"ปังชา" ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาชนิดไหนบ้าง
วันนี้ “ปังชา” กลายเป็นประเด็นยอดฮิตที่ทุกคนให้ความสนใจ ว่าเมนูขนมน้ำแข็งไสที่มีขนมปังและราดด้วยชาไทยยังขายอยู่ทั่วไปได้หรือไม่ ผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีเมนูลักษณะนี้ต้องทำอะไรต่อบ้าง
กระแสร้านอาหารชื่อดังได้โพสต์ภาพสินค้าของร้าน พร้อมระบุถึง “ทรัพย์สินทางปัญญา” ที่ได้รับความคุ้มครอง พร้อมทั้งสงวนสิทธิห้ามลอกเลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือนำชื่อไปใช้ ทำให้มีข้อสงสัยว่า เรื่องนี้เป็นมาอย่างไร
กรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายว่า ข้อเท็จจริงคือน้ำแข็งไสราดชาไทยมีขายมานานแล้ว จะไม่มีใครจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรแล้วอ้างเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวได้ แต่แบรนด์ที่เป็นข่าวได้มีการจดสิทธิบัตร “ภาชนะที่ใช้ใส่ปังชา” เป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
ดังนั้น ใคร ๆ จะขายน้ำแข็งไสราดชาไทยก็ยังสามารถขายได้ แต่ห้ามใช้ภาชนะที่มีการออกแบบลวดลายและลักษณะเดียวกับที่เขาจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ภาชนะไว้
และหากใครคิดค้นสูตรขนมขึ้นมาใหม่เป็นสูตรขนมที่ไม่เคยมีในประเทศไทยก็สามารถนำมาจดอนุสิทธิบัตรได้ด้วย
จะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคำว่าลิขสิทธิ์ เพราะงานลิขสิทธิ์หมายถึงงานที่เกิดจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์การใช้ศิลปะ เช่น งานวาดภาพ งานวรรณกรรม หรือดนตรีกรรม เป็นต้น
และมีอีกอย่างหนึ่งที่ทางร้านสามารถจดทะเบียนได้นั่นก็คือ การจดขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า ซึ่งจะมีทั้งข้อความ รูปภาพ หรือเสียง เช่น ชื่อร้านต่าง ๆ ส่วนคำว่าปังชานั้น ยังสามารถทำต่อไปได้ แต่ไม่ควรใช้รูปแบบฟอนต์ที่ทำให้นึกถึงแบรนด์สินค้านั้น และที่สำคัญคือ การจดเครื่องหมายการค้าจะไม่ใช้ “คำสามัญ” ที่ใช้เรียกทั่ว ๆ ไปมายึดไว้เป็นเครื่องหมายการค้าของตัวเอง เช่น ร้านผัดกะเพรา
ทั้งนี้ เกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ติดตามข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาและขอคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือ โทร.สายด่วนได้ที่ 1368
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่ออ่านได้ที่ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บริการสืบค้นด้วยภาพ >> https://search.ipthailand.go.th/trademark
ลิขสิทธิ์ >>https://copyright.ipthailand.go.th/
สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร >> https://www.ipthailand.go.th/th/patent.html
สิทธิบัตรออกแบบ >> https://www.ipthailand.go.th/th/designpatent.html