โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

การหวนคืนของอัศวินมังกรไร้พลัง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 12 พ.ค. 2567 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2567 เวลา 11.11 น. • ooppzkmm
หยางตง ชายผู้ถูกเรียกว่า 'อัศวินมังกรไร้พลัง' ได้รับโอกาศอีกครั้ง เขาย้อนเวลากลับไปตอนที่เขาอายุ 18 ปี ชีวิตนี้เขาจะกำหนดชีวิตของตัวเอง! ชีวิตนี้จะไม่มีอัศวินมังกรไร้พลัง!

ข้อมูลเบื้องต้น

หยางตง ชายผู้ถูกเรียกว่า 'อัศวินมังกรไร้พลัง' ได้รับโอกาศอีกครั้ง เขาย้อนเวลากลับไปตอนที่เขาอายุ 18 ปี ชีวิตนี้เขาจะกำหนดชีวิตของตัวเอง! ชีวิตนี้จะไม่มีอัศวินมังกรไร้พลัง!

ระดับพลังของเรื่องนี้จะแบ่งออกเป็นระดับแบบตัวเลข เริ่มตั้งแต่ระดับ 1 แล้วสูงขึ้นเรื่อยๆ คนที่ยังไม่ปลุกพลังไม่สามารถเพิ่มระดับของตัวเองได้ ระดับ 1 คือความแข็งแกร่งของมนุษย์ปกติ เมื่อปลุกพลังแล้วมนุษย์จะสามารถพัฒนาระดับของตัวเองได้ มนุษย์ที่สามารถปลุกพลังได้ต้องมีอายุ 18 ปี ขึ้นไป

จากนักเขียน.นิยายเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโลกจริงนะครับ ความเหมือนหรือความคล้ายคลึงใดๆ ให้รู้ว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด คัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของผลงาน ถ้าฝ่าฝืนจะได้รับโทษสูงสุดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ตอนที่ 1 อัศวินมังกรไร้พลัง

ตอนที่ 1 อัศวินมังกรไร้พลัง

ณ สนามรบแห่งหนึ่ง

มนุษย์คนหนึ่งที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลกำลังมองสัตว์อสูรจำนวนมากด้านหน้า สัตว์อสูรมีหลายเผ่าพันธุ์ บ้างก็เหมือนสิงโตแต่ตัวใหญ่กว่าและมีขนที่แข็งกว่าเหล็ก บ้างก็เหมือนช้างแต่สามารถยืนสองข้าได้เหมือนกับมนุษย์ สัตว์อสูรพวกนี้คือกองทัพสัตว์อสูรที่บุกโจมตีเมืองของมนุษย์

ทุกๆ ปี มนุษย์จะได้ยินข่าวว่า มนุษย์เสียเมืองให้สัตว์อสูร หรือ มนุษย์เสียเมืองให้ปีศาจ และในตอนนี้เมืองอีกหนึ่งเมืองก็กำลังจะกลายเป็นเมืองของสัตว์อสูร

ชายที่กำลังยืนต่อหน้าสัตว์อสูรตอนนี้ก็คือ หยางตง เขาถูกส่งมาที่นี่เพื่อต่อสู้กับสัตว์อสูร แต่ด้วยพลังที่แตกต่างกันมากมนุษย์เลยแพ้อย่างรวดเร็ว หยางตงพยายามหนีออกจากเมืองแล้วแต่เขาหนีไม่ได้ ตอนนี้บนฟ้ามีสัตว์อสูรบินได้จำนวนมาก บนพื้นดินก็มีสัตว์อสูรจำนวนมากเช่นกัน หยางตงเลยเลือกต่อสู้

“อัศวินมังกรไร้บัลลังก์…เหอๆ”

หยางตงพูดคนเดียวเงียบๆ อาชีพของเขาก็คือ อัศวินมังกร แต่เพราะมังกรคือสิ่งมีชีวิตระดับสูงที่แข็งแกร่งมาก เขาเลยทำสัญญากับมังกรไม่ได้ ถ้าไม่มีมังกรทำสัญญาด้วยอาชีพอัศวินมังกรของเขาก็เป็นอาชีพที่ทำอะไรแทบไม่ได้เลย ถ้าตอนนี้เขาทำสัญญากับมังกรเขาก็คงฆ่าสัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้าเขาง่ายๆ

“ถอยไป”

มีเสียงผู้ชายดังขึ้น

เมื่อเสียงดังขึ้น สัตว์อสูรจำนวนมากก็เปิดทางราวกับว่าเปิดทางให้หัวหน้าของพวกมัน

สัตว์อสูรรูปร่างเหมือนกับเสือแต่ตัวใหญ่กว่าเสือหลายเท่าปรากฎตัวต่อหน้าหยางตง และบนร่างกายของเสือตัวนั้นก็มีไฟกำลังไหม้อยู่เหมือนกับว่ามันอยู่ในกองไฟ

“จักรพรรดิเสือไฟ”

หยางตงจำได้ว่าสัตว์อสูรที่อยู่ด้านหน้ามีชื่อว่าอะไร การโจมตีเมืองครั้งนี้ผู้ที่เป็นผู้นำการโจมตีก็คือจักรพรรดิเสือไฟที่อยู่ด้านหน้าของเขา

“มีมนุษย์บอกข้าว่า เจ้ามีอาชีพอัศวินมังกรอาชีพของเจ้าสามารถทำสัญญากับมังกรได้ ตอนนี้ข้ามีไข่มังกรกาลเวลาถ้าเจ้ายอมเป็นทาสของข้า ข้าจะให้ไข่มังกรกาลเวลา”

จักรพรรดิเสือไฟพูดออกมา

“ไข่อยู่ที่ไหน ข้าอยากเห็นไข่ก่อน”

หยางตงพูด

จักรพรรดิเสือไฟไม่ตอบอะไร มันแค่หลับตาแล้วอากาศข้างๆ ตัวของมันก็ฉีกออกเป็นประตูมิติ และมีไข่สีดำลอยออกมาจากอากาศ

เมื่อเห็นไข่สีดำหัวใจของหยางตงก็เต้นแรง เลือดในร่างกายของเขาไหลเวียนในร่างกายอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขากำลังบอกว่า ทำสัญญากับไข่นั่นซะ

เมื่อรู้การตอบสนองร่างกายของตัวเอง หยางตงก็มั่นใจว่าเรื่องที่จักรพรรดิเสือไฟพูดออกมาคือเรื่องจริง นั่นคือไข่มังกรแน่นอน

ทว่า หยางตงยังไม่ได้ทำอะไรไข่มังกรกาลเวลาก็ส่องแสงสีขาวออกมา แสงที่มันส่องออกมาทำให้จักรพรรดิเสือไฟกระโดดออกห่างจากไข่ไปหลายร้อยเมตร

“มนุษย์!!! เจ้ากำลังทำอะไรหยุดเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้าไม่หยุดข้าจะฆ่าเจ้าแล้วทำลายไข่ซะ”

