โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไชน่าทาวน์ห้วยขวาง” คลายมนต์ขลัง ร้านอาหารหมาล่าแห่ปิดกิจการ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 มี.ค. 2567 เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2567 เวลา 00.14 น.

แม้บรรยากาศช่วงค่ำบนถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตห้วยขวาง จะเต็มไปด้วยความจอแจของรถราที่สัญจรไปมา แต่หากมองเข้าไปภายในร้านหมาล่าและอาหารจีน ตลอดจนสองฝั่งข้างทางจะพบว่าคนเดินนั้นบางตา บรรยากาศซบเซาลงอย่างชัดเจน เนื่องจากสำนักงานเขตห้วยขวางปูพรมลงพื้นที่ตรวจใบอนุญาต ประกอบกับเศรษฐกิจที่ไม่ดี และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ทำให้ร้านทุนจีนต่างทยอยปิดกิจการ

“นายประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล” สก.เขตห้วยขวาง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บรรยากาศตลอดถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญซบเซาลงอย่างชัดเจน จากการที่ร้านอาหารจีนจำนวนหนึ่งปิดกิจการลง สืบเนื่องจากช่วงที่เศรษฐกิจดีก่อนการระบาดของโควิด-19 ชาวจีนจำนวนมากเข้ามาในเขตห้วยขวาง และมีการเปิดร้านอาหารจีนเป็นจำนวนมาก จนถูกสังคมขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์แห่งใหม่”

จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้เขตห้วยขวางและถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญมีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยแห่กันมาจนเป็นที่สนใจของสังคม และมีคำถามเกี่ยวกับประเด็น “จีนเทา” ที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย

ปลายปี 2566 ที่ผ่านมา สำนักงานเขตห้วยขวางได้ลงไปกวดขันและตรวจสอบการประกอบธุรกิจของชาวจีนในพื้นที่ เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เช่น คนจีนเข้ามาประกอบอาชีพอะไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นต้น สำนักงานเขตได้ตรวจสอบใบอนุญาตต่าง ๆ เช่น การจดทะเบียนธุรกิจ ตลอดจนอาหารที่นำมาขายนั้นได้รับการรับรองจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่

พบว่ามีร้านอาหารจีนจำนวนมากที่เปิดโดยไม่มีใบอนุญาต สำนักงานเขตจึงออกคำสั่งให้ทุกร้านมาทำใบอนุญาต บางร้านก็สามารถทำได้และทำไม่ได้ เพราะการทำใบอนุญาตมีหลายเงื่อนไข ทั้งต้องทำบ่อดักไขมัน บันไดหนีไฟ ฯลฯ บางร้านมองว่าการทำใบอนุญาตเป็นการผูกมัดและยุ่งยาก หรือที่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากเป็นตึกเช่าไม่ใช่ของตัวเอง และโครงสร้างของตึกไม่สามารถเปิดร้านอาหารได้อย่างถูกต้อง จึงปิดกิจการไป

ประกอบกับเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ได้ดีเหมือนก่อนโควิด เมื่อขายของไม่ดี แต่ต้องถูกกวดขัน และต้องลงทุนร้านเพิ่มเติมเพื่อสร้างอะไรต่าง ๆ บางร้านจึงคิดว่าทำแล้วไม่คุ้ม ก็ปิดตัวลงในที่สุด

“ช่วงที่ห้วยขวางกำลังบูมและได้รับความสนใจในวงกว้าง ธุรกิจร้านอาหารของชาวจีนส่วนใหญ่บนถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญเปิดและตกแต่งร้านกันโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อสำนักงานเขตบอกให้ทำใบอนุญาต ซึ่งมีขั้นตอน บางร้านก็ไม่สามารถทำได้”

ร้านนอมินีจีน 30% ต้องปิดกิจการ

สก.ประพฤทธ์ยังกล่าวอีกว่า ร้านที่ปิดกิจการไปมีประมาณ 30% หรือราว 10 จาก 40 ร้าน บนถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ส่วนมากเป็นร้านหมาล่าและชาบูหม้อไฟที่ลงทุนประมาณ 2-3 ล้านบาท เป็นตึกแถวขนาด 1-2 คูหา และเป็นร้านของคนจีนหรือนอมินีจีน

