ภูมิธรรม มอบนโยบายปราบยาเสพติด ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ ตร.ภาค 5 สรุปยึดยาบ้า 222 ล้านเม็ด ไอซ์ 11,462 กิโล
ภูมิธรรม มอบนโยบายปราบยาเสพติด ย้ำแก้คนเดียวไม่ได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ แจงกรณีกัมพูชาทำให้การแก้ปัญหาหยุดไปช่วงหนึ่ง ยันรัฐพร้อมสนับสนุนเครื่องมือ ลั่นความรู้สึกของปชช.เป็นคำตอบความสำเร็จ ตร.ภาค 5 สรุปยึดยาบ้า 222 ล้านเม็ด ไอซ์ 11,462 กิโล
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 20 ส.ค.68 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ เพื่อมอบนโยบายปฏิบัติการ "No Drugs No Dealers สู่ Zero Drugs Thailand" พร้อมทั้งติดตามการปฏิบัติการและแถลงข่าวจับกุมคดียาเสพติด ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่
โดยมี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ให้การต้อนรับ
จากนั้นเวลา 10.10 น. ที่ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 รายงานสรุปผลดำเนินงานปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ในปีงบประมาณ 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.67-18 ส.ค.2568 สามารถจับกุมยาบ้าได้ 222,091,726 เม็ด ไอซ์ 11,462.83 กิโลกรัม เคตามีน 1,842.92 กิโลกรัม เฮโรอีน 197.92 กิโลกรัม และฝิ่น 155.88 กิโลกรัม
สามารถจับกุมคดียาเสพติดทุกข้อหา จำนวน 22,467 ข้อหา ผู้ต้องหา 20,265 คน จับกุมตามหมายจับ 984 หมาย ผลการดำเนินคดีข้อหาสมคบและสนับสนุน 376 คดี ผลการดำเนินคดีข้อหาฟอกเงิน 16 คดี
พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ระบุถึงปัญหาอุปสรรคว่า ปีนี้จับกุมยาบ้าได้เป็นจำนวนมาก คดีไหนที่จับกุมได้เกิน 1 ล้านเม็ด จะต้องส่งไปที่สำนักงานป.ป.ส. ที่ทุ่งสองห้อง แต่คิวการตรวจใช้เวลานานมาก บางคดีเกินเวลาที่ต้องไปฝากขัง ทำให้มีผลเสียต่อรูปคดี
นายภูมิธรรม กล่าวมอบนโยบายว่า ต้องขอขอบคุณที่จัดการตามนโยบายยาเสพติด สำหรับปัญหายาเสพติด สังคมไทยรับรู้ได้ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน จนถึงปัจจุบันประชาชนรู้สึกว่าปัญหาเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม พ่อแม่ฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อแม่
ทำให้เกิดปัญหาพัวพันในสังคมหลายส่วน ครอบครัวแตกแยก เราไม่ต้องการให้เกิดสภาพแบบนี้ ดังนั้น ที่เรากำหนดให้ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม พร้อมที่จะบูรณาการทุกภาคส่วนมาช่วยกันแก้ไขปัญหา เพราะเรื่องยาเสพติดทำคนเดียวไม่ได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน ขณะนี้แนวโน้มกำลังดีขึ้น
นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือขณะนี้เราเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย เป็นนโยบายของรัฐบาล เราจะจับกุมได้มากขึ้นเพราะเรามีเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น สมัยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ท่านอนุมัติรถเอกซเรย์ยาเสพติดเคลื่อนที่ ได้มาแล้ว 5 คัน คาดว่าอีกสองเดือนได้ของ จะช่วยทำให้การจัดการสกัดกั้นทำได้ดีขึ้น เข้าใจว่าอยู่ที่ภาคเหนือและภาคใต้ ยังขาดที่ภาคอีสาน ทราบมาว่าขณะนี้ได้ทำเรื่องขอไปอีก 4 คัน ก็ไม่มีปัญหา จะอนุมัติให้เพื่อให้มีเครื่องมือ เพราะยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่ง
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า รัฐบาลกำหนดนโยบายและมาตรการที่เข้มข้น ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เรามีมาตรการป้องกัน ป้องปราม ปราบปราม เราจะทำควบคู่กับการตรวจสอบสถานบันเทิง สถานมั่วสุมต่างๆ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพลด้วย
ในส่วนของการป้องกัน เราเน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนและประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนและสถานศึกษา ซึ่งฝ่ายปกครองรับนโยบายเพราะกระทรวงมหาดไทย เรามีกลไกตั้งแต่ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ไปจนถึงผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งชรบ. 7 แสนกว่าคน เข้าเอกซเรย์ถึงชุมชน เชื่อว่าสถานการณ์จะเบาบางลง
“ยาเสพติดเป็นปัญหาบั่นทอนทรัพยากรของประเทศ ขอฝากเรื่องนี้ให้ทุกคนช่วยกันดู กระทรวงมหาดไทยก็ต้องเข้มแข็งเพื่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น สิ่งสำคัญคือนโยบายของรัฐบาลเน้นการจัดการขั้นเด็ดขาด เป็นเรื่องที่เราจะไม่ปล่อยปละละเลย เราจัดการผู้ค้ารายใหญ่ ยาเสพติดข้ามชาติ ถือเป็นเรื่องที่ต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพราะยาเสพติดส่วนใหญ่มาจากแหล่งภายนอก พัฒนาโดยรวมกลุ่มชาวบ้านชายแดน 7-8 คน ผลิตวันหนึ่งได้เป็นล้านเม็ดก็ทำได้ หากไม่จัดการปัญหาจะบานปลายไปเรื่อยๆ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ต้องกำจัดยาเสพติดให้สิ้นซากไปจากสังคมไทย" นายภูมิธรรม กล่าว
ส่วนการบำบัดรักษาฟื้นฟูต้องร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ฝากทางผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยกันทำตรงนี้ จะทำเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ไม่ได้ ถ้าทำตรงนี้ได้จะสามารถคืนทรัพยากรบุคคลให้ประเทศชาติได้อีกมาก ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องกัมพูชา การแก้ปัญหาเลยหยุดไปช่วงหนึ่ง ต่อไปก็ต้องเดินหน้าตรวจสอบสถานบันเทิงผิดกฎหมาย หากใครทำได้ดีควรจะมีรางวัลให้ โดยให้ป.ป.ส.ไปดู ทำดีเราก็สนับสนุนส่งเสริม ถ้าทำบกพร่องก็มีปัญหา
นายภูมิธรรม กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดตามบัญชีรายชื่อที่สำรวจทั่วประเทศ จับกุมแล้ว 16,800 คน เหลืออีกประมาณ 4,000 คน ด้านการบำบัดรักษาก็นำเข้าสู่การบำบัดรักษาแล้ว 140,000 คน อยู่ระหว่างรอบำบัดประมาณ 68,000 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ก็ถือเป็นยอดที่มีการพัฒนาขึ้น
"เหนือสิ่งอื่นใดความรู้สึกของประชาชนเป็นคำตอบของความสำเร็จ ตัวเลขไม่ใช้คำตอบสูงสุด แต่ถ้าประชาชนบอกว่า ดีมาก ยาเสพติดหมดไป มีความสุข นั่นคือผลสำเร็จของการทำงาน" นายภูมิธรรม กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภูมิธรรม มอบนโยบายปราบยาเสพติด ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ ตร.ภาค 5 สรุปยึดยาบ้า 222 ล้านเม็ด ไอซ์ 11,462 กิโล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th