จักรพรรดิเสือไฟตะโกนดังลั่น มันไม่รู้ว่าตอนนี้มนุษย์กำลังอะไรกับไข่มังกรกาลเวลา มันรู้แค่ว่าตอนนี้รอบๆ ไข่มังกรกาลเวลากำลังมีพลังเวทย์จำนวนมากกระจายออกมา มากจนขนาดตัวมันที่มีระดับ 150 หวาดกลัว

หยางตงไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไรดี เขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องตอบอะไรกับสถานการณ์นี้ ตอนนี้ตัวเขายังไม่รู้เลยว่าทำไมอยู่ๆ ไข่มังกรกาลเวลาถึงปล่อยพลังเวทย์ออกมา

“ข้าให้เวลาเจ้า 3 วินาที!!! หนึ่ง สอง สาม”

จักรพรรดิเสือไฟตะโกนอีกครั้ง แต่พอมันนับจนถึงเวลาแล้วหยางตงก็ไม่หยุดไข่มังกรกาลเวลา

มันไม่ทนแล้ว ถ้าไม่หยุดก็ตายซะ

จักรพรรดิเสือไฟใช้กรงเล็บของมันโจมตีไปทางหยางตงและไข่มังกรกาลเวลา ถึงมันจะกลัวไข่มังกรกาลเวลาก็เถอะแต่ไข่มันก็เป็นแค่ไข่ ทำอะไรมันไม่ได้

หยางตงต้องการหลบการโจมตี แต่ขาของเขาไม่ขยับเหมือนกับว่าตอนนี้ขาของเขาโดนอะไรบางอย่างดูดเอาไว้ ในระหว่างที่พยายามขยับขาของตัวเอง หยางตงก็สังเกตเห็นว่าบนพื้นดินมีวงเวทย์อะไรบ้างอย่าง หยางตงเคยเห็นพวกจอมเวทย์ใช้เวทย์หลายครั้งแต่เมื่อเอาวงเวทย์ของมนุษย์ที่มีอาชีพจอมเวทย์มาเทียบกับวงเวทย์ที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ เหมือนกับว่าเอารูปของเด็กอนุบาลไปเทียบกับคนที่วาดรูปขายเป็นอาชีพ ความซับซ้อนของวงเวทย์แตกต่างกันมาก ความซับซ้อนของวงเวทย์ที่เขาเห็นอยู่มันซับซ้อนมากแค่มองเขาก็เวียนหัวแล้ว

ในระหว่างกำลังมองวงเวทย์ หยางตงก็รู้สึกว่ารอบตัวของเขาสว่างมากๆ ร่างกายของเขาหลับตาเองเพราะมีแสงที่สว่างมากปรากฎขึ้นรอบร่างกายของเขา

“นี่…. นี่มันอะไร???”

หยางตงมองภาพด้านหน้าด้วยสีหน้าสงสัย เขาจำได้ว่ามีแสงรอบร่างกายของเขา พอเขาลืมตาเขาก็เห็นว่ารอบๆ ร่างกายของเขาไม่มีสัตว์อสูร ไม่มีไข่มังกรกาลเวลา รอบๆ ตัวของเขาคือห้องนอนที่เป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วห้องที่เขาอยู่ตอนนี้ก็คือห้องนอนของเขาตอนที่เขากำลังเรียนอยู่มัธยมปลาย

“ไข่มังกรกาลเวลา… ย้อนเวลา….”

หยางตงเริ่มคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนี้ เมื่อครู่เขามองกระจกแล้วเห็นว่าร่างกายของเขากลายเป็นร่างกายของมนุษย์วัยรุ่นแล้วเขาก็สวมชุดนักเรียนอยู่ เพราะเห็นร่างกายของตัวเองเขาเลยคิดว่าตัวเองย้อนเวลา และเขาก็มั่นใจว่าการย้อนเวลาของเขาครั้งนี้ต้องเกี่ยวกับไข่มังกรกาลเวลาแน่นอน

เมื่อรู้ว่าตัวเองย้อนเวลา หยางตงก็เช็ควันและเวลาที่เขาอยู่ตอนนี้

“ใกล้ถึงวันปลุกพลังแล้ว”

หยางตงคิดเงียบๆ หลังจากดูวันเวลาแล้วเขาก็เห็นว่าอีกประมาณ 3 วัน ก็จะถึงวันปลุกพลังของเขา โรงเรียนมัธยมปลายทุกโรงเรียนจะปลุกพลังให้นักเรียนของตัวเองทุกคน ซึ่งคนที่ปลุกพลังก็คือคนที่มีอาชีพปลุกพลัง รัฐบาลกลางเผ่าพันธุ์มนุษย์จะออกค่าปลุกพลังให้พวกนักเรียน

เมื่อปลุกพลังแล้วคนก็จะได้พลังแตกต่างกันออกไป และพลังที่แตกต่างกันออกไปก็ถูกเรียกว่า อาชีพ!

บางคนก็ได้อาชีพจอมเวทย์ บางคนก็ได้อาชีพนักรบ บางคนก็ได้อาชีพหมอ บางคนก็ได้อาชีพปลูกพืช มีอาชีพจำนวนมาก ใครโชคดีก็ได้อาชีพดีใครโชคไม่ดีก็ได้อาชีพไม่ดี ใครที่ได้อาชีพต่อสู้ก็จะมีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นๆ เพราะอาชีพต่อสู้คืออาชีพที่สำคัญที่สุด มนุษย์ต่อสู้กับสัตว์อสูรและปีศาจทุกวันอาชีพที่ต่อสู้ได้เลยสำคัญกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ ถ้าไม่มีอาชีพต่อสู้มนุษย์คงตายไปหมดแล้ว

หยางตงเคยผ่านการปลุกพลังแล้ว ตอนนั้นเขาได้อาชีพอัศวินมังกร อาชีพอัศวินมังกรของเขาคืออาชีพสายต่อสู้แต่ปัญหาก็คือเขาต้องทำสัญญากับมังกร ถ้าไม่มีมังกรทำสัญญาเขาก็เป็นแค่คนธรรมดาเพราะไม่มีมังกรทำสัญญาเขาเลยถูกคนอื่นๆ เรียกว่า ‘อัศวินมังกรไร้พลัง’

มังกรคือสิ่งมีชีวิตระดับสูงที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก ว่ากันว่า ถ้าให้มนุษย์และมังกรระดับเท่ากันสู้กัน ต้องใช้มนุษย์ประมาณ 100 คน ถึงจะสามารถชนะมังกร 1 ตัว ได้ เพราะมังกรแข็งแกร่งมากหยางตงเลยไม่มีโอกาสทำสัญญากับมังกร เขาเลยถูกเรียกว่า ‘อัศวินมังกรไร้พลัง’

แต่ว่า! ครั้งนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ถ้าทำสัญญากับมังกรตัวใหญ่ไม่ได้ก็ทำสัญญากับไข่มังกรซะสิ แล้วเขาก็รู้ว่าไข่มังกรที่ไหนบ้าง

คิดได้ หยางตงก็เดินออกจากบ้านตรงไปที่บ้านลุง

เงินคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ ยุคสมัยนี้ทำอะไรก็ต้องใช้เงิน

บ้านลุงหยางตง

“ผมคิดว่าผมคงดูแลบริษัทที่พ่อกับแม่ผมสร้างไม่ได้ ผมต้องการขายหุ้นทั้งหมด”

หยางตงพูดกับลุงของเขาแบบตรงไปตรงมา พ่อแม่ของหยางตงตายไปตอนที่เขาเรียนอยู่มัธยมต้น เมืองที่พ่อและแม่ของเขาเดินทางไปคุยธุรกิจถูกปีศาจบุกโจมตี พ่อและแม่ของหยางตงก็ตายระหว่างกำลังหาทางหนีออกจากเมือง

ในตอนที่พ่อและแม่ของเขาตายเขายังเด็กอยู่ ลุงที่เป็นพี่ของพ่อเลยดูและบริษัทให้ พ่อแม่ของเขาเปิดบริษัทซื้อขายชิ้นส่วนสัตว์อสูร ขนาดบริษัทก็ขนาดกลางๆ ยอดขายปีละประมาณ 100 ล้านเหรียญทอง กำไรต่อปีประมาณ 10 ล้านเหรียญทอง

หยางเจิ้งมองหลานชายตัวเองด้วยแววตาสงสัย เขาเคยคุยเรื่องนี้กับหยางตงหลายครั้งแล้วแต่หยางตงก็บอกว่าไม่ขายตลอด เขาไม่คิดว่าอยู่ๆ หยางตงจะอยากขายหุ้นเองแบบนี้ แต่เป็นแบบนี้ก็ดี ถ้าเขาได้หุ้นที่หยางตงมีอยู่เขาก็จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ของบริษัท เขารอเวลานี้นานแล้ว

“แกต้องการเงินเท่าไหร่”

หยางเจิ้งไม่พูดมาก เมื่อหลานอยากขายลุงก็จะซื้อ

“ลุงให้เท่าไหร่”

หยางตงถาม

“30 ล้านเหรียญทอง แต่ถ้าแกขายตึกที่อยู่ในเมืองด้วย ราคาหุ้นจะเพิ่มเป็น 40 ล้านเหรียญทอง และราคาตึก 10 ล้านเหรียญทอง รวมเป็น 50 ล้านเหรียญทอง แกจะเอาเงิน 50 ล้านเหรียญทอง ไปทำอะไรก็เรื่องของนาย”

หยางเจิ้งพูดราคา สิ่งที่เขาต้องการมี 2 อย่าง 1 หุ้นบริษัทที่หยางตงมี 2 ตึกกลางเมืองหลายตึก ราคาของตึกเพิ่มขึ้นทุกปีถ้าเขาซื้อตอนนี้แล้วรอสัก 5 ปี เขาก็จะได้กำไรมากมาย รวย! รวย!

“ตกลง”

หยางตงตอบแบบไม่ลังเล เขาไม่เสียใจอะไรเลยเพราะเขารู้ว่าอีกไม่นานรัฐบาลกลางเผ่าพันธุ์มนุษย์จะออกกฎหมายควบคุมชิ้นส่วนสัตว์อสูร เมื่อกฎหมายนี้ถูกประกาศใช้ บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์อสูรก็ปิดตัวจำนวนมาก บริษัทที่เขาถือหุ้นอยู่ก็ปิดเช่นกัน

ส่วนเรื่องตึกใจกลางเมือง เรื่องนี้เขาไม่สนใจ ถ้าเขาทำสัญญากับมังกรอย่าว่าแต่ตึกเลยเมืองทั้งเมืองเขาก็สามารถซื้อได้

เขาจะสร้างเมืองขึ้นมาสักเมืองก็คงไม่ใช่เรื่องยาก รัฐบาลกลางเผ่าพันธุ์มนุษย์ยอมให้มนุษย์ที่แข็งแกร่งมีเมืองของตัวเอง รัฐบาลกลางออกกฎหมายแบบนี้มาก็เพราะต้องการให้เมืองของมนุษย์เพิ่มจำนวน คนที่แข็งแกร่งหลายคนเลยมีเมืองของตัวเอง ตระกูลที่แข็งแกร่งหลายตระกูลมีเมืองของตัวเอง และแน่นอนว่าใครอยากปกครองเมืองก็ต้องสร้างเมืองเองแล้วเสียภาษีตามข้อตกลง

“ต้องใช้เวลาเตรียมเงินประมาณ 3 วัน”

หยางเจิ้งพูด

“แย่เลยแบบนี้ ผมรีบใช้เงินมาก ผมต้องการเงินวันนี้เลยถ้าวันนี้ลุงไม่มีผมก็จะไปที่ธนาคารแล้วกู้เงิน แล้วทางธนาคารต้องขอของประกันเงินกู้แน่นอน ถ้าธนาคารขอผมคงต้องใช้หุ้นและตึกใจกลางเมือง”

หยางตงพูด

“รอไม่เกิน 3 ชั่วโมง เงินเข้าบัญชีแกแล้วเราจะทำสัญญาซื้อขายกัน”

หยางเจิ้งพูด

“ครับ”

หยางตงพยักหน้า

เจรจาซื้อขายจบหยางตงก็เดินออกจากบ้านหยางเจิ้ง ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว ชาติก่อนความสัมพันของเขากับครอบครัวหยางเจิ้งไม่ดีมากๆ

เป้าหมายต่อไปของหยางตงก็คือ ร้านขายอาวุธ

เมื่อหยางตงเดินออกไปแล้วผู้ชายที่หน้าตาคล้ายๆ หยางตง อายุพอๆ กับหยางตง ก็เดินเข้าห้องที่หยางเจิ้งกำลังนั่งอยู่ ผู้ชายที่เดินเข้าห้องคนนี้ชื่อว่า หยางฟาน เขาคือลูกพี่ลูกน้องหยางตง ปีนี้เขาอายุ 18 เหมือนกับหยางตง ปีนี้คือปีที่เขาต้องปลุกพลังเช่นกัน

“พ่อ หยางตงคุยอะไรกับพ่อครับ”

หยางฟานถามหยางเจิ้ง

“เรื่องขายหุ้นบริษัทแล้วก็เรื่องขายตึกใจกลางเมือง”

หยางเจิ้งตอบ

“ห่ะ!?!?!?”

ใบหน้าของหยางฟานแสดงออกว่าเขากำลังสงสัย จากนั้นเขาก็ถามว่า

“มันจะเอาเงินไปทำอะไรครับ?”

