สู้ชีวิตในยุค"1975"
ข้อมูลเบื้องต้น
ชายชรา
บรึ้นนนนนน เสียงรถที่ขับไปมาดังสนั้นอยู่บนถนนใหญ่ ร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังเหยียบคันแรงเพื่อที่จะไปยังที่หมาย ให้ได้อย่างรวดเร็ว เอี๊ยด!!รถหรูสีดำ ได้มาจอดอยู่หน้าบริษัทใหญ่ชื่อดัง ก่อนที่ร่างของคนในรถ จะลงมา เผยให้เห็นร่างสูงได้มาตรฐานของผู้หญิง เธอนั้นถอดแว่นออกมา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ขนตาที่ยาวงอนสลวย ริมฝีปากบางอมชมพู ผิวขาวดั่งน้ำนม “ท่านประธาน!!ท่านประธานครับ!!”เสียงของผู้ชายสวมสูท วิ่งหน้าตาตื่นมาทางผู้หญิงคนนั้น ด้วยความรีบร้อน
“แฮ่กๆทะ…ท่านประธาน มาได้ทันเวลาเลยนะครับ”ผู้ชายคนนั้นพูดไปพร้อมกับหายใจหอบไป ด้วยความเหนื่อย “พวกเขามาถึงกันแล้วสินะ”เสียงอันทรงเสน่ห์ของเธอกล่าวออกมา
“ใช่ครับ….ท่านประธานรีบขึ้นไปเร็วครับ”เสียงรีบร้อน ก็ยังคงดังไม่หยุด แหมะ! เพียงพริบตาเดียว หยดขาวๆก็ได้แหมะอยู่บนไหล่ของหญิงสาว จากการคุยกัน กลายเป็นเสียงเงียบ เธอหันมามองตรงไหล่ของตัวเอง ก็ต้องพบกับ ขี้นก ที่หยดลงมาบนเสื้อคลุมสีดำสุดแพงของเธอ “เอ่อ…ท่านประธานครับ”ผู้ชายคนนั้นเมื่อเห็นแบบนั้น ก็ถึงกลับอึกอักไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว เธอหันไปมองผู้ชายคนนั้น พร้อมกับยิ้มให้ “เก็บเรื่องนี้ห้ามบอกใคร เข้าใจนะคุณเลขา ไม่งั้น ฉันหักเงินเดือนคุณจริงๆด้วย”เธอรีบกล่าวออกมา ก่อนที่จะรีบถอดเสื้อคลุม พร้อมกับโยนให้กับเลขาของตัวเอง “รบกวนฝากไปทิ้งด้วยนะคะ”เธอกล่าวออกมา พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส “อ้อ แล้วก็ให้คนเอารถฉันไปเก็บด้วย เดี๋ยวขึ้นเงินเดือนให้ล่ะกันนะคุณเลขา!”รอยยิ้มท่ี่เต็มไปด้วยยาพิษ ทำเอาคุณเลขาหนุ่ม อยากจะร้องไห้ออกมา เป็นสายเลือดมากๆ
ประธานสาวเดินเชิดชายเข้ามาในห้องประชุม โดยที่มีทุกสายตาจับจ้องมา ก่อนที่จะเดินไปนั่งหัวมุมโต๊ะประชุม “มาช้าแบบนี้ อย่ามาเลยดีกว่าวีนัส”เสียงของชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ทำเอาคนโดนพูดแบบนั้น ถึงกลับถอนหายใจออกมาทันที “ช้าไป13นาทีเองพ่อ อย่าบ่นเยอะ เรามาเริ่มประชุมเกี่ยวกับโครงงานในครั้งนี้กันเถอะค่ะทุกคน”วีนัส ประธานสาวอายุเพียง21ปีเท่านั้น เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว ของคนใหญ่คนโต เธอเกิดมามีทุกอย่าง จนใครๆก็อิจฉาตาร้อน แต่มีอย่างเดียว ที่เธอดันไม่ชอบมากๆ นั้นก็คือความ"โชคร้าย" และเธอเกิดมาพร้อมกับมัน นั้นจึงทำให้เธอโชคร้ายมาตั้งแต่เด็กๆ ยังดีที่มีโชคดีอยู่เล็กน้อยมากๆ หลังจากการประชุมจบไปอย่างราบรื่น เธอก็มานั่งอยู่ที่ห้องทำงานตัวเอง
