โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] Badland Hunters: อันธพาลโลกล่มสลาย แต่หนีไม่พ้นสไตล์หนังซอมบี้ ที่ก็ยังจัดไม่เต็ม

BT Beartai

อัพเดต 28 ม.ค. 2567 เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2567 เวลา 06.40 น.
[รีวิว] Badland Hunters: อันธพาลโลกล่มสลาย แต่หนีไม่พ้นสไตล์หนังซอมบี้ ที่ก็ยังจัดไม่เต็ม

เรื่องย่อ: นัมซาน คือผู้พิทักษ์ของชุมชนหลังจากเกาหลีเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จนอารยธรรมสูญสลาย น้ำและอาหารกลายเป็นของมีค่า แล้วข่าวลือว่ามีอาคารที่ยังปลอดภัยมีระบบทำน้ำสะอาดอยู่ ก็แพร่เข้ามาถึงชุมชนอันแห้งแล้งแห่งนี้

เดิมทีนี่เป็นหนังที่วางตัวเป็นจักรวาลเดียวกันกับ ‘Concrete Utopia’ (2023) จึงไม่แปลกที่พล็อตเรื่องอะพาร์ตเมนต์สุดท้ายที่ยังเหลือรอดหลังวิกฤตแผ่นดินไหวจะทำให้รู้สึกคุ้น ๆ อยู่ไม่น้อย แต่บรรยากาศการนำเสนอนั้นต่างกันพอสมควร ในขณะที่ ‘Concrete Utopia’ เป็นหนังเครียดข้นจริงจัง หนังเรื่องนี้จะดูเบาสบายเพลิน ๆ เอามันมากกว่า

จุดขายของหนังเรื่องนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือการโชว์ใบหน้าที่เราคุ้นเคยของ มาดงซอก เป็นตัวนำ โดยเอาบริบทแบบโลกล่มสลายมาเพิ่มความน่าสนใจ แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนหนังแอ็กชันเกาหลีหรือหนังมาร์เวล ก็อาจจะกล่าวสลับกันได้ว่าพล็อตหนังน่าสนใจแล้วมีมา ดงซอกประกอบ แต่อย่างไรก็คงตัดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้

มา ดงซอก (Ma Dong-seok) หรือ ดอน ลี อาจเป็นดาราเกาหลีคนหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ทำให้คนทั่วโลกจดจำได้ ไม่ใช่ด้วยความหล่อเหลาแบบเกาหลี แต่ด้วยรูปร่างใหญ่ สีหน้าเมินเฉยไม่แสดงอารมณ์ และบทบาทพี่ใหญ่นักบู๊หน้าตาโหดแต่แฝงความอ่อนโยน โดยเฉพาะการประกบ กงยู (Gong Yoo) ใน ‘Train to Busan’ (2016) จนโกอินเตอร์เต็มตัวในหนังมาเวลที่ฉายทั่วโลกอย่าง ‘Eternals’ (2021) ในบทเทพนาม กิลกาเมช

ใน ‘Badland Hunters’ หรือ ‘นักล่ากลางนรก’ มา ดงซอกก็ยังได้รับบทสไตล์เดิม ข้อดีคือทำให้เราเข้าใจตัวละครนี้ได้รวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันเมื่อดูไปเรื่อย ๆ ก็อาจพูดได้อีกว่าผู้สร้างเอาจุดนี้มาโกงอยู่นิด ๆ เพราะพื้นหลังตัวละครนี้เบาบางจนหาความโดดเด่นจากตัวละครของเขาในเรื่องอื่นได้น้อย จะบอกว่าถ้าหนังตั้งชื่อใหม่ว่า ‘มา ดงซอก ตะลุยโลกทะเลทราย’ ก็คงไม่ผิด

Badland Hunters
Badland Hunters

แต่มันก็อาจเป็นความฉลาดของผู้กำกับอย่าง เฮียวมยองฮึง (Heo Myeong Haeng) ที่แม้จะมีผลงานในฝั่งสตันท์แมนมาหลายเรื่องอย่างบทสมุนของแก๊งอันธพาลใน ‘Oldboy’ (2003) แต่นี่คือผลงานกำกับเรื่องแรกของเขา แถมมีสเกลที่ค่อนข้างใหญ่เพราะฉากหลังเป็นโลกยุคอารยธรรมล่มสลายที่ทั้งจริงจังและแฟนตาซี ดังนั้นอะไรที่ทำได้ง่ายที่สุดก็ต้องง่ายไว้ก่อน

และต้องบอกว่ามันลงตัวดีพอสมควร กับความง่ายในการดูหนังแอ็กชันที่มีเส้นเรื่องแค่ประคองให้เราตามลุ้นไปได้ กับบทพี่ใหญ่ นัมซาน กับลูกมือหนุ่ม (อีจุนยอง – Lee Joon-young จาก ‘D.P.’) พ่อค้าเนื้อของชุมชนชาวบ้านอ่อนแอ ที่เคยมีอดีตแค้นกับพวกแก๊งอันธพาลที่ตระเวนปล้นชุมชนต่าง ๆ ทั้งเอาข้าวของและผู้คนไปขาย ชุมชนแห่งนี้อาจเป็นแห่งเดียวที่ยังปลอดภัยเพราะมีนัมซานปกป้องไว้