เมื่อสำนักงานเขตลงไปตรวจ ทางเขตจะให้โอกาสยื่นขอใบอนุญาตใน 15 วัน ถ้ายังไม่ดำเนินการก็จะให้รอบ 2 อีก 15 วัน หากยังไม่ดำเนินการอีกจะสั่งปิดร้าน และถ้าฝ่าฝืนไม่ปิดก็จะเเจ้งความ ส่งศาลดำเนินคดี ถ้าผู้ประกอบการยังไม่ยอมปิดร้านอีกก็จะถูกปรับเป็นรายวัน ร้านที่ถูกปรับก็จะมีตั้งแต่ 2-5 หมื่นบาท

สำหรับร้านที่ถูกปิด ชาวจีนจะให้ร้านอื่นมาดำเนินการต่อ ยกเว้นตึกนั้นไม่สามารถทำเป็นร้านอาหารได้เลย ก็คงจะไม่ทำต่อ

อย่างไรก็ตาม เมื่อสั่งให้ร้านต่าง ๆ มาทำใบอนุญาต คนจีนจะให้คนไทยดำเนินการ ส่วนหนึ่งเพราะพูดภาษาไทยไม่ได้ จึงต้องใช้ล่ามหรือนอมินี ซึ่งก็ไม่สามารถเอาผิดคนจีนได้ เพราะสุดท้ายก็เปิดกิจการในชื่อคนไทย

นอกจากนี้ พื้นที่อื่นของเขตห้วยขวางนอกถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ก็มีการปิดร้านเช่นกัน แต่อาจเป็นที่เอกชน ไม่ใช่ถนนใจกลางเขต และเป็นที่สาธารณะแบบถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซึ่งประชาชนจะสะท้อนปัญหาและเป็นประเด็นมากกว่า

ทั้งนี้ สก.ประพฤทธ์ยืนยันว่า ร้านอาหารจีนที่ยังเปิดอยู่ในปัจจุบันนั้นถูกต้องตามกฎหมายและเสียภาษีถูกต้องทั้งหมดแล้ว จากเมื่อก่อนที่เปิดกันแบบเถื่อนโดยไม่เสียภาษีและไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร

ซบเซาลงชัดเจน

สก.ประพฤทธ์เผยว่า ปัจจุบัน 2 ฝั่งถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด เดิมนักท่องเที่ยวและประชาชนจะมาไหว้เทวาลัยพระพิฆเนศและเดินข้ามฝั่งมาหาของกิน แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีคนข้ามถนนมาแล้ว รวมถึงคนจีนก็ไม่เยอะเท่าเมื่อก่อน

จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงมีผลกับบรรยากาศในพื้นที่ เนื่องจากชาวจีนเปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยว ไปภูเก็ต สมุย พัทยา เกาะล้านมากกว่า กรุงเทพฯ กลายเป็นทางผ่านแทน ไม่ใช่จุดแวะเหมือนเมื่อก่อน เท่าที่ได้สอบถาม พบว่าชาวจีนเที่ยวในย่านนี้รวมทั้งในกรุงเทพฯ น้อยลง เมื่อมาไทยก็ตรงไปที่อื่นเลย

“2-3 ทุ่มก็เงียบเเล้ว จากเมื่อก่อนเที่ยงคืนคนยังเยอะอยู่เลย”

จากการคาดการณ์ส่วนตัว คิดว่าบรรดาร้านอาหารจีนบนถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญน่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกัน 30-40 ล้านบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันคงลดลงมากว่าครึ่งหนึ่ง ประมาณ 15 ล้านบาทเท่านั้น

ข้อเสียที่ร้านอาหารจีนปิดกิจการ ในภาพรวมเศรษฐกิจก็อาจจะดูซบเซา เพราะย่านนี้เคยเกิดการจับจ่ายใช้สอย มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินเป็นจำนวนมาก แม้จะไม่ซบเซาเท่าช่วงโควิด แต่ก็ไม่คึกคักเหมือนเดิมแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่ย่านห้วยขวางเริ่มบูม ชาวบ้านและผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมต่างได้รับผลกระทบ มีเหตุเดือดร้อนรำคาญ ความไม่สงบบ่อยครั้ง ตลอดจนปัญหาจราจร และมลพิษทางเสียงในพื้นที่ซึ่งเกิดจากนักท่องเที่ยว ทำให้ห้วยขวางช่วงถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญกลายเป็นเมืองกลางคืน