“คุณเลขา”วีนัส เธอกล่าวออกมา หลังจากที่นั่งนิ่งมานาน ทำเอาเลขาถึงกลับสะดุ้งโหยงทันที “ครับท่านประธาน”
“ฉันจะไปจีนพรุ่งนี้ เตรียมทำเรื่องด้วย”
“ละ…แล้วงานที่บริษัทล่ะครับ”คุณเลขาเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็ถึงกลับทำหน้าถอดสีกันเลยทีเดียว “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไปไม่นาน แค่อยากจะไปพักผ่อนสักหน่อย แล้วก็ ใกล้จะปีใหม่แล้วด้วย ฉันจะขึ้นเงินเดือนให้พนักงานทุกคน เพื่อที่จะได้เอาไปเที่ยวกับครอบครัว ตกลงตามนี้นะ”เธอหันไปมองเลขาของตัวเอง ที่ยืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงาน
“คะ…ครับ”
เมื่ออีกวันมาถึง วีนัสตัดสินใจบินไปที่จีน เพื่อที่จะไปเที่ยวพักผ่อนสักหน่อย รวมถึงการคิดถึงประเทศจีน เพราะเธอก็ไม่ได้มานานมากๆแล้วด้วย เมื่อลงจากเครื่อง เธอก็ไปต่่อที่โรงแรมที่จองเอาไว้ ก่อนที่จะเช็คเอาท์และเข้าไปที่ห้องนอนของตัวเอง “ฉันรักประเทศจีนนนนน”เธอเปิดผ้าม่าน พร้อมกับกล่าวร้องออกมา ด้วยความดีใจ และมีความสุขมากๆ หลังจากที่จัดของเขาที่เสร็จ เธอก็กะว่าจะไปเดินเที่ยวสักหน่อย เพราะเมื่อเข้าฤดูหนาว หิมะก็จะตกลงมา เธออยากจะเดินทามกลางหิมะที่ตกลงมาเบาๆ เหมือนในซีรีย์บ้าง เธอตัดสินใจที่จะออกไปเดินเล่นทามกลางหิมะสีขาว ที่ตกลงมา
“เย็นได้ใจแม่จริงๆเลย”เธอพึมพำออกมา อย่างมีความสุข ก่อนที่เธอจะไปเดินชนกับชายชราคนหนึ่งเข้า ปึก ตะกร้าของ ของชายชราตกลงสู้พื้น ทำเอาตัวของวีนัสเอง ถึงกลับตกใจมากๆ ก่อนที่จะช่วยชายชราเก็บ “ขอโทษด้วยจริงๆนะคะ”เธอกล่าวขอโทษออกมา เป็นภาษาจีน ชายชราคนนั้นมองมาที่ตัวเธอ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรๆ”ชายชรากล่าวออกมาอย่างไม่ถือโทษ ก่อนที่จะเดินผ่านตัววีนัสไป เธอเมื่อจะเดินต่อ ก็ดันต้องหยุด เพราะเห็นหนังสือเล็กเล็กตกอยู่ ทำเอาเธองงมากๆ เพราะตอนเก็บไม่เห็นว่าจะมีหนังสือเล่มนี้อยู่ด้วย เมื่อหยิบมันขึ้นมา ลมแรงๆก็พัดมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหิมะที่เริ่มตกลงมาอยากหนัก วีนัสที่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบวิ่งกลับไปที่โรงแรมด้วยความรวดเร็ว เมื่อมาถึงห้อง เธอก็เอาแต่จ้องมองหนังสือแปลกๆ ก่อนที่จะหาผ้ามาเช็ด เมื่อเช็ดออกมา ก็พบว่า หนังสือเล่มนี้มีความสวยและหน้าดึงดูดใจมากๆ ใจกลางปกของมันมีรูปหัวใจอยู่ด้วย
