โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวปรับฐานสู่คุณภาพ ตลาด Long-haul รายได้พุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 เม.ย. 2567 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2567 เวลา 02.14 น.

ท่องเที่ยวไทยขยับฐานสู่ตลาดคุณภาพ ชี้หลังโควิดสัดส่วนตลาด Long-haul โตชัดทั้งสัดส่วนจำนวน-รายได้ ตั้งเป้าปี’67 มาร์เก็ตแชร์นักท่องเที่ยวตลาด Long-haul พุ่งกว่า 30% เพิ่มจากปี’62 ที่มี 23% มีสัดส่วนรายได้แตะ 40% เร่งบุกเจาะตลาด “มิดเดิลอีสต์-แอฟริกา” อุดช่วงโลว์ซีซั่น พร้อมเดินกลยุทธ์ Airline Focus กระตุ้นสายการบินเพิ่มไฟลต์ เผยเดือนตุลาคมนี้บิ๊กสายการบินจ่อเพิ่มเส้นทางบินเข้ามาอีกเพียบ

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 2567 นี้เป็นปีที่การท่องเที่ยวได้ขยับสู่ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพอย่างชัดเจน โดยตลาดระยะไกล (Long-haul Market) หรือใช้เวลาบินเกิน 6 ชั่งโมง มีแนวโน้มเติบโตดีอย่างชัดเจน โดย ททท.ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลปีนี้จำนวน 10.8 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 30.8% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด 35.05 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 (ก่อนโควิด-19) ที่มีจำนวน 9.01 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 23% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด 39.9 ล้านคน

โดยมีรายได้รวม 7.69 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ที่ 40% ของรายได้รวม 1.92 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ก่อนโควิด-19 ที่มีรายได้ 6.24 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 33% ของรายได้รวม 1.91 ล้านล้านบาท

ตลาดขยับฐานสู่กลุ่มคุณภาพ

นายศิริปกรณ์กล่าวว่า ในปี 2567 นี้ ตลาดระยะไกลจะมีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ สะท้อนชัดเจนว่าโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนไป โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นพีกซีซั่นของตลาดต่างชาติ พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลมีส่วนแบ่งตลาดถึง 33%

สำหรับปี 2568 ททท.ได้ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวระยะไกลจำนวน 10.62 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 27% มีรายได้รวม 8.69 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 39% ซึ่งจะสะท้อนเทรนด์ใหม่อย่างชัดเจนว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่รายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ แนวโน้มนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลมีจำนวนวันพำนัก และใช้จ่ายมากขึ้น

“มิดเดิลอีสต์-แอฟริกา” รับมือ

นายศิริปกรณ์กล่าวว่า เพื่อให้ตลาดระยะไกลเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปี ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น ททท.จะเร่งทำตลาดกับประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง (Middle East) อาทิ อิสราเอล คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย ฯลฯ และประเทศในกลุ่มแอฟริกา เพราะจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า กลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกา เป็น 2 ตลาดที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าวนี้

“ข้อมูลจากโครงการสำรวจเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศปี 2566 (ม.ค.-ก.ย.) พบว่าตลาดมิดเดิลอีสต์และแอฟริกาจะสวนทางกลับตลาดอื่น ๆ คือ นิยมเดินทางมาในช่วงที่เป็นโลว์ซีซั่นของตลาดอื่น ๆ จึงไม่เห็นภาพการตกท้องช้างในช่วงโลว์ซีซั่น และยังเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความชื่นชอบฝน ความเขียวชอุ่ม ซึ่งเป็นลักษณะทางกายภาพที่บ้านเมืองเขาไม่มี” นายศิริปกรณ์กล่าว

หวนเจาะกลุ่มเดินทางครั้งแรก

นายศิริปกรณ์กล่าวด้วยว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา ททท.ทำการตลาดโดยใช้กลยุทธ์ “ABCD” ได้แก่ A : Airline Focus, B : Big Cities & Beyond, C : Collaboration is Key และ D : Destination for All เพื่อฟื้นฟูตลาดจากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2567 นี้ จะเดินหน้าต่อด้วยกลยุทธ์ “EFG” ประกอบด้วย E : Ecosystem Sustainability สร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนแก่ภาคท่องเที่ยวไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวยุโรปที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

