โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศึกชิงเจ้าตลาดร้านสะดวกซื้อ ทำไมเซเว่นฯ ถึงกินส่วนแบ่งไปกว่า 70% คู่แข่งกำลังทำอะไรเพื่อตามให้ทัน?

Thairath Money

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 09.05 น.
ภาพไฮไลต์

ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย ยังคงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าตลาดในปี 2567 ขยายตัวอยู่ที่ 5.55 แสนล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ระหว่างปี 2562-2567 อยู่ที่ 2.7% ต่อปี แต่อย่างไรก็ตาม ในสภาพตลาดที่มีการเติบโตนี้ ผู้นำอย่าง 7-Eleven ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ในฐานะ “เจ้าตลาด”

บทความนี้จะพาไปสำรวจกลยุทธ์ของผู้นำและคู่แข่งที่กำลังปรับตัว ว่าสร้างจุดยืนในตลาดอย่างไรบ้าง?

7-Eleven ผู้นำตลาด กินส่วนแบ่งกว่า 70%

จากการวิเคราะห์ส่วนแบ่งการตลาด “ร้านสะดวกซื้อ - มินิมาร์ท” ในปี 2567 ที่ผ่านมา พบว่า 7-Eleven ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่ครองตลาดอย่างชัดเจน ด้วยส่วนแบ่งสูงถึง 70.6% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด

ความสำเร็จนี้มาจากเครือข่ายสาขากว่า 13,000 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนการที่จะเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นผู้นำ ทิศทางการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อในภาพรวมจึงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการเติบโตของ 7-Eleven

เจาะกลยุทธ์ที่แตกต่างของคู่แข่ง

แม้จะมีความแตกต่างด้านส่วนแบ่งตลาดอย่างมาก แต่ผู้เล่นรายอื่นก็กำลังปรับกลยุทธ์เพื่อแข่งขันในตลาดที่ท้าทายนี้ คู่แข่งสำคัญของ 7-Eleven ได้แก่

  • เครือ Lotus's (9.2%) และมีสาขาราว 1,750 แห่ง
  • Mini Big C (4.9%)
  • CJ Supermarket (4.4%)

ซึ่งดูเหมือน ผู้เล่นเหล่านี้มักแข่งขันกันที่ราคาและความหลากหลายของสินค้า ในขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยอย่าง Tops Daily และ Lawson 108 ก็เริ่มประสบความสำเร็จในการขยายสาขาในพื้นที่เมืองเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายได้ระดับกลางถึงสูง โดยแต่ละแบรนด์ได้สร้างจุดยืนทางการตลาดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

7-Eleven ยังคงมุ่งเน้นการเป็น "ร้านอิ่มสะดวก" ที่ครบวงจร พร้อมขยายบริการด้านดิจิทัล Lotus's Go Fresh และ Mini Big C หันไปให้ความสำคัญกับการนำเสนอสินค้าสดและอาหารพร้อมรับประทานที่มีคุณภาพสูง CJ Supermarket ใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อลดลง ต้นทุนสูง การแข่งขันรุนแรง ผู้บริโภคได้ประโยชน์

ต้นทุนสูง การแข่งขันรุนแรง ผู้บริโภคได้ประโยชน์

แต่อย่างไรก็ตาม อ้างอิงจากรายงานของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH BANK) ระบุว่ากลยุทธ์การขยายสาขาแบบเดิมที่เคยเป็นแกนหลักในการเติบโตกำลังเผชิญกับความท้าทายในการรักษาอัตรากำไร เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง

นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้ร้านสะดวกซื้อต้องเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าใกล้บ้าน การกำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจนและแตกต่างจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้แต่ละแบรนด์สามารถรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้

เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลโดยตรงกับเราในฐานะผู้บริโภค เราจะเห็นร้านสะดวกซื้อพยายามเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้น รวมถึงการพัฒนาช่องทางออนไลน์เพื่อให้เราสามารถซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย การแข่งขันในตลาดนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นสงครามที่แต่ละแบรนด์ต้องปรับตัวอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้ยังคงเป็นตัวเลือกแรกในใจของลูกค้าทุกคน

ที่มา : วิจัย LH BANK

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศึกชิงเจ้าตลาดร้านสะดวกซื้อ ทำไมเซเว่นฯ ถึงกินส่วนแบ่งไปกว่า 70% คู่แข่งกำลังทำอะไรเพื่อตามให้ทัน?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...