“พ่อก็ไม่แน่ใจ พ่อคิดว่าเด็กนั่นมันคงคิดว่าตัวเองจะได้อาชีพนักสู้ดีๆ ก็เลยเตรียมตัวเอาไว้ มันคงเอาเงินไปซื้ออาวุธเตรียมเอาไว้ ซื้ออาวุธตอนนี้ราคาถูกกว่าตอนที่คนปลุกพลังปีนี้รู้ว่าตัวเองมีอาชีพอะไร”

หยางเจิ้งคาดเดา

รัฐบาลกลางจะปลุกพลังให้คนที่อายุครบ 18 ปี เป็นชุดๆ ในหนึ่งปีจะปลุกพลังหนึ่งครั้ง ตอนนี้คนที่อายุครบ 18 ปี ในปีนี้เลยยังไม่ซื้ออาวุธกัน เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองได้อาชีพอะไร อาวุธก็เลยยังราคาไม่แพงมาก ถ้าคนที่อายุครบ 18 ปี รู้ว่าตัวเองมีอาชีพอะไรแล้วต้องใช้อาวุธอะไร ร้านขายอาวุธก็จะเพิ่มราคาอาวุธที่ตัวเองมีอยู่ บางร้านเพิ่ม 2 เท่า 3 เท่า

ถ้าหยางตงซื้ออาวุธตอนนี้ ร้านขายอาวุธก็จะขายราคาไม่แพงมากเพราะคนที่อายุครบ 18 ปี ในปีนี้ยังไม่ซื้ออาวุธกัน หยางเจิ้งคิดว่าหยางตงคงอยากเสี่ยงดวงซื้ออาวุธตอนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีอาชีพอะไร

“ไม่ต้องสนใจเรื่องของหยางตง ตอนนี้แกสนใจแค่เรื่องตัวเองก็พอ ถ้าแกได้อาชีพต่อสู้พ่อจะคุยเรื่องแต่งงานของแกกับคนตระกูลซู ถ้าแกแต่งงานกับคนตระกูลซู อำนาจตระกูลของเราก็จะเพิ่มมากขึ้น”

หยางเจิ้งพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ครับ!”

หยางฟานตอบ เขาไม่สนใจเรื่องอำนาจตระกูลเพิ่มขึ้นมากนัก ตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจก็คือ ซูหลาน เธอคือผู้หญิงที่สวยมาก เขาอยากแต่งงานกับเธอเร็วๆ

ตอนที่ 2 ปลุกพลัง

ตอนที่ 2 ปลุกพลัง

ร้านขายอาวุธ

หยางตงเลือกร้านขายอาวุธที่ดีที่สุดในเมืองแห่งนี้ และระหว่างเดินทางมาที่ร้านขายอาวุธเงินจำนวน 50 ล้านเหรียญทอง ก็เข้าบัญชีของเขาแล้ว เขาบอกกับลุงของเขาว่าเขาบอกทนายบริษัทเอาไว้แล้ว ทนายจะจัดการเรื่องเอกสารให้ เมื่อเอกสารพร้อมแล้วเขาก็จะเซ็นเอกสารและการซื้อขายระหว่างพวกเขาก็จะจบลง

"ยินดีต้อนรับค่ะ"

เมื่อหยางตงเดินเข้าร้าน เขาก็เห็นพนักงานสาวสวยยืนอยู่ข้างหน้าของเขา

ร้านแห่งนี้คือร้านขายอาวุธที่ดีที่สุดในเมือง เจอพนักงานสาวสวยแบบนี้ไม่แปลก

"คุณลูกค้าต้องการอะไรคะ"

พนักงานสาวสวยถาม

"ผมต้องการอุปกรณ์ที่ป้องกันความเย็น และอาวุธที่เอาไว้สู้กับสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็ง"

หยางตงบอกเป้าหมายของตัวเอง อย่างที่บอกไปเขารู้ว่าไข่มังกรอยู่ที่ไหนบ้างแล้วไข่มังกรที่เขาเลือกใบแรกก็คือ ไข่มังกรน้ำแข็ง!

"เชิญค่ะ"

พนักงานสาวสวยเริ่มเดิน

หยางตงก็เริ่มเดินตาม ไม่นานนักเขาก็เห็นอุปกรณ์จำนวนมากที่กำลังปล่อยความเย็นออกมา เพียงแค่เดินเข้าใกล้อุปกรณ์ที่กำลังปล่อยความเย็นออกมา เขาก็รู้สึกหนาวๆ

"ถ้าคุณลูกค้าต้องการอุปกรณ์ที่ป้องกันความเย็นได้ ฉันแนะนำให้ซื้อเป็นชุดเกราะหนักน้ำแข็งเลยดีกว่า แต่ว่า ระดับของคุณลูกค้าก็สำคัญถ้าระดับคุณลูกค้าต่ำกว่า 10 ฉันแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ระดับต่ำคะ เพราะอุปกรณ์ระดับต่ำใช้พลังเวทย์ไม่เยอะ"

พนักงานสาวสวยแนะนำ

อุปกรณ์ก็มีระดับเช่นกัน แบ่งเป็น ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และระดับจักรพรรดิ

ระดับไม่เกิน 10 ควรใช้แค่อุปกรณ์ระดับต่ำ ระดับไม่เกิน 50 ควรใช้แค่อุปกรณ์ระดับกลางหรือต่ำกว่า ระดับไม่เกิน 100 ควรใช้อุปกรณ์ระดับสูงหรือต่ำกว่า ระดับเกิน 100 สามารถใช้อุปกรณ์ระดับจักรพรรดิได้เพราะมีพลังเวทย์พอ

อุปกรณ์ทุกระดับใช้พลังเวทย์เพื่อใช้งาน ต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับพลังเวทย์ของตัวเอง

"ผมต้องการอุปกรณ์ระดับต่ำที่สามารถทนความเย็น -100 องศา ทนได้ประมาณ 1 ชั่วโมง จัดการให้ได้ไหม"

หยางตงบอกเป้าหมายของตัวเอง

"-100 องศา… อุปกรณ์ระดับต่ำ…"

พนักงานสาวสวยทำหน้าคิดหนัก เธอทำงานที่นี่มาหลายปีแล้วพึ่งเคยเจอลูกค้าแปลกๆ แบบนี้ แต่เธอก็ไม่ถามอะไรพอได้ยินว่าลูกค้าต้องการอะไรเธอก็เริ่มคิด

"ได้ค่ะ แต่ต้องใช้หลายชิ้น ชุดเกราะหนักน้ำแข็ง 1 สร้อยน้ำแข็ง 3 แหวนน้ำแข็ง 5 ทั้งหมดคืออุปกรณ์ระดับต่ำระดับคุณลูกค้าไม่ถึง 10 ก็สามารถใช้งานได้ แต่ราคา…"

พนักงานสาวสวยพูดเบาๆ ช่วงท้าย

"ถ้าผมใส่ครบจะอุปกรณ์จะสามารถทนความเย็น -100 องศา ได้ 1 ชั่วโมงไหม ผมต้องการรู้แค่นี้"

หยางตงถาม

"ถึงแน่นอน ถ้าสวมทั้งหมด 1 ชั่วโมง ก็ใช้พลังเวทย์ประมาณ 1 หน่วย"

พนักงานสาวสวยตอบ

"ราคา?"