แต่เมื่อร้านอาหารจีนเริ่มทยอยปิดกิจการ พบว่าเริ่มเงียบและสงบลง เนื่องจากชาวบ้านเป็นผู้พักอาศัยไม่ได้มีผลประโยชน์จากการที่คนจีนมาเปิดกิจการ การจราจร มลพิษทางเสียง การทะเลาะวิวาท เหตุเดือดร้อนรำคาญลดลง และน่าอยู่น่าอาศัยมากขึ้น

“เงียบมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว ตั้งแต่ต้นปี ขนาดตรุษจีนยังเงียบ อาจเป็นเพราะเขตไม่ได้จัดงานดังเช่นปีก่อน เนื่องจากปัญหาค่อนข้างเยอะ เพราะสุดท้าย เขตห้วยขวางและประชาชนไม่ได้อะไรจากการจัดงาน กลายเป็นไปส่งเสริมคนจีน เหมือนเอาเงินของคนไทยให้คนจีน เพราะซื้อของจีน กินของจีน สุดท้ายเงินก็ตกไปอยู่ที่คนจีน”

สอดคล้องกับที่ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจลงไปสำรวจถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ “นายชนพล ฤทธิ์ทยมัย” เจ้าของร้านขายยาและของชำ “ศรีเจริญ” ที่อยู่ในพื้นที่มานานกว่า 50 ปีเผยว่า จำนวนร้านอาหารจีนที่ปิดตัวลงอาจไม่ได้เห็นภาพชัดเจน แต่ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงคือจำนวนผู้บริโภคที่ลดลง เทียบกับปีก่อนแม้จะเที่ยงคืนก็ยังมีคนเดิน แต่ปัจจุบันช่วงค่ำก็เงียบแล้ว

ค่าเช่าย่านนี้ไม่ได้ถูก ถ้าติดถนน 1 คูหา อยู่ที่ 3-5 หมื่นบาทต่อเดือน ถ้าเช่าก่อนโควิดก็ 5 หมื่นบาทขึ้นไป คนค้าขายด้วยกันมองออก และสังสัยว่า “ทำไมร้านอาหารจีนยังเปิดได้ทั้งที่ไม่มีลูกค้า” ด้วยค่าแรงและวัตถุดิบ ควรจะขาดทุน แต่ร้านยังเปิดได้เหมือนเดิมและอยู่ได้เป็นปี

การที่คนจีนเข้ามาเปิดร้านในพื้นที่ ด้านหนึ่งเป็นผลพลอยได้ นักท่องเที่ยวจีนที่มาย่านนี้จะมุ่งซื้อของจากร้านจีนด้วยกันก่อน ถ้าร้านเหล่านั้นไม่มีของก็จะมาที่ร้านคนไทย แต่ผลกระทบที่ตามมาคือปัญหาจราจร ที่จอดรถในซอย ลำพังคนไทยในพื้นที่ก็เยอะแล้ว ส่วนปัญหาเสียงดัง เมื่อก่อนเที่ยงคืนคนจีนยังทำงานอยู่เลย แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว

“เมื่อก่อนคนจีนจะมาเดินหาห้องเช่าเองเลย ร้านเราก็เคยโดนถาม ถือเงินสดมาเลย ว่าขอแบ่งเช่าได้ไหม สัญญากี่ปีก็ว่ากันไป…ตอนนี้คนจีนน้อยลงมาก แต่ก่อนร้านเราก็ขายคนจีนได้ แต่ตอนนี้แทบไม่มี ต้นปีนี้ลดลงเรื่อย ๆ ถ้าเทียบกับปีก่อน ซึ่งลดลงมาตั้งแต่โควิดแล้ว ต้องยอมรับว่ามีผลกับผู้ประกอบการคนไทยเองด้วย ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการจีน”

ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยังสำนักงานเขตห้วยขวาง พบว่ามีร้านอาหารจีนและซูเปอร์มาร์เก็ตจีนบริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญปิดกิจการแล้ว 12 ร้าน ดังนี้ สุกี้มังกร, เฉาเทียนเหมินหม่าล่าหม้อไฟ, JP Shabu, หม่าล่ามาสเตอร์, กวนไจ่แอลลี, ร้านหยุ่งอุ้ย ซุปเปอร์สโตร์ (สะสมอาหาร), ชวานหยู๋, หงโหลชานทิง, ตวน เสียว เสี่ยว, สุกี้ฟูดา, PIGGY MALA KHAMOO และ ฟู่หวา (ข้อมูล ณ วันที่ 19 มี.ค. 67)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไชน่าทาวน์ห้วยขวาง” คลายมนต์ขลัง ร้านอาหารหมาล่าแห่ปิดกิจการ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...