จนเมื่อข่าวลือเรื่องอะพาร์ตเมนต์เดียวดายที่ยังปลอดภัยจากแผ่นดินไหวและมีระบบทำน้ำประปาของตัวเองลอยเข้ามาสู่ชุมชน และครอบครัวที่มีลูกวัยรุ่นได้รับการเชื้อเชิญไปอาศัย จนเด็กสาว ซูนา ( โนจองอี – Roh Jeong Eui จาก ’18 Again’) ที่นัมซานให้ความเอ็นดูตัดสินใจไปอยู่อะพาร์ตเมนต์ แล้วภายหลังปรากฏว่ามันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด นัมซานจึงออกเดินทางตามล่าหาพวกคนจากอะพาร์ตเมนต์ดังกล่าวเพื่อช่วยซูนากลับมา

Badland Hunters
Badland Hunters

แต่หนังก็ยังเพิ่มความไซไฟเข้าไปอีก โดยมีเรื่องของการวิจัยเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตฆ่าไม่ตายเพื่ออยู่รอดกลางทะเลทราย จนมีกลิ่นผสมความเป็นหนังซอมบี้และหนังแวมไพร์ในครึ่งหลัง ซึ่งต้องบอกว่ามันมีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นหนังที่ออกทะเลเอามาก ๆ แต่ด้วยบรรยากาศแอ็กชันไซไฟที่ไม่ได้ใส่เงื่อนไขมายากเกินไปแต่แรก มันจึงเอาตัวรอดไปได้เพลิน ๆ แต่ถามว่าถ้ามาทางหนังสัตว์ประหลาดหนังซอมบี้ แล้วมีการนำเสนอในหนังแค่นี้ มันก็ไม่ค่อยสุดเท่าไหร่นัก น่าเสียดายเหมือนกัน

ด้านฉากแอ็กชันต่าง ๆ ก็ทำได้สนุก โดยพวกเงื่อนไขที่ต้องสังหารด้วยการทำลายศีรษะเท่านั้นก็ทำให้หนังมีรสชาติที่แปลกตาขึ้น เพราะตัวร้ายก็มีทั้งที่สติสัมปชัญญะปกติมีความเฉลียวฉลาด พวกเพี้ยนแบบบูชาลัทธิ และพวกที่เสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว ทำให้ดีไซน์การต่อสู้นั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่ดิบ ๆ จนถึงเว่อ ๆ ไม่เสียชื่อที่ผู้กำกับเป็นสายสตันท์แมนมาก่อน ทว่าก็ยังไม่ใช่งานที่มีสไตล์น่าจดจำเป็นเอกลักษณ์อย่างพวกผู้กำกับสายสตันท์ที่ดัง ๆ เคยฝากฝีไม้ลายมือไว้ ก็อาจต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปเช่นกันสำหรับผู้กำกับเฮียวมยองฮึง แต่สำหรับเหล่านักแสดงในเรื่องถือว่าฉายแสงน่าดูน่าชมกันทุกคน

ดูไปดูมามันก็มีความเล่าง่ายนำเสนอง่ายแบบหนังไซไฟแบบไทยเหมือนกัน ตั้งแต่ซีจีจระเข้ มาแก๊งอันธพาลหน่อมแน้มให้อมยิ้ม จนมาถึงชุมชนอุดมคติที่น่าสงสัยภายใต้การคุมของกองทัพและนักวิทยาศาสตร์เพี้ยน แม้เต็มไปด้วยองค์ประกอบหลากหลาย แต่พี่เกายังกลบบาดแผลได้ด้วยโปรดักชันที่ทำถึง และการแสดงที่เอาจริงเอาจังตั้งแต่ตัวนำจนตัวประกอบที่ไม่มีหลุด มีความเข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนตัวเองแล้วไม่ทำเกินมือ นับเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูสนุกได้ในวันว่างเช่นกัน

Badland Hunters
Badland Hunters

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Badland Hunters
Badland Hunters

Badland Hunters บท 5.5 โปรดักชัน 6.5 การแสดง 6.5 ความสนุกตามแนวหนัง 7.5 ความคุ้มค่าการรับชม 6.5 จุดเด่น นักแสดงที่ออร่าเด่นกันแทบทุกคน สร้างตัวละครจำได้ง่ายและน่าสนใจ เช่นเดียวกับเนื้อเรื่องที่แม้มีความไซไฟและโปรดักชันใหญ่โต แต่ก็ไม่เล่นท่ายากจนหนังคุมไม่อยู่ ดูได้สนุกเอามันเพลิน ๆ จุดสังเกต หนังยังดูถ่อมตัว ไม่ทำให้สุดในทางที่อยากไป โดยเฉพาะว่าโลกล่มสลายแต่เหมือนทั้งเกาหลีจะเหลือคนอยู่ไม่เกินร้อยคนซึ่งดูประหลาดพอสมควร ผู้กำกับที่ทำหนังเรื่องแรกอาจยังบริหารข้อจำกัดในการเล่าเรื่องของตัวเองได้ไม่ดีนัก 6.5

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...