หยางตงถาม

"5 ล้านเหรียญทองค่ะ"

พนักงานสาวสวยบอกราคา

"ตกลง ผมต้องการตอนนี้เลย อาวุธก็เอาเป็นดาบธาตุไฟที่ระดับ 1 สามารถใช้ได้หลายชั่วโมง แล้วก็แหวนมิติระดับต่ำด้วย 1 วง"

หยางตงไม่รอช้าเขาตอบตกลง แล้วก็บอกว่าต้องการอะไรอีก

"ค่ะ…. ราคาของทั้งหมดคือ 6 ล้านเหรียญทอง"

พนักงานสาวสวยตอบแบบงงๆ เธอเคยเจอกับพวกเด็กนักเรียนรวยๆ หลายคน แต่ไม่เคยเจอเด็กแบบนี้เลย ปกติถ้าเด็กนักเรียนรวยๆ จะซื้อของราคาหลักล้านพวกเขาจะโทรไปถามที่บ้านก่อนว่าซื้อได้ไหม ไม่เคยเห็นคนที่ตัดสินใจเองแบบนี้

ไม่นานนัก หยางตงก็เดินออกจากร้านขายอาวุธที่ดีที่สุดในเมือง

เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะรอให้การปลุกพลังเรียบร้อยก่อน แล้วก็จะเริ่มแผนตามหาไข่มังกรน้ำแข็ง ไม่สิ! เรียกว่าตามหาไม่ถูกเพราะเขารู้ตำแหน่งของไข่มังกรน้ำแข็งแล้ว

….

…..

วันปลุกพลัง

ณ โรงเรียนหมายเลข 99

ตอนนี้หยางตงและนักเรียนจำนวนมากกำลังยืนอยู่ด้านหน้าโรงเรียน ด้านหน้าโรงเรียนมีพื้นที่วางขนาดใหญ่ นักเรียนหลายร้อยคนกำลังรอปลุกพลังของตัวเอง

"ฉันมั่นใจว่าตัวเองต้องได้อาชีพต่อสู้แน่นอน"

"อาชีพคนทำอาหาร อาชีพคนทำอาหาร ผมขออาชีพคนทำอาหาร"

"ฉันไม่สนใจว่าตัวเองจะได้อาชีพอะไร ได้อาชีพอะไรฉันก็โอเคหมด"

"อาชีพนักรบ ผมขออาชีพนักรบ"

นักเรียนหลายคนกำลังพูดออกมา มีหลายคนที่อยากได้อาชีพต่อสู้เพราะจะทำให้ชีวิตของพวกเขามีระดับสูงขึ้น แต่ก็มีหลายคนที่อยากได้อาชีพที่ไม่ต้องสู้ คนบางคนก็อยากใช้ชีวิตแบบธรรมดาไม่ต้องการพลังหรือว่าอำนาจ

"เงียบ!!!"

เสียงผู้ชายดังขึ้น

เสียงที่ดังขึ้นทำให้นักเรียนหยุดคุยกัน คนที่พูดคือผู้อำนวยการโรงเรียน พลังเสียงของเขาดังเข้าหูนักเรียนทุกคนแบบที่เขาไม่ต้องใช้เครื่องอะไรช่วยเลย เสียงดังขนาดนี้แปลว่าเขาคือคนที่แข็งแกร่งพอสมควรคนธรรมดาทำแบบนี้ไม่ได้

"วันนี้คือวันที่สำคัญมากกับพวกเธอทุกคน วันนี้ทุกคนจะปลุกพลังของตัวเองและไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็ต้องยอมรับมันและอยู่กับมันให้ได้ พวกเราเริ่มกันเลย คนที่ถูกเรียกชื่อให้เดินออกมาข้างหน้า"

ผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 พูดอีกครั้ง

จากนั้น การปลุกพลังก็เริ่มต้นขึ้น

ตอนนี้ด้านข้างของผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 มีผู้ชายแก่อายุประมาณ 60 สวมชุดสีขาว ยืนอยู่ ชายแก่คนนั้นก็คือผู้ปลุกพลัง ถ้ามนุษย์ธรรมดาต้องการปลุกพลัง มนุษย์จะต้องอายุ 18 ปี หรือมากกว่า และต้องมีมนุษย์อาขีพปลุกพลังช่วยปลุกพลัง

คนแรกที่ถูกเรียกออกไปคือผู้หญิง ชื่อของเธอคือ ซูหลาน

"เท่าที่เราจำได้ ตระกูลซูคือตระกูลที่มีอำนาจที่สุดในเมืองแห่งนี้ แล้วซูหลานคนนี้ก็ได้อาชีพนักรบน้ำแข็ง เพราะมีตระกูลคอยช่วยเหลือเรื่องทรัพยากรทำให้เธอพัฒนาอย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 2 ปี ระดับของเธอก็กลายเป็นระดับ 50"

หยางตงมองซูหลานที่อยู่ด้านหน้าแล้วก็คิดไปด้วย

เมื่อซูหลานอยู่ด้านหน้าแล้ว ผู้ปลุกพลังก็เริ่มใช้เวทย์ปลุกพลังของเขา มีวงเวทย์ปรากฎขึ้นรอบตัวซูหลานและไม่นานก็มีอะไรบางอย่างปรากฎขึ้นที่ด้านหลังของซูหลาน สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนมนุษย์ผู้หญิง ความสูงประมาณ 10 เมตร ร่างกายคือน้ำแข็ง เมื่อสิ่งนั้นปรากฎตัวที่ด้านหล้งของซูหลาน นักเรียนทุกคนที่มองอยู่ก็รู้สึกหนาว

"อาชีพนักรบน้ำแข็ง"

ผู้ปลุกพลังพูดกับผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99

"ดี ดีมาก"

ผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 พยักหน้าด้วยความรู้สึกพอใจ ถ้ามีนักเรียนที่มีความสามารถอยู่ที่โรงเรียนหมายเลข 99 ตำแหน่งของเขาก็จะสูงขึ้นเขาเลยพอใจมากๆ มาก โรงเรียนหมายเลข 99 นักเรียกที่มีความสามารถเยอะตำแหน่งของเขาก็จะสูงขึ้นเยอะ

จากนั้นคนต่อไปก็ถูกเรียก

"อาชีพเกษตร"

"อาชีพหมอ"

"อาชีพคนทำอาหาร"

"อาชีพก่อสร้าง"

"อาชีพนักธนู"

"อาชีพนักรบ"

