โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สกุลเงินร่วม BRICS ความท้าทายสู่ระเบียบการเงินใหม่

Thairath Money

อัพเดต 05 ก.ย 2568 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2568 เวลา 01.01 น.
ภาพไฮไลต์

แนวโน้มลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ (Dedollarization) กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในระบบการเงินโลก ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของมาตรการกีดกันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างมหาอำนาจ และความกังวลเรื่องความเสี่ยงจากการพึ่งพาระบบการเงินโลกที่ขึ้นอยู่กับนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก โดยสัดส่วนของดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกปรับลดลงจาก 71% ในปี 1999 เป็น 58% ในปี 2567 การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนความต้องการของประเทศต่าง ๆ ในการลดความเสี่ยงทางการเงิน ทั้งจากระบบชำระเงินที่พึ่งพาดอลลาร์สหรัฐและการถือสินทรัพย์สหรัฐฯ ที่มีความผันผวนสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ ที่ลดลง

ท่ามกลางกระแสลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ ความร่วมมือทางการเงินที่อาจนำไปสู่สกุลเงินใหม่ในกลุ่มประเทศ BRICS จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยกลุ่ม BRICS ประกอบไปด้วย บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน และแอฟริกาใต้ พร้อมด้วยสมาชิกใหม่อย่างซาอุดีอาระเบีย, อิหร่าน, อียิปต์, อินโดนีเซีย, เอธิโอเปีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้มีขนาดรวมกันคิดเป็นกว่า 1 ใน 3 ของ GDP โลก และมีประชากรรวมคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มหาศาล กลุ่ม BRICS จึงเป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่มีทรัพยากรและอิทธิพลเพียงพอในการพัฒนาระบบการเงินทางเลือกที่สามารถแข่งขันกับระบบการเงินที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในการสร้างสกุลเงินร่วมมีมากกว่าโอกาสที่จะเป็นจริงได้ จึงทำให้กลุ่มนี้หันไปพัฒนาทางเลือกที่ปฏิบัติได้จริงมากกว่า เช่น การใช้สกุลเงินท้องถิ่นและระบบชำระเงินทางเลือก

ศักยภาพและความสนใจต่อการพัฒนาทางเลือกที่จะลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐหรือระบบชำระเงินระหว่างประเทศที่มีดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลาง ในกลุ่ม BRICS นี้ ได้สร้างความกังวลให้แก่สหรัฐฯ อยู่บ้าง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยออกมาประกาศเตือนว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าสูงสุดถึง 100% สำหรับประเทศที่พยายามลดการใช้ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ มาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ของสหรัฐฯ (Reciprocal tariff) ก็มีแนวโน้มที่จะกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากกลุ่มประเทศ BRICS ในระดับสูง โดยอัตราที่ประกาศกับจีน, อินเดีย, บราซิล และแอฟริกาใต้ อยู่สูงถึง 30-50% (ณ สิงหาคม 2568 โดยสหรัฐฯ ยังคว่ำบาตรทางการค้ากับรัสเซียอยู่) การใช้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดกว่าชาติอื่นถือเป็นการยืนยันทางอ้อมว่ากลุ่ม BRICS มีน้ำหนักทางเศรษฐกิจและการเมืองเพียงพอที่จะขึ้นมาท้าทายความเป็นผู้นำทางการเงินของสหรัฐฯ

ความท้าทายของการสร้างสกุลเงินร่วม

ความท้าทายในการสร้างสกุลเงินร่วมที่สำคัญ คือ ความสอดคล้องกันของวัฏจักรเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ เพราะการใช้สกุลเงินร่วมกันต้องมีธนาคารกลางเดียวเป็นผู้กำหนดนโยบายการเงินเดียวกันสำหรับทุกประเทศ แต่ปัญหาอาจเกิดขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมกับประเทศหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกประเทศหนึ่ง เช่น ประเทศที่เผชิญปัญหาอัตราเงินเฟ้อสูงอาจจำเป็นต้องมีอัตราดอกเบี้ยสูง ขณะที่ประเทศที่เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจจำเป็นต้องมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ดังนั้น สกุลเงินร่วมจึงเหมาะกับกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ประเทศที่จะใช้สกุลเงินร่วมกันยังต้องมีกลไกเชิงสถาบันที่ช่วยให้แรงงานและเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศได้อย่างเสรี และต้องมีระบบการช่วยเหลือทางการเงินระหว่างสมาชิกเมื่อประเทศใดประเทศหนึ่งเผชิญปัญหา

ประสบการณ์ของสหภาพยุโรปเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของการสร้างสกุลเงินร่วมคือเงินยูโร บนข้อได้เปรียบพื้นฐาน ทั้งประวัติศาสตร์ความร่วมมือที่ยาวนาน ความใกล้เคียงทางวัฒนธรรม และโครงสร้างสถาบันทางการเมืองและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยกระบวนการสร้างสกุลเงินยูโรต้องใช้เวลาหลายทศวรรษในการเตรียมความพร้อม ผ่านการบูรณาการทางเศรษฐกิจและการสร้างสถาบันร่วม รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขทางการเงินที่เข้มงวดก่อนที่แต่ละประเทศจะสามารถใช้เงินยูโรร่วมกันได้จริง

อย่างไรก็ตาม วิกฤติหนี้ในยุโรปหลังปี 2551 แสดงให้เห็นข้อจำกัดพื้นฐานของการใช้สกุลเงินร่วม เมื่อบางประเทศจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะถดถอย แต่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำหนดนโยบายการเงินเดียวกันสำหรับทั้งยูโรโซน ทำให้ประเทศที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจขาดอิสระในการบริหารจัดการปัญหาเศรษฐกิจของตนเองด้วยนโยบายการเงิน วิกฤตในยุโรปนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อประเทศต่าง ๆ มีวัฏจักรเศรษฐกิจแตกต่างกัน นโยบายการเงินเดียวกันภายในกลุ่มอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาของทุกประเทศได้พร้อมกัน

สกุลเงินร่วมอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับ BRICS

จะได้เห็นว่า แม้แต่ยูโรโซนที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจคล้ายกันค่อนข้างมากยังประสบปัญหาการใช้สกุลเงินร่วม ดังนั้น ความแตกต่างทางเศรษฐกิจของกลุ่ม BRICS จึงเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยกลุ่ม BRICS มีความแตกต่างทางโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ตั้งแต่ซาอุดีอาระเบีย (รายได้สูง) จีนและรัสเซีย (รายได้ปานกลางบน) อียิปต์และอินเดีย (รายได้ปานกลางล่าง) จนถึงเอธิโอเปีย (รายได้ต่ำ) นอกจากปัจจัยเศรษฐกิจแล้ว ความแตกต่างในระดับการพัฒนาทางการเงิน ความซับซ้อนของตลาดทุนและระบบธนาคาร ยิ่งทำให้การบูรณาการระบบการเงินระหว่างประเทศมีความท้าทายสูงเช่นกัน

นอกจากนี้ ความร่วมมือของกลุ่ม BRICS เกิดจากการรวมตัวของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่ต้องการสร้างเวทีหารือทางเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มเติมจากความร่วมมือเดิม ๆ ที่มีชาติตะวันตกเป็นศูนย์กลาง โดยกลไกหลักของกลุ่มคือการประชุมสุดยอดประจำปีและการสร้างสถาบันร่วมบางประการ เช่น ธนาคารพัฒนาใหม่ (New Development Bank) อย่างไรก็ตาม ลักษณะของความร่วมมือใน BRICS มุ่งเน้นการประสานงานมากกว่าการรวมตัวกันในเชิงนโยบาย ซึ่งแตกต่างจากสหภาพยุโรปที่มีการบูรณาการสูงและมีเป้าหมายในการสร้างสกุลเงินร่วมที่ชัดเจน ขณะที่กลุ่ม BRICS ยังไม่มีสถาบันกลางที่มีอำนาจบังคับใช้กับแต่ละประเทศสมาชิก และไม่มีกฎหมายร่วม การตัดสินใจด้านนโยบายเศรษฐกิจและการเงินยังคงอยู่ในระดับรัฐบาลแต่ละประเทศ และไม่มีการมอบอำนาจส่วนกลางในด้านนโยบายเศรษฐกิจหรือการเงิน ดังนั้น หากดูจากระดับความร่วมมือกันของ BRICS ในปัจจุบันยังคงห่างไกลจากการสร้างสกุลเงินร่วมอยู่มาก

