โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ก้าวไกล สงสัย วางเพลิงโรงงาน ไม่ต้องเสียเวลาย้ายสารเคมี? จี้ รบ.ตอบมาตรการแก้ปัญหา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 เม.ย. 2567 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2567 เวลา 05.45 น.

‘ชุติพงศ์ ก้าวไกล’ ตั้งข้อสงสัยวางเพลิง ‘วิน โพรเสส’ หรือไม่ หลังถูกสั่งเคลื่อนย้ายสารเคมีไม่กี่วัน จี้รัฐบาล หาให้ได้กลางคืนถึงเช้าใครเข้าออก เผยเจ้าของโรงงานคนเดียวกับที่เพิ่งไหม้ในอยุธยา แนะหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ-วางแผนเผชิญเหตุระยะยาว

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่รัฐสภา นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ส.ส.ระยอง พรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีไฟไหม้โรงงานเก็บสารเคมีของ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ว่าในฐานะเจ้าของพื้นที่ ตนได้ลงพื้นที่จุดหลังเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเวลา 22.00 น. สถานการณ์ล่าสุดควบคุมเพลิงได้แล้ว เหลือแต่ไฟกองเล็กๆ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่กังวลมาก มีการขอให้กำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่มาเป็น 10 ปีแล้ว ถึงขั้นฟ้องร้องคดีให้เคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมจนชนะไปแล้ว

“ปัญหาคือการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมที่มีอยู่จำนวนมาก ตามรายการแล้วมีสารเคมีที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ ทั้งสารกรด ด่าง น้ำมันเครื่อง วัตถุต่างๆ ที่สามารถติดไฟได้” นายชุติพงศ์กล่าว

นายชุติพงศ์กล่าวต่อว่า เคยนำปัญหานี้มาหารือในสภามากกว่า 2 ครั้ง ช่วงหน้าฝนปีที่แล้วโรงงานนี้เคยมีน้ำท่วม น้ำไหลเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน หลังจากนั้นจนถึงวันนี้เพิ่งมีคำสั่งจากอุตสาหกรรมจังหวัดระยองให้มีการขนย้ายสารเคมีอันตรายที่อยู่ในโรงงานออกไปกำจัดให้ถูกต้องให้หมด พอกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 18 เม.ย. วันที่ 19 เม.ย. ก็มีคำสั่งย้ายสารเคมีออกไปทันที จนกระทั่งมีไฟไหม้วันที่ 22 เม.ย. จึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าเพลิงเกิดขึ้นได้อย่างไร

“ระหว่างเพลิงไหม้เกิดอะไรขึ้น เพิ่งเป็นวันทำงานวันแรก พอคนงานเข้าไปก็ทราบว่ามีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นทันที เรื่องนี้ต้องขอฝากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนหาความจริงที่เกิดขึ้นว่ามีการเข้าออกโรงงานในช่วงกลางคืนไปจนถึงช่วงเช้าก่อนจะเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือไม่ ไม่แน่ใจว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร เพราะโรงงานก็ไม่ได้ปฏิบัติงานในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น” นายชุติพงศ์กล่าว

นายชุติพงศ์แถลงต่อว่า เข้าใจว่าทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่ แต่คำถามคือควันที่ลอยออกมานั้น ประกอบไปด้วยสารอะไรบ้าง รายการสารเคมีที่ตนได้มาจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ไม่สามารถระบุอะไรได้มากกว่าความเป็นกรด ด่าง และรูปทรงภาชนะที่บรรจุ เรื่องนี้เป็นข้อกังวลของชาวบ้านว่าควันที่ลอยออกมาตอนนี้ ลอยข้ามตำบลที่เกิดเหตุไปอีกตำบล ตอนนี้พบว่าลอยข้ามอำเภอไปแล้ว ไม่ทราบว่าจะลอยไปถึงที่ใดบ้าง

“จึงขอเรียกร้องรัฐบาลให้พิสูจน์ทราบให้ได้ว่าควันที่ลอยออกไปมีพิกัดวงกว้างมากขนาดไหน และมีสารพิษเจือปนมากแค่ไหน มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ทั้งในแง่ของอากาศและน้ำมากน้อยเพียงใด ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจจะขนย้ายกากอุตสาหกรรมต่างๆ ออกไปกำจัดอย่างถูกวิธี ก็ควรจะเร่งรัดทำให้เร็วกว่านี้ เพราะตลอด 10 ปีนี้ ชาวบ้านฝากความกังวลมาทุกวัน

นายชุติพงศ์ตั้งคำถามไปถึงรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรกับพื้นที่เกิดเหตุ รวมไปถึงการชดเชยเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อยากให้รัฐมนตรีกำหนดกรอบให้ชัดเจนว่าจะทราบผลที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเท่าไหร่

นายชุติพงศ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าจะให้การชดเชยเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างไร คำถามของตนคือจะดำเนินการภายใต้กรอบไหน ชดเชยระยะสั้นและยาวจะทำอย่างไร ทำไมต้องรอให้เกิดเหตุรุนแรงขนาดนี้ถึงจะได้มีคำตอบ ภาครัฐจะทำเนินการอย่างไรกับกากอุตสาหกรรมที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่อื่น จะมีมาตรการรับมือในระยะยาวอย่างไร รวมถึงในช่วงที่มีการเปิดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจะมีแผนเผชิญเหตุอย่างไร เมื่อไหร่ อยากเคสนี้เป็นเคสสุดท้าย เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