"อาชีพนักฆ่า

ผู้ปลุกพลังพูดชื่ออาชีพออกมาเรื่อยๆ นักเรียนที่ปลุกอาชีพแล้วบางก็คนดีใจ บางคนก็เสียใจ

"หยางตง"

ผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 เรียกชื่อ หยางตง

หยางตงไม่รอช้าเขาเดินออกจากกลุ่มนักเรียนทันที นักเรียนหลายคนมองไปที่หยางตงด้วยความรู้สึกแตกต่างกันออกไป บ้างไม่พอใจ บ้างชื่นชม บ้างก็อิจฉา หยางตงคือนักเรียนที่เรียนดีมาก ฝึกต่อสู้เขาก็เป็นอันดับ 1 ทุกครั้ง พูดว่าเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนักเรียนที่รวมตัวกันอยู่ต่อนนี้ก็ไม่ผิด

เมื่อเห็นหยางตงอยู่ข้างหน้าตัวเองแล้ว ผู้ปลุกพลังก็เริ่มใช้เวทย์

มีวงเวทย์ปรากฏรอบตัวของหยางตงแบบนักเรียนคนอื่นๆ ทว่า ในระหว่างที่ผู้ปลุกพลังกำลังใช้เวทย์ปลุกพลังให้หยางตง เขาก็รู้สึกแปลกๆ เขาไม่รู้ว่ามีอะไรแปลก เขารู้สึกแค่ว่ามันไม่ปกติเลย

ในระหว่างที่ผู้ปลุกพลังรู้สีกแปลกๆ รู้สึกไม่ปกติ อากาศที่อยู่ด้านหลังของหยางตงก็หมุนวนเป็นวงกลมและเกิดรูสีดำขนาดใหญ่ จากนั้นสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ก็บินออกจากรูสีดำด้านหลังหยางตง

ขนาดตัวของมันใหญ่เท่าภูเขา ปีกทั้งสองข้างของมันเมื่อกลางออกแล้วปกคลุมได้ทั้งโรงเรียนหมายเลข 99 บนร่างกายของมันไม่มีสีแต่มีอวกาศขนาดเล็กอยู่บนร่างกายของมัน เมื่อมองดูร่างกายของมัน ผู้ที่มองจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่ระดับต่ำกว่า สิ่งมีชีวิตที่ออกมาจากรูสีดำก็คือ มังกรกาลเวลา!

ตอนที่ 3 อัศวินมังกรกาลเวลา

ตอนที่ 3 อัศวินมังกรกาลเวลา

ทุกคนที่จ้องมองไปที่มังกรกาลเวลาต่างก็พูดอะไรไม่ออก สถานการณ์ตอนนี้พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องพูดอะไร

ผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 ที่เคยเจอสัตว์อสูรแข็งแกร่งจำนวนมากก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน ถ้ามังกรกาลเวลาที่อยู่ด้านหน้าของเขาคือมังกรกาลเวลาตัวจริง เขาคงจะรีบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

“ตรวจสอบข้อมูลไม่ได้”

ผู้ปลุกพลังพูดออกมาระหว่างมองไปทางหยางตง

ผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 รีบตรวจสอบข้อมูลของหยางตงทันที

[ตรวจสอบไม่ได้]

ข้อความที่อยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมสีฟ้าปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเขา

เรื่องนี้แปลกมากเพราะถ้าระดับของเป้าหมายมากกว่าตัวเองไม่เกิน 10 ระดับ ผู้ตรวจสอบจะรู้ว่าเป้าหมายของตัวเองระดับเท่าไหร่ และเห็นข้อมูลอื่นๆ ด้วย พวกเขาตรวจไม่ได้แบบนี้ก็แปลว่าหยางตงมีระดับมากกว่าพวกเขา เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง นักเรียนที่พึ่งปลุกพลังจะมีระดับมากกว่าพวกเขา 10 ระดับ ได้ยังไง

“อุปกรณ์ป้องกันการตรวจสอบ เด็กนั่นคงมีอุปกรณ์ป้องกันการตรวจสอบ”

ผู้ปลุกพลังจำได้ว่าเขาเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

“ออ…”

ผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 พยักหน้า

ขณะเดียวกัน ตอนนี้หยางตงก็กำลังมองมังกรกาลเวลาด้วยสีหน้าสงสัย ชาติก่อนไม่มีเรื่องแบบนี้ ชาติก่อนตอนที่เขาปลุกพลังมีมังกรจำนวนมากออกมาจากรูสีดำ แต่มังกรที่ออกมาจากรูสีดำตอนนี้ให้ความรู้สึกประมาณว่าเป็นมังกรปกติ แต่มังกรกาลเวลาตัวนี้ให้ความรู้สึกว่าเป็นราชาของเหล่ามังกร ออร่าที่มันปล่อยออกมาจากร่างกายแตกต่างจากมังกรธรรมดา

และแค่มองหยางตงก็รู้ว่ามังกรด้านหน้าของเขาคือมังกรที่แข็งแกร่งมากและเขาก็รู้ว่ามันคือมังกรกาลเวลา เพราะพลังเวทย์ที่มันปล่อยออกมาจากร่างกายเหมือนกับพลังเวทย์ของไข่มังกรกาลเวลา

ไม่นานนัก รูสีดำและมังกรกาลเวลาก็หายไป มังกรกาลเวลาเป็นแค่ภาพมันไม่มีชีวิต เมื่อมังกรหลายไปแล้วหยางตงก็รีบตรวจสอบข้อมูลของตัวเอง


เผ่าพันธุ์ : มนุษย์

ชื่อ : หยางตง

อาชีพ : อัศวินมังกรกาลเวลา

ระดับ : ระดับ 1

ร่างกาย : 1

ความเร็ว : 1

พลังเวทย์ : 10


“ร่างกายและความเร็วของเราเหมือนกับชาติก่อน แต่พลังเวทย์ 10 ไม่เหมือนชาติก่อน ชาติก่อนพลังของเรา 1 เท่ากันหมด แล้วชื่ออาชีพก็เปลี่ยนไป จาก อัศวินมังกร เป็น อัศวินมังกรกาลเวลา”

หยางตงคิดในใจขณะมองข้อมูลของตัวเอง

ถึงตอนนี้เขาจะสงสัยหลายๆ เรื่อง เขาก็ไม่แสดงออก หน้าตาของเขายังคงเป็นหน้าตาเย็นชาเหมือนกับตอนที่เขาอยู่ในกลุ่มนักเรียน เขามองไปทางผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 แล้วพูดว่า

“ผู้อำนวยการ ผมต้องการเพิ่มระดับของตัวเองเร็วๆ ผมไปเลยได้ไหม”

“ดะ… ได้”

ผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 99 พยักหน้า ตอนนี้เขาสงสัยมากว่าหยางตงได้อาชีพอะไร แต่ว่า ถ้าถึงขนาดใช้อุปกรณ์ป้องกันการตรวจสอบก็แปลว่าหยางตงต้องการปิดบังอาชีพของตัวเอง เขาเลยไม่ถาม

อีกอย่าง นักเรียนขอออกไปก่อนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมหาวิทยาลัยระดับสูงที่มีทรัพยากรจำนวนมากจะเลือกรับคนที่มีระดับสูงๆ เข้าเรียนก่อน นักเรียนที่ปลุกพลังและไปฆ่าสัตว์อสูรเลยมีเยอะแยะ อย่างเช่น ซูหลาน ที่ปลุกพลังคนแรกตอนนี้เธอคงกำลังสู้กับสัตว์อสูร

ประตูมิติ

ตอนนี้หยางตงกำลังอยู่ข้างหน้าประตูมิติ เป้าหมายของเขาคือดินแดนทางเหนือที่มีน้ำแข็งตลอดทั้งปี เป้าหมายของเขาก็คือ ไข่มังกรน้ำแข็ง

“ดินแดนทางเหนือ เมืองน้ำแข็งพันปี”

หยางตงบอกเป้าหมายของตัวเอง

“ราคา 1 เหรียญทอง”

ทหารที่ทำหน้าที่ดูแลประตูมิติบอกราคา

หยางตงส่งเหรียญทองให้ทหาร 1 เหรียญทอง เมืองน้ำแข็งพันปีแตกต่างจากเมืองที่เขาอยู่มากเพราะที่นั่นคือแนวหน้าของมนุษย์ ที่นั่นไม่เจริญเหมือนกับเมืองที่เขาอยู่ร้านบางร้านให้จ่ายแค่เงินสด ไม่รับเงินโอน ไม่รับรูดบัตร เขาเลยถอนเงินออกจากธนาคารบางส่วน

“นายแน่ใจนะว่าจะไปที่นั่น ฉันได้ยินว่าที่นั่นอันตรายมาก”

ทหารดูแลประตูมิติที่รับเงินไปแล้วถาม

“แน่ใจ”

หยางตงพยักหน้า

“อืม”

ทหารดูแลประตูมิติพูดเบาๆ เขามองหยางตงแล้วคิดถึงลูกชายตัวเองเขาเลยเตือน แต่ถ้าเตือนแล้วยังอยากไปอยู่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

ผ่านไปประมาณ 5 นาที ทหารที่ทำหน้าที่ดูแลประตูมิติก็พูดว่า

“เชิญ”

หยางตงไม่ได้ตอบอะไร เขาพยักหน้าแล้วเดินเข้าประตูมิติ

ฟุ๊บ!!!

เมื่อหยางตงเดินเข้าประตูมิติแล้ว คนกลุ่มหนึ่งก็เดินไปทางประตูมิติ ผู้ชายสวมเกราะหนักสีทองที่เดินอยู่ด้านหน้ากลุ่มพูดขึ้นว่า

“เด็กนั่นเดินทางไปที่ไหน?”

“พวกคุณคือ…”

ทหารดูแลประตูมิติถามกลับ แต่ระหว่างที่เขากำลังถามกลับเขาก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจับดาบของตัวเอง เมื่อเขาตรวจสอบระดับของกลุ่มคนด้านหน้าเขาก็เห็นว่าระดับมากกว่าตัวเขาทุกคน เขามีครอบครัวต้องดูแล ถ้าเขาตายที่นี่ครอบครัวของเขาก็ต้องลำบาก เขาเลยตอบว่า

“ดินแดนทางเหนือ เมืองน้ำแข็งพันปี”

“พวกเราต้องการไปที่นั่น”

ผู้ชายสวมชุดเกราะหนักสีทองพูดออกมา แล้วโยนถุงเหรียญทองให้ทหารดูแลประตูมิติ

จากนั้นผู้ชายสวมชุดเกราะสีทองและคนอื่นๆ ก็เดินเข้าประตูมิติ

ทหารดูแลประตูมิติส่ายหน้าของตัวเอง เขาไม่โง่ เขารู้ว่ากลุ่มคนที่พึ่งเขาประตูไปต้องการทำอะไร ตามไปแบบนี้ พวกเขาต้องการปล้นหรือไม่ก็ฆ่าเด็กหนุ่มที่เขาประตูมิติก่อนพวกเขาแน่นอน

เมืองน้ำแข็งพันปี

เมื่อเดินทางถึงเมืองน้ำแข็งพันปีแล้วหยางตงก็ออกจากเมืองทันที เขามุ่งหน้าไปที่ตำแหน่งของไข่มังกรน้ำแข็ง ที่เขาจำตำแหน่งได้ก็เพราะเรื่องค้นพบไข่มังกรน้ำแข็งเคยเป็นข่าวที่ดังมาก แต่ว่า ถึงมนุษย์จะมีไข่มังกรน้ำแข็งเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะคนที่เป็นเจ้าของไข่น้ำแข็งต้องการขายไข่มังกรน้ำแข็งราคา 1,000 ล้านเหรียญทอง

รัฐบาลกลางเผ่าพันธุ์มนุษย์บอกกับหยางตงว่า ‘ถ้าคุณเลื่อนระดับถึงระดับ 50 รัฐบาลกลางเผ่าพันธุ์มนุษย์จะซื้อไข่มังกรน้ำแข็งและให้คุณ’ หยางตงเลยสู้แบบไม่กลัวตาย แต่ระดับยังไม่ถึงระดับ 50 เขาก็ย้อนเวลากลับมาตอนที่เขาอายุ 18

เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลกลางเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ต้องการมอบไข่มังกรน้ำแข็งให้หยางตง แต่เงิน 1,000 ล้านเหรียญทอง มันมีจำนวนเยอะมาก พวกเขาให้หยางตงเลยไม่ได้เพราะคนอื่นๆ จะไม่พอใจ พวกเขาเลยต้องการให้หยางตงแข็งแกร่งพอสมควรและมอบไข่มังกรน้ำแข็งให้

อีกอย่าง คนที่ขายไข่มังกรก็ตั้งราคาแบบคิดว่าไม่มีใครกล้าซื้อ เพราะเขาจะเก็บเอาไว้ให้คนในตระกูลของเขา ถ้าคนในตระกูลของเขาปลุกอาชีพอัศวินมังกรหรืออาชีพเกี่ยวกับมังกร แล้วตระกูลของเขามีไข่มังกร อำนาจตระกูลของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมหาศาล การซื้อไข่มังกรเลยไม่ง่าย

แต่ชาตินี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ไข่มังกรน้ำแข็งจะต้องกลายเป็นของหยางตง

ออกมาจากเมืองน้ำแข็งพันปีสักพัก หยางตงก็เห็นหมูป่าน้ำแข็งตัวใหญ่ที่กำลังวิ่งเข้าหาตัวเขา ขนาดตัวของมันใหญ่มาก ใหญ่กว่าหมูป่าปกติหลายเท่า น้ำหนักของมันประมาณ 2 ตัน