F : Fantastic Four โดยแต่ละตลาดจะเน้นรุกไม่ต่ำกว่า 4 เซ็กเมนต์ เช่น กลุ่มมิลเลนเนียล กลุ่ม LGBTQ+ กลุ่มลักเซอรี่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มดิจิทัลนอแมด กลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ฯลฯ และ G : Go Beyond a Million กำหนดให้แต่ละกลุ่มสำนักงานของ ททท. ในพื้นที่ตลาดระยะไกล ช่วยกันดึงนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยให้ได้เกิน 1 ล้านคน

นอกจากนี้ ในปี 2567 นี้จะมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางครั้งแรก (First Visit) ให้มากขึ้น หลังจากที่ 2 ปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงเปิดประเทศ ททท.เน้นทำการตลาดในกลุ่มเดินทางซ้ำ (Revisit) เป็นหลัก ทำให้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางครั้งแรกลดลง โดยประเทศเป้าหมายในการทำการตลาดเพื่อดึงกลุ่มเดินทางครั้งแรกคือ ไอซ์แลนด์ คาซัคสถาน อิตาลี สเปน ตุรกี เป็นต้น

ตุลาฯนี้มีไฟลต์บินเข้าอีกเพียบ

นายศิริปกรณ์กล่าวต่อไปอีกว่า แผนกลยุทธ์หลัก หรือ Strategic Move สำคัญอีกประเด็นหนึ่งของปี 2567 นี้คือ การมุ่งทำงานร่วมกับสายการบิน หรือที่เรียกว่า Airline Focus โดยตารางปัจจุบัน (Summer Slot) ช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคม 2567 มีจำนวนเที่ยวบินจากตลาดระยะไกลรวมทั้งสิ้น 34,133 เที่ยวบิน รวม 10,525,923 ที่นั่ง

ในจำนวนนี้มีเที่ยวบินจากภูมิภาคตะวันออกกลางมากที่สุดที่ 18,487 เที่ยวบิน รวม 6,210,924 ที่นั่ง รองลงมาคือ ภูมิภาคยุโรป 14,896 เที่ยวบิน รวม 4,108,613 ที่นั่ง

นอกจากนี้ยังมีที่นั่งของสายการบินที่ให้บริการในรูปแบบเช่าเหมาลำ (Charter Airline) อีกประมาณ 216,448 ที่นั่ง อาทิ สายการบิน TUI เส้นทางลอนดอน/แมนเชสเตอร์-ภูเก็ต ประมาณ 11,904 ที่นั่ง สายการบิน Edelweiss เส้นทางสวิตเซอร์แลนด์-ภูเก็ต ประมาณ 16,800 ที่นั่ง สายการบิน Azur Air/Pegas Fly จากรัสเซียเข้าภูเก็ตและอู่ตะเภา ประมาณ 28,357 ที่นั่ง เป็นต้น

และในตารางบินฤดูหนาว (Winter Slot) ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2567-มีนาคม 2568 มีสายการบินเตรียมเปิดให้บริการเส้นทางบินเข้าประเทศไทยเพิ่มเติมอีกหลายสายการบิน อาทิ Condor Airline เปิดเส้นทางบินแฟรงก์เฟิร์ต-กรุงเทพฯ จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเส้นทางบินแฟรงก์เฟิร์ต-ภูเก็ต จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมเป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (เริ่มกันยายน) British Airways มีแผนเปิดเส้นทางบินลอนดอน แกตวิก-กรุงเทพฯ จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 3,984 ที่นั่งต่อเดือน (เริ่มตุลาคม)

สายการบินแอร์เอเชีย มีแผนให้บริการ 4 เส้นทางในยุโรปปลายปีนี้ และมีแผนเปิดให้บริการเส้นทางบินอัลมาตี-กรุงเทพฯ ในต้นปี 2568 สายการบิน Iberojet (สเปน) มีแผนเปิดเส้นทางบินมาดริด-กรุงเทพฯ (เริ่มพฤษภาคม) นอกจากนี้ยังมีสายการบิน Sunday ของคาซัคสถาน เปิดเส้นทางบินอัลมาตี-สุราษฎร์ธานี (เริ่มพฤษภาคม) เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่องเที่ยวปรับฐานสู่คุณภาพ ตลาด Long-haul รายได้พุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...