SMO คาดเข้า SET พ.ย.นี้ ขยายโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 16.25 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 09.25 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน กลุ่มสมอทอง หรือ SMO เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังเดินสายโรดโชว์ ได้รับกระแสดี หวังนำเงินจากการระดมทุนไปขยายโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบไปในพื้นที่อื่นในภาคใต้ ชูจุดเด่น มีความสามารถและศักยภาพในการบริหารจัดการการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องทุกปี พร้อมนโยบายจ่ายเงินปันผล ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เปิดเผยว่า คาดนำ SMO เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ภายหลังจากเดินหน้านำเสนอข้อมูลกับนักลงทุน หรือโรดโชว์ เพื่อเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO จำนวน 231.60 ล้านหุ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องในทุกจังหวัดไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, พิษณุโลก, นครสวรรค์, นครราชสีมา, ขอนแก่น, เชียงใหม่, อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, สุราษฎร์ธานี และปิดท้ายด้วย กรุงเทพมหานคร สะท้อนถึงความมั่นใจในพื้นฐานธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ SMO
ประเด็นที่น่าสนใจในการลงทุน
- กลุ่มผู้ถือหุ้นและทีมผู้บริหารหลักมากด้วยประสบการณ์ที่ครบถ้วนและแข็งแกร่ง
- ความสามารถและศักยภาพในการบริหารจัดการ การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ
- ฐานลูกค้าเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
- ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- ศักยภาพการเติบโตในอนาคต
นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO กล่าวว่า บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร และ
บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในธุรกิจ ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีพัฒนาการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีกำลังการผลิตรวม 240 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบอันดับต้นๆ หรือ TOP5 ของประเทศ ในขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 14.38 เมกะวัตต์ภายใต้สัญญารับซื้อไฟฟ้า (PPA) รวม 12.7 เมกะวัตต์ มีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ
บริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่าง และความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมีโรงงานในจุดยุทธศาสตร์ใกล้แหล่งวัตถุดิบ 4 แห่ง คือ 1.โรงงาน อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี 2.โรงงาน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี 3.โรงงาน จ.สระบุรี และ 4.โรงงาน AL ชุมพร ขณะเดียวกันยังมีช่องทางในการขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการขายและลดการพึ่งพิงการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยน้ำมันปาล์มยั่งยืน
วัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อลงทุนเพิ่มในธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ โดยมุ่งเน้นการขยายโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบไปในพื้นที่อื่นนอกเหนือจากที่กลุ่มบริษัทมี ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม และ ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน ซึ่งเป็นการต่อยอดการผลิต ผลิตภัณฑ์หลักของธุรกิจ และลงทุนในโครงการปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงการชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นเงินที่กู้ยืมมาเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการขยายกำลังการผลิตของกลุ่มบริษัท และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ
สำหรับการขยายการลงทุนในโครงการในอนาคต ภายในปี 2569-2570 บริษัทมีแผนขยายโรงงานผลิต น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มในพื้นที่อื่น ซึ่งอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย รวมถึงลงทุนคลังน้ำมันในจุดยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน โดยรูปแบบการลงทุน จะเป็นการลงทุนในหุ้นสามัญของกิจการอื่น ลงทุนซื้อสินทรัพย์ของกิจการอื่น และจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ขณะที่ภายในปี 2569 บริษัทจะลงทุนในโครงการปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
อนึ่ง กลุ่มสมอทอง ประกอบการธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทสามารถ จำแนกได้ 2 กลุ่ม คือธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ ผ่านการนำผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในกิจการ และจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ผลประกอบการของ SMO ในช่วงปี 2565 มีรายได้รวม 6,870.42 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเท่ากับ 129.52 ล้านบาท ปี 2566 มีรายได้รวม 5,894.14 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเท่ากับ 218.78 ล้านบาท
ปี 2567 มีรายได้รวม 6,261.09 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเท่ากับ 259.62 ล้านบาท
ส่วนงวด 6 เดือนปีนี้ บริษัทมีรายได้รวม 4,965.90 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 518.51 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.55% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าประมาณ 390 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตสูงถึง 305% สะท้อนประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง