โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ชวน” อดีตนายกฯ ไม่ผิดวิจารณ์ คดี “ทักษิณ” ฟ้องหมิ่น

INN News

เผยแพร่ 26 มี.ค. 2567 เวลา 04.36 น. • INN News

ศาลยกฟ้อง ชวน ไม่ผิดคดีหมิ่นประมาท ทักษิณ ปมพูดถึงระบบทักษิณและการแก้ปัญหาไฟใต้ ชี้มีสิทธิ์พูด ในฐานะนักการเมือง-อดีตนายกฯ

วันนี้ ( 26 มี.ค. 67) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาทหมายเลขดำ อ.1590/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326,328

โดยอัยการโจทก์ ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิด สรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 55 เวลากลางวัน จำเลยหมิ่นประมาท นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างการบรรยายในงานเปิดงานโรงเรียนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

โดยมีการพูดถึง รูปแบบการปกครองทุกอย่างต้องพัฒนาไปข้างหน้า แต่เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาจึงเกิด องค์กรอิสระขึ้นมา เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) แต่เมื่อระบบทักษิณเกิดขึ้นก็ใช้วิธีการนอกกฎหมาย”

รวมถึง พูดถึง ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ระบุว่า ไฟใต้มอดแล้วในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อนายทักษิณ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีกลับใช้คำว่า "โจรกระจอก" และมียกเลิกศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) หันมาใช้นโยบาย “ฆ่าหมดก็จบตรงนี้คือที่มาของการนองเลือดในปัจจุบันนี้…”

โดยคำพูดต่างๆ ของนายชวน จำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษ จำเลยตามความผิดด้วย ทั้งนี้ ศาลอ่านพิพากษาประมาณ 1 ชม. จากนั้นนายชวน ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลยกฟ้อง ด้วยเหตุผลว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะที่ตนเป็นนักการเมือง เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์เหตุการณ์ที่ได้ประสบมา

เนื่องจากว่าในสำนวนมีการสืบพยานที่มาของคำพูด เช่น การฆ่าตัดตอน การฆ่าทิ้ง จัดการได้เดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด โดยมีอดีตรองแม่ทัพภาค 4 มาเบิกความให้ โดยเป็นคนเดียวที่อยู่ในการประชุมวันที่ 8 เม.ย. 2544 ที่นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี และไปประชุมอันเกิดจากวันที่ 7 เมษายน เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ และวันที่ 8 เมษายนคือวันที่ให้นโยบายว่า “คนร้ายมีไม่เกิน17-18 คน ที่เป็นหัวโจก จัดการเดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด” และนี่คือที่มาของปัญหาภาคใต้ ที่เกิดจากนโยบายดังกล่าวนี้ และได้มีการส่งตำรวจเข้าไปเก็บ เพราะในคำสั่งดังกล่าวดังกล่าวนั้นระบุว่าจัดการได้เดือนละ 10 คน สองเดือนก็หมด และเชื่อว่าตำรวจทำได้ ไม่พึ่งทหาร

ซึ่งอดีตรองแม่ทัพภาค 4 มีการบันทึกถ้อยคำเอาไว้แล้ว ถือว่าเป็นอีกบุคคลที่กล้ามาเบิกความ และเป็นคนเดียวในวันดังกล่าวที่กล้าติงในทำนองที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้นศาล จึงเห็นว่า ตนในฐานะนักการเมือง และมีประสบการณ์เรื่องนี้เรื่องนี้ เพราะในสำนวนปรากฏว่าตนได้ไปเห็นด้วยตนเอง และเรื่องนี้ได้สืบพยานทั้งหมด จึงมีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้

นายชวน ยังกล่าวด้วยว่า สำคัญที่สุดคือความจริง คงไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟังความจริงจากผู้ที่มีส่วนร่วมประชุมในวันนั้น และเป็นคนเดียวที่กล้าติง คือรองแม่ทัพภาค 4 ซึ่งตนอยากให้จดจำบุคคลคนนี้เอาไว้ และขณะนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการรื้อคดีความก่อนที่จะหมดอายุนั้น ตนไม่อยากให้ขาดอายุความ เพราะคดีมีเรื่องแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะโดนตำหนิได้ จึงต้องการให้สืบพยานให้จบ เพื่อคดีจะได้จบ และยุติโดยศาลเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ

ประเด็นปัญหาชายแดนภาคใต้ ต้องรอดูว่าอะไรเกิดขึ้นความผิดพลาดจากนโยบาย 8 เมษายน 2544 เป็นที่มาของการสูญเสียมากมายในชีวิต แต่ละรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะไปไกลขนาดไหนจะต้องดูว่าเหตุที่เพิ่งเกิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาประมาณ 40 ครั้ง ตนมองว่าคงไม่ธรรมดา

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...