“แปลกจัง….”เธอมองหนังสือเล่มนั้นด้วยความแปลกใจมากๆ ก่อนทีจะวางมันเอาไว้ พร้อมกับเดินไปที่กระจกบานใหญ่ของโรงแรม ที่ทำให้เห็นวิวสวยๆได้ เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน วีนัสทำการอาบน้ำแต่งตัวเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่จะมายืนจ้องหนังสือแปลกๆ พร้อมกับใจที่มีความลังเลอยู่ว่า จะเปิดดูดีมั้ย จะดูดีรึเปล่า “เอาว่ะเป็นไงเป็นกันเรา!!!”เธอหยิบมันขึ้นมา พร้อมกับเปิดดูอย่างรวดเร็ว ก็พบว่ามันว่างเปล่ามากๆ ก่อนที่จะมีแสงสว่างส่องมา ทำให้เธอถึงกลับโยนหนังสือเล่มนั้น พร้อมกับกุมขมับทันที “ตายแล้ววีนัส…นี้แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆใช่!ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆฮ่า”เธอกล่าวกับตัวเอง พร้อมกับหัวเราะแห้งออกมาทันที เธอรีบไปปิดไฟ พร้อมกับรีบเข้านอนด้วยความรวดเร็ว
เช้าของอีกวัน เธอตื่นขึ้นมา พร้อมกับความมึนๆ เพราะเธอเอาแต่คิดถึงไอ้แสงประหลาดนั้น จนนอนไม่หลับ หลังจากอาบน้ำอาบท่าเสร็จ เธอก็กะว่าจะลงไปกินข้าวด้านล่าง ปึก! อยู่ดีๆเธอก็ดันไปเตะโดนอะไรสักอย่าง ทำเอาเจ็บไปถึงทรวงเลยทีเดียว เมื่อก้มมองก็เห็นเป็นหนังสือเล่มเดิม ทำเอาเธอถึงกลับถอยหลังอย่างรวดเร็ว “แม่เจ้า….จะบ้าตาย”เธออุทานออกมา ก่อนที่จะรีบเดินออกจากห้องไป พร้อมกับลงไปกินข้าวด้านล่าง หลังจากกินเสร็จ เธอก็กลับขึ้นมาด้านบนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เธอจะไม่ขอแตะต้องหนังสือนั้นแน่นอน “หิวน้ำชะมัด”เธอบ่นออกมา ก่อนที่จะเดินไปเทน้ำ แต่เมื่อเธอยกดื่มขึ้นมา เพียงอึกเดียว โลกทั้งใบของเธอ ก็หมุนทันที ก่อนที่ร่างนั้น จะล้มลงไปกับพื้น ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก็คือร่างของชายหนุ่มรูปหล่อ ที่สวมชุดสูทสีขาว พร้อมกับรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์
“ชะตาของเธอมันถูกให้กำหนดมาเป็นแบบนี้เองสาวน้อย”เสียงทุ้มต่ำและหล่อเหลา ดังขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้เลยสักนิด ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆจางหายไป เหลือไว้เพียงขนนกสีขาว
3วัน
“จะนอนไปถึงไหนกัน”เสียงของผู้ชายหล่อๆ ได้ดังเข้ามาในหัวของวีนัส ตัวเธอเองที่ได้ยินเสียงนั้น ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนแท้นอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะลุงพรวดขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอหันไปอีกด้าน ก็พบกับชายหนุ่มที่หล่อเหลาป่านเทพบุตร ดวงตาคมกริบดูดุๆ คิ้วเรียวสวย ผิวขาวนวล ส่วมสูทสีขาวที่ดูเข้ากับรูปร่างสูงใหญ่ และ!
“ปะๆๆๆงง……ปีก!!!!กรี๊ด!!คนมีปีก!"เธอเมื่อเห็นปีกสีขาว ก็ถึงกับร้องทักขึ้นมาด้วยความตกใจ จนเกือบจะเป็นลมไปอีกรอบ ชายหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาหาวีนัส ที่นั่งอยู่บนแท้นสีขาว รอบๆนั้นเต็มไปด้วยเสาหินอ่อนมากๆมาย “อย่าเข้ามานะ!!”เธอรีบลงจากแท้นอันนั้นทันที พร้อมกับความหวาดระแวงมากๆ
‘กรี๊ด!!ยัยนัส!แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ อากาศหนาวจนเห็นภาพหลอนเลยหรอว่ะ’เธอนึกคิดอยู่ในใจ ด้วยความสติแตกมากๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วจะต้องทำอะไรต่อบ้าง “ก็รู้อยู่หรอนะว่าการอ่านใจคนอื่นมันเป็นเรื่องเสียมารายาท แต่สาวน้อย เธอไม่ได้บ้า และไม่ได้ฝันด้วย”ชายหนุ่มรูปงามกล่าวขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะเจ้าเล่ห์ วีนัสที่ได้ยินแบนั้น ก็ยิ่งถึงกับทำงานเหวอทันที
“ถ้าไม่ได้ฝัน….แล้วฉันอยู่ไหน คุณเป็นใคร!ทะ…ทะ…ทำไมถึงมีปีกด้วย”เธอกล่าวขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงตะกุตะกัก ชายหนุ่มคนนั้นดีดนิ้วเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งบริเวณรอบๆ จะกลายเป็นสีขาว “ยินดีด้วย…เธอตายแล้ว”ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวขึ้นมา พร้อมกับปรบมือแปะๆ ทำเอาวีนัสอ้าปากค้างกันเลย ชายหนุ่มคนนั้นที่เห็นสีหน้าของวีนัส ก็ถึงกับอมยิ้มออกมาทันที
“จะตายได้ยังไง…ฉันแค่กินน้ำเองนะ งงอ่ะ”เธอยังคงมีความมึนงงอยู่ไม่น้อย ไม่เข้าใจเลยว่า ตัวเองจะตายได้ยังไง ทั้งๆที่กำลังยืนกินน้ำอยู่ “น้ำ…เอ๊ะ น้ำ!!!”เธอเมื่อนึกถึงตอนยืนดื่มน้ำ ก็ถึงกับอุทานออกมา ด้วยความตกใจ พร้อมกับเหมือนจะร้องไห้ออกมาซะงั้น
“หน้าสงสารจริงๆ…แต่ฉันเป็นคนทำเอง เพราะชีวิตของเธอถูก กำหนดเอาไว้แล้ววีนัส”ด้วยสิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมานั้น ทำเอาวีนัสถึงกับขมวดคิ้วมุ้น พร้อมกับมองไปที่ชายหนุ่มคนนั้น ด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ “แล้ว…แล้วทำไมต้องฆ่าฉันด้วย…ฮึก…ฉันรู้…ฉันรู้ว่าชีวิตฉันมันมีแต่ความโชคร้าย ฮึก..เกือบตายมาแล้วหลายครั้ง ละ..แล้วทำไมอ่ะ”เธอกล่าวออกมาทั้งน้ำตา เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะสมัยเด็กๆ เธอก็เกือบจะตายตั้งหลายครั้งอยู่แล้วด้วย พอเจอแบบนี้ ใครไม่ช็อคคือแปลกมากๆ
“ฉันยังไม่ได้ลาพ่อเลยด้วย…ฮือออออ…พ่อฉันจะเป็นยังไงฮึก เขาต้องอยู่คนเดียวงั้นหรอ แม่ของฉันก็เสียไปแล้วด้วย ฮึก…ฮืออออ”เธอโห่ร้องออกมาด้วยความเสียใจมากๆ ถ้าเธอไปแล้ว พ่อของเธอก็จะต้องอยู่คนเดียว แล้วจะทำให้เธอได้ไปเกิดแบบสบายๆรึไงกัน เธอทรุดลงนั่งกับพื้นสีขาว พร้อมกับร้องไห้ออกมา “เธอไม่ตายฟรีแน่นอน ฉันจะให้เธอไปอีกยุคหนึ่ง แต่่ก่อนจะไป ฉันมีเวลาให้เธอลาครอบครัว 3วัน แล้วฉันจะมารับตัวเธอไป”ชายหนุ่มได้ยื่นข้อเสนอให้กับวีนัส เธอที่ร้องไห้อยู่ เมื่อได้ยินแบบนั้น ก็เงยหน้าขึ้นมามองทันที ก่อนที่ภาพทุกอย่าง จะดับวูปลงไป
กริ๊งๆๆๆ เสียงนาฬิกาปลุก ได้ดังขึ้นมาด้วยความเสียงดัง วีนัสลืมตาขึ้นมา พร้อมกับเห็นเพดานห้องที่แสนจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก่อนที่เจ้าตัวจะสะดุ้งโหยงลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไปปิดนาฬิกาปลุก “ห้องฉันหนิ…ฉันกลับมาเมื่อไหร่ ….ฮ่าๆความฝันจริงๆด้วยโอ้ยยัยนัส ถ้าจะเพี้ยนจริงๆเลยเรา ฮ่าๆ…..”วีนัสที่กำลังขำออกมา ก็หันไปเห็นหนังสือเล่มคุ้นตา แล้วก็ค่อยๆขำแห้งออกมาทันที ‘เรื่องจริง…นี้กูมีเวลาแค่3วันจริงดิ!!’เธอนึกคิดอยู่ในใจ พร้อมกับแววตา ที่เริ่มฉายแววความเศร้าออกมา ก่อนที่จะทำใจยอมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อเธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ลงมานั่งกินข้าวกับผู้เป็นพ่อ พ่อของเธอมองด้วยความแปลกใจมากๆ เพราะเธอนั้นนั่งกินข้าวเงียบๆไม่พูดไม่จาเลยด้วยซ้ำ
“พ่อคะ…วันนี้เราไปเที่ยวกันดีมั้ยคะ”เธอกล่าวถามขึ้นมา ผู้เป็นพ่อที่ได้ยิน ถึงกับมองด้วยความแปลกใจเลยทีเดียว “นี้ลูกไปกินอะไรมารึเปล่า ร้อยวันพันปี ไม่เคยชวนพ่อไปเที่ยวด้วย”ผู้เป็นพ่อกล่าวถามขึ้นมา ด้วยความแปลกใจอยู่ไม่น้อย วีนัสที่ได้ยิน ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้
“ก็…มันจะปีใหม่แล้ว เราก็ควรจะออกไปเที่ยวกันสักหน่อย อีกอย่าง….หนูอยากจะไปสถานรับเลี้ยงเด็กด้วย นะคะพ่อ”เธอส่งสายตาออดอ้อนไปให้ผู้เป็นพ่อ “ก็ได้”
หลังจากกินข้าวเสร็จ เธอเริ่มออกไปเที่ยวกับพ่อด้วยความสนุก ทั้งไปนั้นไปนี้ พร้อมกับถ่ายรูปเก็บเอาไว้ ไม่นาน สถานที่สุดท้าย ก็คือสถานรับเลี้ยงเด็ก ผู้เป็นพ่อที่เห็นแบบนั้น ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ว่าลูกสาวของคน มาทำอะไรที่นี้ “หนูอยากมีน้องสาวกับน้องชาย…พ่อคงจะไม่ติดอะไรนะคะ”เธอกล่าวขึ้นมา พร้อมกับพยยามไม่ให้เสียงสั่น ถ้าเธอไม่อยู่แล้ว พ่อจะได้ไม่ต้องเหงาด้วย
“คุณวีนัสใช่มั้ยคะ”ผอ.ของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ได้เข้ามาทักวีนัส “ใช่ค่ะ..ฉันอยากจะมารับเลี้ยงเด็กสักสองคน”เธอกล่าวบอกกับผอ.สถานรับเลี้ยงเด็ก ก่อนที่จะพาพ่อเดินเข้าไปด้านใน ด้านในนั้นมีเด็กอยู่มากมาย จนกระทั้งวีนัสรู้สึกถูกชะตากับเด็กสองคนหนึ่ง “สองคนนี้เป็นพี่น้องกันค่ะคุณวีนัส”ผอ.เมื่อเห็นว่าวีนัสมองเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ก็รีบกล่าวบอกให้รู้ทันที
“สวัสดี…ชื่ออะไรกันหรอ พี่ชื่อวีนัสนะ”เธอกล่าวแนะนำตัวกับเด็กสองคนไป ด้วยความเป็นมิตรมากๆ เด็กสอวคนเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็แนะนำตัวกับวีนัสด้วยเช่นกัน "ผมชื่อ…เฟรมครับนี้น้องสาวผมเมย์"เด็กหนุ่มกล่าวแนะนำตัว ด้วยความที่ไม่เกรงกลัว ซึ้งต่างจากน้องสาว ที่มีความกลัวและเขินอายอยู่ไม่น้อย
"วีนัส…จะรับเด็กสองคนนี้สินะ"ผู้เป็นพ่อกล่าวถามขึ้นมา "ใช่ค่ะ…นัสอยากมีน้องเหมือนคนอื่นเขาบ้าง"เธอกล่าวขึ้นมา พร้อมกับรอยิ้มจางๆ
"แล้วคนนี้คือใครครับพี่วีนัส"เฟรมกล่าวถามขึ้นมา ด้วยความสงสัย วีนัสที่ถูกถามแบบนั้น ก็รีบแนะนำตัวให้เด็กทั้งสองได้รู้จัก "คนนี้เป็นพ่อของพี่เอง และเมื่อพวกเธอไปอยู่กับพี่ เขาก็จะถือว่า เป็นพ่อของพวกเธอด้วยเหมือนกัน"เธอตอบคำถามของเด็กหนุ่ม พร้อมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ไม่นานเอก็ตัดสินใจรับเลี้ยงสองพี่น้อง
เมื่อมาถึงบ้าน สองพี่น้องที่เห็น ก็ถึงกับตกตะลึงกันมากๆ วีนัสที่ค่อยสังเกตุมาสักพัก ก็จเห็นเลยว่า ผู้เป็นน้องสาว มีความขี้อายอยู่ไม่น้อยเลย ส่วนคนเป็นพี่ ก็ดูเป็นคนกล้าทำกล้าพูด เธอได้พาสองพี่น้องมาที่ห้อง ก่อนที่จะลงไปคุยกับผู้เป็นพ่อด้านล่าง
"พ่อคะ…นัสต้องการยกบริษัทให้เมย๋ดูแล ถึงยังไง เธอก็อายุตั้ง13ปีแล้วด้วย ส่วนเฟรม อายุ18เมื่อไหร่..ก็ให้เขาเป็นคนดูแลบริษัทต่อจากพ่อเถอะนะคะ"เธอกลาวออกไปตามตรง มันทำเอาผู้เป็นพ่อ ถึงกับทำสีหน้าตกใจเลยทีเดียว ที่ลูกสาวของตัวเองกล่าวออกมา
ยุค1975
วีนัสที่เห็นสีหน้าของผู้เป็นพ่อแล้ว เธอก็ไม่รู้จะพูดออกมายังไงต่อดี เธอต้องการจะจัดการทุกอย่าง ให้มันเข้าที่เข้าทาง พอเธอจากไปแล้ว จะได้ไม่ต้องมากังวลอะไรอีก เมื่อตกเย็น เธอมานั่งมองรูปภาพแม่ตัวเองอยู่ในห้องนอน ด้วยแววตาที่มีแต่ความเศร้า แม่ของเธอนั้น ตายจากไปตอนอายุ10ขวบ เธอจึงอยู่กับพ่อเเค่สองคนเท่านั้น เหตุผลที่แม่ของเธอได้ตายลงนั้น เพราะเข้ามาช่วยเธอจากตอนที่กำลังจะถูกรถชน นั้นจึงทำให้เป็นสิ่งที่ติดตาเธอมาตลอดชีวิต เมื่อวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงวันที่3 วันสุดท้ายของวัน ที่เธอจะต้องไปแล้ว “พ่อคะ….”เธอเข้ามาในห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ พร้อมกับสีหน้าที่เศร้ามากๆ ผู้เป็นพ่อ เมื่อเห็นแบบนั้น ก็อดที่จะเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้
“เป็นอะไรไปวีนัส เกิดอะไรขึ้น”ผู้เป็นพ่อกล่าวถามขึ้นมา ด้วยความสงสัย วีนัสเธอเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ ก่อนที่จะกล่าวขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ “หนู…หนูมาลาค่ะ”เธอกล่าวขึ้นมา พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินลงบนแก้มขาวนวลทั้งสองข้าง ทำเอาผู้เป็นพ่อที่เห็นแบบนั้น ถึงกับต้องรีบลุกขึ้น พร้อมกับเดินมาหาลูกสาวตัวเองทันที
“ลา…ลาไปไหนวีนัส!?”ผู้เป็นพ่อกล่าวถามขึ้นมา ด้วยความสงสัย พร้อมกับความที่เริ่มใจคอไม่ดีแล้วด้วย วีนัสเธอเข้าสวมกอดผู้เป็นพ่อเป็นครั้งสุดท้าย “หนูต้องไปแล้ว มันหมดเวลาของหนูแล้ว ฮึก…พ่อต้องดูแลตัวเองดีๆด้วยนะคะ”เธอกล่าวออกมา พร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นคลอ เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้กับผู้เป็นพ่อได้ฟัง เมื่อได้ฟังจบแล้ว ก็ทำเอาผู้เป็นพ่อ ถึงกับตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“วีนัส!!นี้ลูกแกล้งพ่ออีกแล้วใช่มั้ย!พ่อไม่เล่นนะวีนีส”ผู้เป็นพ่อกล่าวขึ้นมา ด้วยความตกใจ เพราะไม่อยากจะเชื่อ ในสิ่งที่ลูกสาวพูดออกมา วีนัสที่เห็นแบบนั้น ก็ยิ่งน้ำตาไหลอีกครั้ง “พ่อ…หนูรักพ่อมากๆ ต่อไปนี้เมย๋กับเฟรม จะอยู่เป็นเพื่อนพ่อเองนะ….ชาติหน้าหนูขอเกิดมาเป็นลูกพ่ออีกครั้ง”เธอกล่าวขึ้นมาทั้งน้ำตา ก่อนที่จะนั่งลงที่พื้น พร้อมกับก้มกราบเท้าผู้เป็นพ่อเป็นการลาครั้งสุดท้าย ผู้เป็นพ่อที่เห็นแบบนั้น ก็ร้องไห้ออกมา ด้วยความเสียใจ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะต้องสูญเสียลูกสาวของตัวเองไปอีกคน หลังจากที่ก้มกราบลงแล้ว ร่างของวีนัสก็ค่อยๆจางหายไปต่อหน้าต่อตาของผู้เป็นพ่อ ทำเอาเขานั้นถึงกับมองภาพตรงหน้า ด้วยความตกใจมากๆ และเสียใจไปพร้อมๆกันอีกด้วย
“สายน้อย….เจอกันอีกแล้วนะ”เสียงหล่อๆที่คุ้นเคยได้ดังขึ้น ทำให้วีนัสเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนที่จะเห็นร่างของผู้ชายตรงหน้า ก็ทำเอาสีหน้าของเธอ ถึงกับสลดลงทันที ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน “มาเถอะค่ะ…คุณจะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ..ตายฟรีๆชัดๆ”เธอบ่นออกมา พร้อมกับมองด้วยสายตาที่เริ่มจะไม่ชอบใจ พร้อมกับเกลียดโชคชะตาของตัวเองมากๆ ชายหนุ่มนั้น เดินเข้ามาใกล้ๆวีนัส ก่อนที่จะกล่าวขึ้นมา
“ฉันจะให้เธอไปอยู่ในยุค70…เป็นไง ดีมั้ยล่ะ แน่นอนเธอจะไม่ได้ไปมือเปล่า เราจะไปช็อบปิ้งกัน ที่ห้างของโลกวิญญาณ”ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มที่สุดแสนจะหล่อเหลา ซึ่งแตกต่ากจากวีนัส ที่ตอนนี้ทำหน้าเหวอแบบสุดๆ
“มีของแบบนี้ด้วยหรอเนี่ย แล้วทำไมต้องส่งฉันไปที่ยุคนั้นด้วยคุณเทวดา รู้มั้ยห้ะ!!!ยุคนั้นลำบากแบบสุดๆ”เธอกล่าวออกมา พร้อมกับความตกตะลึง เธอเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับยุคนั้นมาก่อน และเธอก็ไม่ต้องการที่อยากจะไปอยู่ในยุคนั้นอีกด้วย เมื่อชายหนุ่มดีดนิ้ว เธอก็มาโพล่ที่ใจกลางห้างแล้ว และมันเป็นห้างที่ใหญ่มากๆ
“หยิบทุกอย่างไปที่ต้องการได้เลย ของในกระเป๋ามิตินั้น จะไม่มีวันหมดและจะไม่มีวันเสียด้วย เชิญเลือกตามใจที่ต้องการ ซึ่งเธอมีเวลาอยู่แค่…20ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนที่รถไฟวิญญาณจะออก ไม่งั้นเธอได้ตกรถไฟแน่ และเมื่อเธอตกรถไฟ เธอก็จะต้องถูกหมานรกส่งไปที่ยุคนั้น อย่างสยดสยอง”เทวดาหนุ่มหล่อกล่าวออกมา พร้อมกับทำสีหน้า น่ากลัวอีกด้วย นั้นจึงทำเอาวีนัสเองถึงกับขนลุกซู่กันเลยทีเดียว เธอไม่รอช้า รีบวิ่งไปหยิบของที่จำเป็นมากๆมา มีทั้ง ถุงข้าว3ถุง ไข่ไก่6แผง เนื้อหมู เนื้อไก่ ของใช้ต่างๆ ที่นอน ผ้าห่ม หมอน หวี และของใช้ที่จำเป็นอีกมากมาย
“คุณเทวดา ฉันเสร็จแล้ว แล้วต้องไปไหนต่อ”เธอเดินกลับมาหาเทวดาหนุ่ม ที่กำลังถูกนางฟ้าและเหล้าวิญญาณสาวรุมอยู่ เมื่อเทวดาหนุ่มเห็นเธอก็รีบปลีกตัวออกมาอย่างรวดเร็ว “เหนือหอมจังเลยนะคะคุณเทวดา”เธอกล่าวแซวเทวดาหนุ่มทันที คนที่ถูกแซวแบบนั้น ก็รีบทำสีหน้า๓มูใจในความหล่อของตัวเอง ด้วยความรวดเร็ว ทำเอาวีนัสอยากจะอ้วก ไม่นาน เทวดาหนุ่ม ก็พาวีนัสมาส่งที่รถไฟวิญญาณ แต่ก่อนที่เธอจะขึ้นไปนั้น ได้หันมามองเทวดาหนุ่ม
“จริงสิ…คุณเทวดายังไม่บอกชื่อฉันเลยนะคะ”เธอกล่าวถามขึ้นมา ด้วยความสงสัย เทวดาหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้น “เรียกฉันว่า คาเตอร์ก็พอสาวน้อย”เทวดาหนุ่มกล่าวบอกไป พร้อมกับทำสีหน้าที่แสนจะเจ้าแผนการ หลังจากที่วีนัสขึ้นรถไฟ ร่างของเทวดาหนุ่ม ก็ได้สลายหายไป เหลือไว้เพียงขนนกสีขาวสะอาดเท่านั้น
“มี่ๆตื่นได้แล้ว เดี๋ยวย่าจะด่าเอาได้นะ มี่ๆ”เสียงหวานๆของผู้หญิงดังขึ้นข้างกายม่านมี่ ก่อนที่เธอจะลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบกับใบหน้าที่แสนจะไม่คุ้นเคยเลยสักนิด “เห้ย!”เธอลุกขึ้นนั่งด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับอุทานออกมาซะเสียงหลง ทำเอาผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับมีสีหน้าแปลกใจอยู่ไม่น้อย
“มี่ๆตื่นแล้วก็รีบไปล้างหน้าทำความสะอาดร่างกายตัวเองซะ ย่ามาเห็นเดี๋ยวจะโดนดุอีก"เจ้าของเสียงหวานๆกล่าวบอกขึ้นมา เธอมีใบหน้าที่สวยมากๆ ผิวขาว ดวงตาที่ดูมีเสน่ห์ แต่ติดอยู่อย่างเดียว เธอนั้นมีร่างกายที่ดูผอมแห้งมากๆ ผู้หญิงคนนั้นกล่าวจบ ก็รีบลุกขึ้น พร้อมกับเดินผ่านผ้ายาวๆที่กั้นไว้ออกไปทันที เมื่อเธอคนนั้นออกไป ความทรงจำมากมาย ก็เข้ามาในหัวสมองของเธอเอง อย่างรวดเร็ว ภาพความทรงจำตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลก และความทรงจำของปัจจุบันอีกด้วย
ความทรงจำพวกนี้ ทำเอาเธอรู้สึกปวดหัวเจียนตายเลยทีเดียว เธอกุมขมับตัวเองด้วยความเจ็บปวดมากๆ ก่อนที่จะเรียบเรียงเรื่องราวให้เข้าที่เข้าทาง ‘เจ้าของร่างนี้ชื่อ ม่านมี่สินะ อืมๆชื่อเพราะดีจัง เป็นลูกสาวคนรอง มีพี่สาว1คน พ่อเป็นลูกชายคนรองของบ้านหยาง พ่อแม่ไม่ชอบเมียพ่อ แม่โดนรังแก พี่สาวโดนรังแก ตัวเองก็โดน อะไรมันจะขนาดนั้นว่ะพรี่!!!!’เธอนึกคิดในใจ พร้อมกับความที่จะสติจะแตกจริงๆ เธอมองไปรอบๆห้อง ก็พบว่าห้องนั้นดูไม่ดีมากๆ ฟูกก็แข็ง เพดานห้องก็ดูไม่ได้ หมอนก็ดูไม่ได้ ประตูไม่มี ใช้ผ้ามากั้นเอาไว้