“ผมอยู่หน้างาน จุดที่ยากที่สุดคือกว่าจะประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อให้มีโฟมมาใช้ในการดับไฟ คำถามคือกองทุนเพื่อที่จะมาใช้จัดการภัยพิบัติที่แก้ปัญหาเหล่านี้ในระยะเบื้องต้น ที่เอกชนที่มาร่วมลงทุนเองก็ควรได้มีส่วนร่วมลงทุนจากเริ่มขึ้นมาได้เมื่อไหร่” นายชุติพงศ์กล่าว

เมื่อถามว่า โรงงานนี้มีคำพิพากษาออกมาแล้วว่าให้เคลื่อนย้ายสารเคมีออกไป สารเคมีที่ไหม้ไปเป็นสารที่ระบุในคำสั่งศาลหรือไม่ นายชุติพงศ์กล่าวว่า โรงงานวิน โพรเสส ถูกฟ้องและที่ดินถูกยึดไปด้วย โดยจะต้องขนย้ายสารเคมีออกไป ประเด็นคือโรงงานวิน โพรเสส จ้างอีกโรงงานหนึ่งเป็นผู้ขนย้าย แต่ก็ดำเนินการล่าช้ามาก นอกจากนี้ ยังไม่รู้ขั้นตอนกระบวนการบำบัดน้ำเสียและกรอบพื้นที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่าคดียังอยู่ในคำสั่งศาล แต่ความคืบหน้าก็ยังไม่ได้ไปสู่การชดเชยเยียวยา ชาวบ้านบางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว ตนจึงตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไร หรือตั้งกองไว้ตรงนั้นเป็นอนุสรณ์สถาน เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจนว่าจะใช้มาตรการอะไรในการแก้ปัญหา

นายชุติพงศ์ยังกล่าวถึงสภาพพื้นที่ว่า การวัดค่าคุณภาพอากาศในพื้นที่ไม่มีสารพิษ จากหลายจุด แต่ชาวบ้านก็ยังคงร้องเรียนจนถึงวินาทีนี้ว่ากลิ่นควันที่ลอยออกมามีกลิ่นเหม็นมาก ยังคงปกคลุม ตนยังไม่แน่ใจว่าจะให้ผู้สูงอายุกลับบ้านได้หรือยัง เพราะหลายคนเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง อยากกลับบ้าน

“ในตัวเลขของการวัดค่าต้องยืนยันว่าเขาบอกว่าไม่มีสารเฉียบพลันอันตราย แต่ยังมีกลิ่นและมีควันอยู่ ชาวบ้านก็เลยกังวล” นายชุติพงศ์กล่าว

ส่วนการมองว่าเป็นการจงใจวางเพลิงได้หรือไม่ เพราะจะได้ไม่ต้องขนย้ายสารเคมี นายชุติพงศ์ระบุทันทีว่า ขอชี้ช่องเลยแล้วกัน มีข้อสังเกตว่า 1.มีคำสั่งจากอุตสาหกรรมจังหวัดระยองวันที่ 19 เม.ย. ว่าให้ขนย้ายออกไปโดยด่วน แต่เหตุเกิดวันที่ 23 เม.ย.

2.เวลาเกิดเหตุคือเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันจันทร์ ซึ่งเป็นเวลาเริ่มทำงาน

3.ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในโรงงานมีอะไรบ้าง ตำรวจคงจะต้องตรวจเช็กกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายนอกว่ามีใครเข้าออกโรงงานช่วงกลางคืนถึงเช้าหรือไม่

นายชุติพงศ์กล่าวต่อว่า มีการเชื่อมโยงภายในว่าเจ้าของโรงงานเป็นคนเดียวกันกับโรงงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่เกิดเหตุไฟไหม้และมีการพบหลักฐานเป็นระเบิดปิงปองที่ไม่ทำงานในพื้นที่ จึงมีการสงสัยว่าเป็นการวางเพลิงหรือไม่ เมื่อมีคำสั่งออกมาแล้วเกิดเพลิงไหม้ทันที

“ลองไปถามการไฟฟ้าด้วยก็ได้นะครับ เพราะมีคนบอกว่าโรงงานโดนตัดไฟไปแล้ว ไม่น่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจร” นายชุติพงศ์กล่าว

เมื่อถามว่า ประเด็นที่ตั้งข้อสงสัยมีหลักฐานอะไรให้เจ้าหน้าที่หรือไม่ นายชุติพงศ์ระบุว่า ตนยังเข้าไม่ถึงบ้านของประชาชน แต่เข้าใจว่าโดยรอบน่าจะมีกล้องวงจรปิด ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ไปแล้ว คาดว่ากำลังดำเนินการอยู่

นายชุติพงศ์กล่าวย้ำว่า จะประสาน กมธ.การที่ดิน ให้ลงพื้นที่ให้เร็วที่สุด อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีสุดท้าย เพราะเรากำลังเปิดรับการลงทุน เขตของตนมีข้อร้องเรียนเรื่องนี้จำนวนมาก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก้าวไกล สงสัย วางเพลิงโรงงาน ไม่ต้องเสียเวลาย้ายสารเคมี? จี้ รบ.ตอบมาตรการแก้ปัญหา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...