โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Klook ชี้คนไทยเผชิญภาวะ Burnout แต่ไม่กล้าลาพักร้อนเพราะวัฒนธรรม “เกรงใจ”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ต.ค. 2568 เวลา 14.09 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2568 เวลา 07.09 น.

Klook เผยคนไทยทำงานหนักติดอันดับโลก พนักงานไทยเผชิญภาวะหมดไฟ (Burnout) แต่ลังเลใช้สิทธิ์วันลาพักร้อนเพราะ วัฒนธรรม "ความเกรงใจ" กลัวสร้างภาระให้เพื่อนร่วมงาน กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานในภาพรวม

ข้อมูลจากรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับ 3 ของโลกด้านจำนวนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานที่สุด โดยมีพนักงานไทยถึง 46.7% ที่ทำงานเกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยสัปดาห์การทำงานของโลกอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานแล้ว วัฒนธรรม "Presenteeism" หรือการต้องมาทำงานแม้ในภาวะที่ไม่พร้อม ยังคงฝังรากลึกในสังคมการทำงานไทย โดย 35–48% ของพนักงานไทยยอมมาทำงานทั้งที่ป่วย เพราะเกรงใจหรือไม่ต้องการสร้างภาระงานให้เพื่อนร่วมงาน ซึ่งพฤติกรรมนี้ถูกระบุว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะหมดไฟ (Burnout)

วัฒนธรรม "เกรงใจ" อุปสรรคต่อการบริหารวันลา

แม้ว่าพนักงานไทยจำนวนมากจะเผชิญกับความเครียดและแรงกดดันสูงจากภาระงาน แต่การใช้สิทธิ์วันลาพักร้อนกลับเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากวัฒนธรรม "ความเกรงใจ" ที่ฝังรากลึก และความกังวลเกี่ยวกับงานที่คั่งค้าง

ผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดนี้ :

  • 80% ของพนักงานรู้สึกว่าควรได้รับวันลามากกว่าที่มีอยู่ แต่ไม่กล้าลา เพราะกลัวสร้างภาระให้กับทีม
  • 74% ของพนักงานเคยยอมยกเลิกวันลาพักร้อนเนื่องจากภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ
  • 24% ของพนักงานยังคงเช็กอีเมลและตอบงานระหว่างวันหยุดพักผ่อน

พฤติกรรมนี้สะท้อนว่า สิทธิ์วันลาพักร้อนที่ควรจะเป็นกลไกในการฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงาน กลับถูกเก็บไว้และไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เนื่องจากปัจจัยทางวัฒนธรรมองค์กรและความรู้สึกผิดส่วนบุคคล

เทรนด์นักเดินทาง: ทริปสั้นแต่บ่อยขึ้น

นายเคนนี่ แชม ผู้จัดการทั่วไป ประจำคลูกประเทศไทย ฮ่องกง และมาเก๊า เปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมการจองของนักเดินทางรุ่นใหม่ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงแนวคิดการพักผ่อน โดยพบว่าคนไทยกำลังเปลี่ยนจากการวางแผน "ทริปใหญ่ปีละครั้ง" ไปสู่แนวคิด "ทริปสั้น ๆ จองล่วงหน้าไม่นาน แต่เดินทางบ่อยขึ้น"

ข้อมูลการจองระบุว่า :

  • เกือบ 50% ของนักเดินทาง Gen Z ชาวไทย นิยมวางแผนท่องเที่ยวและจองกิจกรรมล่วงหน้าน้อยกว่าสองเดือน
  • 18% ของนักเดินทางกลุ่มนี้ จองกิจกรรมล่วงหน้าเพียง 4-7 วันก่อนออกเดินทาง ซึ่งแสดงถึงพฤติกรรมการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้นและความยืดหยุ่นในการวางแผน

นายเคนนี่ให้ความเห็นว่า เทรนด์นี้สอดคล้องกับความต้องการของวัฒนธรรมการทำงานสมัยใหม่ ที่การเดินทางไปต่างประเทศถูกมองว่าเป็นกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน การแบ่งวันลาไปพักผ่อนแบบทริปสั้น 4 วัน 3 คืน แต่มีความถี่สูงตลอดทั้งปี อาจเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ความเครียดจากการทำงานได้ดีกว่าการหยุดพักยาวเพียงครั้งเดียว

ตลาดท่องเที่ยวไทย : ญี่ปุ่นยังคงแชมป์ จีนเติบโตโดดเด่น

ในส่วนของจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ยอดการจองกิจกรรมของคนไทยแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่ชัดเจน:

  • ญี่ปุ่น : ยังคงรักษาตำแหน่งจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยมีเมืองยอดนิยมคือโตเกียวและโอซาก้า
  • จีน : เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปี 2568 ยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยในจีนเติบโตขึ้นในระดับ เลขสามหลัก เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ความสนใจของ

นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวจีนยังเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า โดยมีเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองยอดนิยม

การเติบโตของตลาดจีนสะท้อนถึงการปรับตัวของตลาดท่องเที่ยวไทยและการเปิดรับจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ที่อาจตอบโจทย์รูปแบบการเดินทางแบบ "ทริปสั้น" ได้ดีขึ้น

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...