โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 4 มาตรการสร้างเสน่ห์หุ้นไทยหวังโชว์ Quick Win ใน 4 เดือน เร่งปลดล็อก IPO สู่อุตสาหกรรมโลกใหม่

Thairath Money

อัพเดต 06 ต.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 07.14 น.
ภาพไฮไลต์

4 องค์กรหลักด้านตลาดทุนไทยจับมือกันประกาศใช้ "ชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย" เพื่อพลิกโฉมตลาดหุ้นให้กลับมาคึกคักและน่าลงทุนอีกครั้ง โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะต้องเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ หรือ Quick Win ภายใน 4 เดือนข้างหน้า

หนึ่งในไฮไลท์ที่น่าจับตาที่สุดคือการ "ปลดล็อกกระบวนการ IPO" เพื่อเปิดทางให้บริษัทแห่งโลกอนาคตในกลุ่ม New Economy และ New S-Curve ที่ได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ให้สามารถเข้าระดมทุนได้ง่ายขึ้น

ซึ่งมาตรการนี้จะเข้ามาแก้ปัญหาที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญมานาน นั่นคือการที่ดัชนี SET50 เต็มไปด้วย "หุ้นหน้าเดิม" มากว่า 2 ทศวรรษ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูต้อนรับบริษัทเทคโนโลยี, ธุรกิจนวัตกรรม, และแม้กระทั่งค่ายรถยนต์ EV จากต่างประเทศ ให้เข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักลงทุน

ในฝั่งของนักลงทุนรายย่อยก็มีการผลักดันมาตรการสำคัญอย่าง "TISA" หรือบัญชีการลงทุนส่วนบุคคล ซึ่งไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยลดหย่อนภาษี แต่เป็นการปฏิรูปโครงสร้างการออมของคนไทยครั้งใหญ่ เพื่อส่งเสริมให้คนเปลี่ยนเงินฝากมาเป็นการลงทุนระยะยาว

เปิด 4 มาตรการ ขับเคลื่อนตลาดทุนยุคใหม่

มาตรการสร้างเสน่ห์หุ้นไทย มีแผนการดำเนินงานจะขับเคลื่อนผ่าน 4 มาตรการหลัก ที่ครอบคลุมทุกมิติของตลาดทุน ตั้งแต่ฝั่งผู้ซื้อ ผู้ขาย ไปจนถึงระบบนิเวศโดยรวม โดยมีแผนปฏิบัติการเร่งด่วนภายใน 4 เดือนข้างหน้า ดังนี้

1.Quality Demand - ส่งเสริมการออมระยะยาวผ่าน "บัญชีการลงทุนส่วนบุคคล" (TISA) เพื่อเปลี่ยนเงินออมเป็นเงินลงทุน รวทถึงขยายฐานนักลงทุนกลุ่มใหม่ และเพิ่มบทบาทของนักลงทุนสถาบันในประเทศ

2.Attractive Supply - ดึงดูดบริษัทคุณภาพและธุรกิจ New Economy เข้าระดมทุน พร้อมยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ Jump+ และปรับปรุงเกณฑ์ IPO ให้ทันสมัย รวมถึงผลักดันการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ตามมาตรฐานสากล

3.Trusted Market - เพิ่มความเข้มข้นในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ยกระดับการกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพ (Gatekeepers) เพื่อป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

4.Supportive Ecosystem - ใช้เทคโนโลยีเพิ่มการเข้าถึงการลงทุนและผลักดันสู่ ตลาดทุนดิจิทัล ทบทวนเกณฑ์การซื้อขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักลงทุนในปัจจุบัน

4 ผู้นำองค์กร มั่นใจฟื้นตลาดทุนไทย

ดร.วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทยนี้ จะเสริมสร้างศักยภาพให้ตลาดทุนไทยมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และวางรากฐานที่มั่นคงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

เมื่อตลาดทุนสามารถดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพให้เข้ามาระดมทุน จะช่วยเพิ่มโอกาสของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ รวมทั้งเพิ่มจำนวนนักลงทุนในตลาดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ตลาดทุนไทยมีประสิทธิภาพในการเป็นแหล่งระดมทุนเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นมาตรการ Quick Win ที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในระยะสั้น และส่งผลต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวด้วย

พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ริเริ่มจัดตั้งคณะทำงาน Taskforce เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรการพัฒนาตลาดทุนไทยอย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันระยะยาวอย่างยั่งยืน สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจและบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งยกระดับความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนไทย

โดยเชื่อมั่นว่าการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ ต้องอาศัยความร่วมมือทำงานของทุกภาคส่วน
 ซึ่งมีการตั้งเป้าหมายให้ทุกมาตรการมี KPI ที่ชัดเจนและเห็นผลเป็นรูปธรรม และบางมาตรการสามารถมีความชัดเจนได้ภายใน 4 เดือน

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลท. พร้อมผลักดันมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทยอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การดึงดูดกิจการ New Economy ที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียน การยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ Jump+ การใช้เทคโนโลยีเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลของผู้ลงทุน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายตอบโจทย์ผู้ลงทุนทุกกลุ่ม ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่น
ให้ตลาดทุนไทยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง พร้อมรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
และการแข่งขันระดับภูมิภาค โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพตลาด สร้างความน่าเชื่อถือ และยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแล เพื่อให้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งระดมทุนที่มีประสิทธิภาพ

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ชี้ว่า การขับเคลื่อน “ชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดหุ้นไทย” เป็นความร่วมมือสำคัญจากทุกภาคส่วนในตลาดทุน ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของตลาดหุ้นไทยให้แข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน เชื่อว่ามาตรการ TISA จะเป็นการปฏิรูปการออมครั้งใหญ่เพื่อรองรับสังคมสูงวัย และเชื่อว่าแผนทั้งหมดจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้อย่างชัดเจน

ชู TISA ปฏิรูปการออม “FETCO” เล็งคุย “คลัง” เพิ่มเร็วๆ นี้

หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือการผลักดัน "บัญชีการลงทุนส่วนบุคคล" (Thailand Individual Savings Account หรือ TISA) เพื่อสนับสนุนการออมระยะยาว รับสังคมสูงวัย

TISA ไม่ใช่แค่เครื่องมือลดหย่อนภาษี แต่คือ การปฏิรูปโครงสร้างการออมของคนไทยครั้งใหญ่ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวและเตรียมความพร้อมรับมือสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ FETCO เน้นย้ำว่า TISA จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายขึ้น เช่น หุ้น, กองทุนรวม, หรือตราสารหนี้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว

แนวคิดของ TISA จะครอบคลุมการออมในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การออมเพื่อการเกษียณ, การออมเพื่อการลงทุนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (ESG), และการออมเพื่อบุตรหลาน ซึ่งจะทำให้ TISA เป็นเครื่องมือการเงินที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงคนทุกกลุ่ม

โดย FETCO ได้ยื่นข้อเสนอและเตรียมเข้าหารือกับกระทรวงการคลังในเร็วๆ นี้ เพื่อผลักดันรายละเอียดด้านกฎหมายและสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะเร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ในปี 2569

ปลดล็อก IPO เปิดประตูสู่ New S-Curve แก้ปัญหา SET50 หน้าเดิม

อีกหนึ่งภารกิจเร่งด่วนคือการ "ยกเครื่องกระบวนการ IPO" เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพสูงและอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (New S-Curve) ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากขึ้น

อัสสเดช ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ยอมรับว่า รายชื่อหุ้นในดัชนี SET50 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นเป้าหมายสำคัญคือการนำ "ชื่อใหม่ๆ" โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม New Economy เข้ามาเพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาด

ปัจจุบันมีบริษัทจำนวนมากที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แต่ยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น คณะทำงานจะเข้าไปปลดล็อกกฎเกณฑ์และปรับปรุงกระบวนการ IPO ให้เอื้อต่อบริษัทเหล่านี้มากขึ้น เพื่อสร้าง "New Supply ที่มีคุณภาพ" ให้นักลงทุนได้เลือกลงทุน

ดร.กอบศักดิ์ FETCO เผยว่า มีบริษัทจากต่างประเทศหลายบริษัทให้ความสนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เช่น บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สัญชาติจีนที่สนใจเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) และสำนักงานใหญ่ในไทย พร้อมทั้งต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยด้วย ซึ่งมาตรการใหม่นี้จะช่วยอำนวยความสะดวกและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในลักษณะนี้ได้

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 4 มาตรการสร้างเสน่ห์หุ้นไทยหวังโชว์ Quick Win ใน 4 เดือน เร่งปลดล็อก IPO สู่อุตสาหกรรมโลกใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...