โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้น AI ร่วงระนาว พบ 95% โปรเจกต์ GenAI ยังไม่เวิร์ก นักลงทุนเริ่มตั้งคำถาม ผลตอบแทนอยู่ไหน

Thairath Money

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 07.00 น.
ภาพไฮไลต์

ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม AI หลายตัวที่ราคาร่วงจนทำให้ตลาดจับตาใกล้ชิด นำโดย Nvidia ที่ปรับลงกว่า 1% มาอยู่ที่ 173.48 ดอลลาร์สหรัฐ และ Palantir Technologies ร่วงเกือบ 4% ต่อเนื่องจากทั้งเดือนที่ร่วงลงแล้วเกือบ 20% จากจุดสูงสุดที่ 190 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันที่ CoreWeave, Oracle, Arista Networks และ Credo Technology ก็ปรับตัวลงเช่นกันในวันพุธที่ผ่านมาตามทิศทางตลาด

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนกังวลและขายออก เป็นผลจากรายงานฉบับล่าสุดของ MIT ที่ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า “95% ของโครงการนำร่องด้าน Generative AI ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้จริงให้กับองค์กรธุรกิจ อีกทั้งการใช้งานในระดับองค์กร (Enterprise) ยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้เพียงพอ” และมากไปกว่านั้น การเผยแพร่รายงานชิ้นนี้ยังสอดรับกับคำพูดของ Sam Altman ซีอีโอ OpenAI หนึ่งในบริษัทที่ได้รับเงินทุนมหาศาลในการพัฒนา AI แต่กลับเตือนนักลงทุนทั่วโลกว่าเรากำลังเข้าถึงช่วงเวลาที่ “ฟองสบู่ AI” ใกล้แตกเต็มที

ตลอดช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมากต่อข้อสรุปของรายงาน The GenAI Divide: State of AI in Business 2025 ของ MIT ที่อ้างอิงจากการสำรวจโครงการ AI ภาคธุรกิจกว่า 300 แห่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสาเหตุหลักของความล้มเหลวไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของ AI แต่เกิดจาก “GenAI Divide” หรือ “ช่องว่างด้านการเรียนรู้” ขององค์กรที่ไม่สามารถปรับระบบ กระบวนการ และวัฒนธรรมองค์กรให้สอดรับกับการใช้เครื่องมือ AI ได้

ไม่แปลกใจทำไมนักลงทุนจะตั้งคำถามกับเงินทุนมหาศาลที่กำลังละลายหายไปกับแม่น้ำเส้นนี้

สรุปเรื่อง AI จากรายงาน MIT ที่ทำให้นักลงทุนตกใจ

รายงาน“The GenAI Divide: State of AI in Business 2025” จาก MIT ได้รายงานถึงความจริงสุดโหดที่องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญ

แม้หลายองค์กรจะมีการลงทุนใน GenAI กว่า 3 - 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ 95% ขององค์กรยังไม่ได้ผลตอบแทนใด โดยมีโปรเจกต์เพียง 5% ที่ได้ผลลัพธ์และสร้างมูลค่าในระดับหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ส่วนใหญ่ยังคงไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางบัญชีกำไรขาดทุน (P&L) ที่วัดได้ มากไปกว่านั้นผลลัพธ์ยังสะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างองค์กรขนาดใหญ่ องค์กรขนาดกลาง ธุรกิจ SME ไปจนถึงสตาร์ทอัพ จนถูกเรียกว่า“GenAI Divide”

ยกตัวอย่าง เครื่องมืออย่าง ChatGPT และ Copilot ถูกใช้งานอย่างกว้างขวาง โดยกว่า 80% ขององค์กรได้ทดลองหรือทดสอบใช้งาน และเกือบ 40% รายงานว่ามีการนำมาใช้จริง อย่างไรก็ตาม เครื่องมือเหล่านี้ส่วนใหญ่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระดับบุคคลเท่านั้น แต่ไม่ส่งผลต่อผลประกอบการโดยตรงในทางกลับกัน ระบบ AI ระดับองค์กร พบว่า กว่า 60% ขององค์กรเคยประเมินระบบเหล่านี้ แต่มีเพียง 20% ที่เข้าสู่ขั้นทดสอบนำร่อง และเพียง 5% ที่เข้าสู่การใช้งานจริง โดยส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะเวิร์กโฟลว์ไม่ยืดหยุ่น ขาดการเรียนรู้เชิงบริบท และไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงในแต่ละวัน

ทั้งนี้อุปสรรคหลักของการขยายผล AI จึงไม่ใช่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ หรือบุคลากร แต่คือ “การเรียนรู้” เนื่องจากระบบ GenAI ส่วนใหญ่ไม่สามารถเก็บฟีดแบ็ค และปรับให้เข้ากับบริบท หรือพัฒนาให้ดีขึ้นตามเวลาได้

อ่านเพิ่มเติม The GenAI Divide: State of AI in Business 2025

ที่มาข้อมูล MIT , Investor Business Daily

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้น AI ร่วงระนาว พบ 95% โปรเจกต์ GenAI ยังไม่เวิร์ก นักลงทุนเริ่มตั้งคำถาม ผลตอบแทนอยู่ไหน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...