หยางตงตรวจสอบข้อมูลของมันทันที


เผ่าพันธุ์ : สัตว์อสูร

ชื่อ : หมูป่าน้ำแข็ง

อาชีพ : ไม่มี

ระดับ : ระดับ 3

ร่างกาย : 12

ความเร็ว : 7

พลังเวทย์ : 7


ข้อมูลหมูป่าน้ำแข็งปรากฏต่อหน้าหยางตง

ไม่แปลกที่หมูป่าน้ำแข็งจะชื่อว่าหมูป่าน้ำแข็งเพราะสัตว์อสูร ต้องเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากๆ ถึงสามารถตั้งชื่อตัวเอง เช่น จักรพรรดิเสือไฟ ถ้าต้องการตั้งชื่อตัวเองต้องแข็งแกร่งมากๆ เรื่องนี้คือกฎของพวกสัตว์อสูร

ส่วนเรื่องอาชีพ สัตว์อสูรทุกตัวไม่มีอาชีพ ถ้าสัตว์อสูรมีอาชีพมนุษย์คงตายหมดไปนานแล้วเพราะพวกสัตว์อสูรมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มากแค่นี้ก็แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มากแล้ว ถ้ามีอาชีพด้วยก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

ตอนนี้หยางตงระดับ 1 ระดับต่ำกว่าหมูป่าน้ำแข็ง ถ้าเป็นคนปกติเมื่อเจอกับสัตว์อสูรที่ระดับสูงกว่าตัวเองจะหนีให้เร็วที่สุด แต่! นั่นคือคนปกติ

หยางตงเปิดใช้งานแหวนมิติจากนั้นก็เอาดาบออกมาจากแหวนมิติ ดาบคือดาบธาตุไป เมื่อใช้ดาบธาตุไฟโจมตีสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งการโจมตีจะรุนแรงขึ้นหลายเท่า

“โฮกกกก!!!”

เมื่อเห็นว่าหยางตงเตรียมตัวสู้ หมูป่าน้ำแข็งก็ตะโกนออกมาแล้วก็เปลี่ยนเส้นทาง มันไม่โง่ มันรู้ว่าสิ่งที่หยางตงถืออยู่คือดาบธาตุไฟมันเลยเลือกหนี… ไม่สิ! ถอยไปตั้งหลัก

“ไอ้หมูนี่มันฉลาด”

หยางตงยิ้มออกมาระหว่างมองหมูป่าน้ำแข็งกำลังวิ่งหนีไป เขาไม่ตามมันเพราะเป้าหมายของเขาคือไข่มังกรน้ำแข็ง ถ้าไม่สู้ได้เขาก็เลือกไม่สู้

เมื่อเหตุการณ์หมูป่าจบแล้ว หยางตงก็เดินต่อไป

….

…..

ผ่านไปหลายชั่วโมง

เดินอยู่ที่ดินแดนที่มองไปทางไหนก็เจอน้ำแข็งหลายชั่วโมง ในที่สุดหยางตงก็เจอเป้าหมายของเขา ตอนนี้ด้านหน้าของหยางตงคือต้นไม้ขนาดใหญ่สูงหลายพันเมตร ลำต้นใหญ่มาก และต้นไม้ก็เป็นต้นไม้น้ำแข็งทั้งหมด ทุกส่วนของต้นไม้คือน้ำแข็ง

ต้นไม้ต้นนี้แหกกฎสิ่งมีชีวิตมากเพราะทั้งต้นเป็นน้ำแข็งหมด แต่ก็สามารถมีชีวิตได้ และมันก็แข็งแกร่งเยอะมากด้วย

หยางตงเคยได้ยินว่ามีคนเคยตรวจสอบข้อมูลของมัน ระดับของต้นไม้น้ำแข็งต้นนี้คือ ระดับ 300

หยางตงเคยได้ยินแค่ระดับของมัน ไม่รู้ว่ามันมีร่างกายหรือพลังเวทย์เท่าไหร่ ข้อมูลที่ถูกปล่อยออกมามีแค่ระดับของต้นไม้น้ำแข็ง และเวทย์ของมันที่ใช้ตลอดเวลา ต้นไม้น้ำแข็งต้นนี้ใช้เวทย์ตลอดเวลา ในระยะ 1 กิโลเมตร รอบๆ ต้นไม้น้ำแข็งมีอุณหภูมิ -100 องศา

เมื่อเป้าหมายอยู่ตรงหน้าแล้วหยางตงก็เอาอุปกรณ์ทนความเย็นออกมาจากแหวนมิติแล้วเริ่มใส่ ระหว่างที่หยางตงกำลังใส่อุปกรณ์ลูกศร 1 ลูก ก็พุ่งตรงเข้าหาหยางตง

“ถึงเวลาแล้วสินะ”

หยางตงคิดในใจเงียบๆ จากนั้นก็เอียงตัวหลบลูกศร เขารู้ตั้งแต่ที่เขาออกจากเมืองน้ำแข็งพันปีแล้วว่ามีกลุ่มคนกำลังตามเขา แต่เขาอยากรู้ว่ากลุ่มคนที่ตามเขาต้องการอะไร ทำไมถึงตามเขา เขาเลยปล่อยให้พวกมันเดินตามตัวเอง และตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่ากลุ่มคนที่ตามเขาต้องการอะไร

ทันทีที่เขาเอาอุปกรณ์จำนวนมากออกมาจากแหวนมิติ พวกมันก็เริ่มโจมตีเขาทันที สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพวกมันต้องการอุปกรณ์ของเขา พวกมันคงอยากยืนยันก่อนว่าอุปกรณ์จำนวนมากที่เขาซื้ออยู่ในแหวนมิติหรือเปล่า ถ้าอยู่พวกมันก็จะเริ่มโจมตี เป้าหมายของพวกมันก็คืออุปกรณ์จำนวนมากที่เขาซื้อ

หยางตงรู้ว่าตอนนี้เขาสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เขาเลยรีบสวมอุปกรณ์ทนความเย็น ระหว่างที่เขากำลังสวมอุปกรณ์ก็มีคน 2 คน กำลังวิ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็ว ในมือของทั้ง 2 คน มีมีดสั้นอยู่

ทว่า หยางตงเร็วกว่า เมื่อเขาสวมอุปกรณ์ป้องกันความเย็นเรียบร้อยแล้วเขาก็วิ่งเข้าอาณาเขตต้นไม้น้ำแข็ง รอบๆ ต้นไม้น้ำแข็ง 1 กิโลเมตร มีอุณหภูมิ –100 องศา ถ้าเดินเข้าแบบไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความเย็นก็เหมือนฆ่าตัวตาย

คน 2 คน หยุดทันทีพวกเขาไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความเย็น ถึงตอนนี้หยางตงจะอยู่ห่างจากพวกเขาไม่กี่เมตร พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...