โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หมอสุภัทร” หนุนปฎิรูประบบข้าราชการ ช่วย“ข้าราชการน้ำดี”ทำงานคล่องตัว

The Better

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 10.24 น. • THE BETTER
“หมอสุภัทร“ หนุน ปฏิรูประบบราชการ ชี้ข้าราชการดี ๆ ถูกจำกัดด้วยระเบียบ – การตรวจสอบต้องไม่กลายเป็นการกลั่นแกล้ง

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้กล่าวเปิดใจว่า ในช่วงการบุกกรุงไม่ใช่ความเห็นของตนเองคนเดียวซึ่งตอนนั้นตนเองอยู่ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบทแต่เราประชุมกันหลายรอบในกลุ่มของแพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งเราก็มีการหารือกันว่าโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ รับไม่ไหวแล้วจริง ๆ ซึ่งโรงพยาบาลไม่มีเตียงที่จะรับคนไข้แล้วปิดประตูห้องฉุกเฉินก็ยังเข้าไม่ได้และคนตายชัดเจนเราจะทำอย่างไรกันได้บ้างเพื่อนเพื่อนเราที่อยู่จุฬาศิริราช รามา พระมงกุฏ เราก็คุยกับเขาเขาก็บอกชัดเจนว่าไม่ไหวแล้ว รักษาไม่ไหวแล้ว แต่เราพบว่าไม่มีใครลงไปแก้ปัญหาในชุมชน โดยการตรวจ ATK ซึ่งในขณะเดียวกันต่างจังหวัดมีการตรวจ ATK เพื่อควบคุมโรค

นพ.สุภัทร กล่าวต่อว่า สุดท้ายเราก็ได้ข้อสรุปว่ามาบุกกรุงกันเถอะ และไม่น่าเชื่อความยากของการบุกกรุงก็คือไม่ใช่พวกตนเอง แต่คือแพทย์จะลงพื้นที่ตรงไหน ยานนาวาก็ไม่รู้จัก ดินแดง คลองเตย พอรู้แต่เราจะลงตรงไหน ซึ่งก็ได้มีการประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 9 ก.ค. 64 เราตั้งใจจะบุกกรุงในวันที่ 14-16 ก.ค. 64 เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่สั้นมาก ส่วนเสาร์และอาทิตย์นั้นเราได้ติดต่อกับทีมชุมชน โดยได้ข้อเสนอให้ลงสลัมเท่านั้น ลงชุมชนแออัดเป็นหลัก ซึ่งเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่กรุงเทพคนที่ลำบากที่สุดก็คือคนที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด และตรงนี้ก็ได้ถูกแก้ไขไปโดยทีมชุมชนก็ได้รับผิดชอบในจุดนี้ โดยประสานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการจัดคิว หาสถานที่ และจัดทำข้อมูล

ต่อมาจะเอา ATK ที่ไหนเพราะในยุคนั้น เพราะในยุคนั้นพึ่งเป็นการเริ่มใช้ ATK และ ATK มีราคาสูง ซึ่งตอนนั้นตนเองได้เริ่มใช้แล้วที่โรงพยาบาลจะนะวันละ 500 คน ใช้หมอ 5 คน ตรวจวันละ 500 คน คนละ 100 ตรวจไปครึ่งวัน คนละ 100 คน อย่างมีความสุข เราก็มั่นใจว่าเทคโนโลยีนี้สามารถตรวจสอบได้และรายงานผลได้แม่นยำ ต่อมาจึงได้ทำการหาซื้อ ATK ซึ่งในสถานการณ์ตอนนั้นทุกคนช่วยกัน ซึ่งบริษัทแห่งหนึ่งได้ช่วยเราอย่างมากเค้ายอมลดราคาจาก 350 เหลือ 230 ภายใต้เงื่อนไข และพร้อมส่งถึงหน้างานทุกที่ในทุกสถานการณ์โดยไม่จำกัดจำนวน

สิ่งที่เราไม่เคยบอกสังคมในตอนนั้น คือระบบปฏิบัติการหลังบ้านทุกคนก็จะเห็นหน้าบ้านที่มีแพทย์ใส่ชุด PPE ไปออกตรวจ ATK ทั่วกรุง ซึ่งรอบแรกเรามา 3 วัน 6 ทีม ตรวจไป 20,000 คน พบเชื้อ 16% รอบ 2 ไปตรวจอีก 3 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 21-23 ก.ค. 64 มี 16 ทีมตรวจไปกว่า 30,000 คนต่อมาเราก็ยังคงพบว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นและทีมชุมชนก็เรียกร้องอย่างมากว่าให้มาอีกสักรอบรวมพลังกัน จนมีรอบ 3 อีก 7 วันตั้งแต่วันที่ 4-10 ส.ค. 64 จำนวน 45 ทีม ทีมใหญ่มากซึ่งเราไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ โดยเราได้รวมพลังตรวจประชาชนเป็นจำนวนมากกันอย่างเต็มที่

นพ.สุภัทร ยังกล่าวอีกว่า สำหรับปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงนั้นถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2566 โดยในระยะเวลาเกือบ 2 ปีผ่านไป ซึ่งแพทย์ชนบทมีทรรศนะบริหารจัดการสู้ภัยโควิด-19 ที่แตกต่างจากรัฐบาลจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเราเคยทักเรื่องวัคซีน Sinovac ใน 12 ล้านโดสสุดท้าย ซึ่งในช่วงปี 65 ที่โควิดเริ่มซา แต่กระทรวงสาธารณสุขยังมีความพยายามในการจัดซื้อวัคซีน Sinovac อีก 12 ล้านโดส เป็นจำนวน 6,000 ล้านบาท ขณะที่ยังมีวัคซีนตกค้างในโรงพยาบาลประกอบกับคนไม่ยอมฉีดแล้ว ซึ่งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะกรรมการมีความเห็นว่าควรจัดซื้อไม่เกิน 3-6 ล้านโดส แต่สุดท้ายมติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบที่ 12 ล้านโดส ตนเองจึงมองว่า เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ และสุดท้ายก็มาทิ้งจริง ๆ คือ เอาวัคซีนที่ตกค้าง เอาไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อนำไปฉีดให้ประชาชน แต่ในความจริงแล้ว แต่ละโดสของวัคซีนใกล้หมดอายุมากแล้ว

ทั้งนี้ นพ.สุภัทร กล่าวว่า สิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ตนเองรู้สึกว่าข้าราชการเป็นอาชีพที่มีความหมาย และยังมีข้าราชการในพื้นที่ดี ๆ อีกมากมาย แต่กลับถูกจำกัดโดยกฎระเบียบจนแทบจะขยับตัวไม่ได้ ซึ่งตอนแรกตนเองเข้าใจว่าที่ตนเองโดนสอบสวน และลงโทษด้านวินัยเอามีดมาปักหลังไว้ เพื่อจะได้พูดมากไม่ได้ แต่ไม่คิดว่าจะให้ออกจากราชการ จนสิงหาคม 2567 ตนเองได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรไปจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากกรรมการสอบสวนวินัย จึงทำหน้าที่ตนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...