 200 ล้าน ผมจะเริ่มนับ”

ฟีนิกซ์นั่งรอจนครบครั้งที่3

“เชิญคุณฟีนิกซ์ อีเมอร์สัน ขึ้นมารับพิงค์เลดี้บนเวทีครับ สมบัติบ้านนี้ไม่หลุดมือไปให้ใครจริงๆนะครับ” พิธีกรเอ่ยเเซวสองแม่ลูก

“ตอนแรกเขาบอกจะไม่เอาด้วย ไม่รู้อะไรดลใจ” มาดามวิด้าเองที่เม้าท์ลูกชาย

ร่างสูงเปี่ยมด้วยเสน่ห์ล้มหลามขึ้นมาแจมด้วยกันบนเวที สาวเท้าไปยืนข้างร่างพิงค์เลดี้ของเขาก่อนจะก้มหน้าไปกระซิบริมใบหูเล็กของเจ้าหล่อน

“ฉันมารับ…..เธอจะว่ายังไง”

…….

“ฮัลโหล ไอ้เจคถอยทัพ ไม่ต้องหาแล้ว เจ้านายเจอตัวเป็นๆเลยว่ะ”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...