BRICS มองระบบชำระเงินทางเลือกและการใช้สกุลเงินท้องถิ่น

ข้อจำกัดด้านโครงสร้างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นในวาระการประชุมของกลุ่ม BRICS ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีการหารือเรื่องระบบการเงินระหว่างประเทศในหลายการประชุม BRICS Summit แต่เนื้อหาในการประชุมส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างกัน หรือการใช้ระบบชำระเงินทางเลือกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาติตะวันตกแทน โดยรัฐบาลบราซิลในฐานะประธาน BRICS ในปี 2568 ได้ประกาศว่าไม่มีแผนการสำคัญใด ๆ เพื่อสร้างสกุลเงินร่วม BRICS แต่จะเน้นไปที่การใช้สกุลเงินท้องถิ่นของแต่ละประเทศสมาชิก และระบบชำระเงินข้ามพรมแดนแทน

แม้แนวคิดสกุลเงินร่วมอาจไม่ได้เป็นเป้าหมายหลัก แต่สมาชิกแต่ละประเทศก็ยังคงมีความพยายามในการสร้างทางเลือกแทนระบบการเงินที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่นำโดยเศรษฐกิจประเทศโลกตะวันตก ซึ่งได้แก่ระบบ SWIFT โดยธนาคารส่วนใหญ่ทั่วโลกพึ่งพาระบบนี้ในการสื่อสารคำสั่งโอนเงินระหว่างประเทศ ความจำเป็นที่จะต้องมีระบบทางเลือกเห็นได้ชัดจากกรณีของรัสเซียที่ถูกตัดขาดจากระบบ SWIFT ในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน การค้ากับจีนเกือบทั้งหมดในช่วงปี 2566 ต้องเปลี่ยนมาชำระเงินเป็นหยวน-รูเบิล และต้องใช้รูปี-รูเบิลในการซื้อขายน้ำมันกับอินเดีย แสดงให้เห็นว่าการถูกตัดจากระบบการชำระเงินของตะวันตกสามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสามารถในการค้าระหว่างประเทศ

ในการรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว สมาชิก BRICS ได้ลงนามข้อตกลงการค้าเป็นสกุลเงินท้องถิ่นหลายคู่ เช่น จีน-บราซิล, อินเดีย-รัสเซีย และจีน-รัสเซีย นอกจากนี้ จีนยังมีบทบาทนำในการพัฒนาระบบ CIPS (Cross-border Interbank Payment System) ซึ่งช่วยให้สามารถชำระเงินข้ามประเทศเป็นหยวนได้โดยตรงแทนที่จะต้องชำระผ่านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ระบบนี้ยังคงต้องอาศัยเครือข่าย SWIFT สำหรับส่งข้อความระหว่างธนาคารเป็นหลักอยู่ดี

สำหรับการพัฒนาระบบการชำระเงินของกลุ่ม BRICS มีโครงการ BRICS Pay ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างระบบชำระเงินที่ใช้เงินสกุลท้องถิ่นของแต่ละประเทศ โดย BRICS Business Council และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2567 ในช่วงการประชุม BRICS Business Forum ที่มอสโก พร้อมมีการทดสอบใช้งานจริง

ในปัจจุบันแนวคิดสกุลเงินร่วม BRICS อาจดูไม่ค่อยเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ จากความแตกต่างพื้นฐานของโครงสร้างเศรษฐกิจและระดับการพัฒนา กลุ่ม BRICS จึงหันไปพัฒนาทางเลือกที่ปฏิบัติจริงได้มากกว่า อาทิ การใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าทวิภาคี การพัฒนาระบบชำระเงินทางเลือก และความร่วมมือทางการเงินในขอบเขตจำกัด แนวทางเลือกเหล่านี้แม้ไม่ได้สร้างระเบียบการเงินโลกใหม่ในทันที แต่สามารถลดการพึ่งพาระบบการเงินที่มีดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลางได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจและข้อจำกัดของ BRICS มากกว่าแนวทางการสร้างสกุลเงินร่วมที่ซับซ้อนและต้องการเงื่อนไขเบื้องต้นหลายด้าน ซึ่งแต่ละประเทศอาจต้องใช้เวลาดำเนินการให้สอดคล้องก่อน

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สกุลเงินร่วม BRICS ความท้าทายสู่ระเบียบการเงินใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...