โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สองพี่น้อง แฟชั่นแบรนด์ไทย หลอมรวม PIPATCHARA

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ย 2568 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2568 เวลา 06.36 น.
ทับทิม-จิตริณี เพชร-ภิพัชรา แก้วจินดา

เป็นกระแสไปทั่วโลกนับครั้งไม่ถ้วนสำหรับแฟชั่นแบรนด์ไทย “PIPATCHARA” ที่เหล่าคนดังทั้งไทยและเทศหยิบมาสวมใส่มากมาย ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เห็นแล้วรู้ทันที ว่านี่คือ PIPATCHARA แฟชั่นที่มาจากขยะพลาสติก ถูกสร้างสรรค์อย่างประณีตออกมาเป็นชุด กระเป๋า ผลงานเหล่านี้เป็นของสองพี่น้องบ้าน “แก้วจินดา” ทับทิม-จิตริณี และ เพชร-ภิพัชรา ผู้ก่อตั้ง PIPATCHARA

ซึ่งไม่ว่ากี่ครั้งที่เราได้พบสองพี่น้องคู่นี้ ก็มักจะมาพร้อมรอยยิ้มเป็นกันเอง และสไตล์ที่ดูเรียบง่ายแต่มีอะไรซ่อนไว้อย่างน่าสนใจ สมกับเป็นเจ้าแม่แฟชั่นแห่งวงการ

ทั้งสองคนเปิดใจกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แบ็กกราวนด์ของเราสองคนแตกต่างกันชัดเจน เพชรทำเรื่องงานดีไซน์งานออกแบบ แฟชั่น ส่วนทับทิมทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเราจึงแบ่งงานกันชัดเจน

ในจุดเริ่มต้นของแบรนด์ เพชร-ภิพัชรา บอกว่า นี่คือความแตกต่างที่บาลานซ์ซึ่งกันและกันอย่างลงตัว

“ถ้าให้พี่ทับทิมไปทำเรื่องแฟชั่นเลยก็ไม่ใช่ตัวเขา หรือถ้าให้เพชรมาทำเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ไม่ใช่ตัวเพชร ดังนั้นเราต้องบาลานซ์สองอย่าง ของสองคนให้ลงตัว จึงทำให้ธุรกิจนี้ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ”

PIPATCHARA จึงกลายเป็นแบรนด์แฟชั่น for Community อย่างแท้จริง เมื่อนำความตั้งใจของทั้งสองคนมาหลอมรวมกัน กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นที่มีจุดยืนแข็งแรง ต่างจากแบรนด์อื่น ๆ อย่างชัดเจน ชุดเดรสหรือกระเป๋าที่ทำจากวัสดุฝาขวดน้ำพลาสติก ถูกหยิบจับจากเหล่าตัวแม่ของวงการแฟชั่นมากมาย เพื่อสวมใส่ สะท้อนทั้งความมีเอกลักษณ์ และการได้ช่วยเหลือชุมชน สังคมไปในตัว งานทุกชิ้นสื่อไปถึงชุมชนที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ในมิติต่าง ๆ ฉายภาพงานอาร์ตแอนด์คราฟต์อย่างชัดเจน สวยงาม ลงตัว

แต่กว่าจะออกมาเป็นชิ้นงานแต่ละชิ้น สองพี่น้องทำงานร่วมกัน เราก็แอบคิดว่าจะมีประเด็นถกเถียงกันตามประสาพี่น้องบ้างไหมนะ เมื่อยิงคำถามไป สองสาวยิ้มปนขำแล้วบอกกับเราว่า

“พอเราทำงานด้วยกันสองพี่น้อง เรื่องความเห็นไม่ลงตัว มีเสมอเลย เพราะว่าเราต่างมีแพสชั่นด้วยกันทั้งคู่ เรามีจุดยืนของเราทั้งคู่ในเรื่องการดีไซน์ของเพชร หรือฝั่ง Sustainability ของพี่ทับทิม มีหลายครั้งที่เรามานั่งคุยกันว่า เพชรว่าแบบนี้ไม่เวิร์ก หรือพี่ทับทิมว่าแบบนี้ไม่เวิร์ก

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เวลาที่เราทำงานด้วยกัน เราต้องเคารพซึ่งกันและกันค่อนข้างมาก เราต้องให้เกียรติในสิ่งที่อีกฝั่งคิดให้มากที่สุด ด้วยความตั้งใจที่เราอยากจะเป็นแฟชั่นเพื่อสังคม เราจึงต้องทำสิ่งนี้ให้มันแข็งแกร่ง มันต้องคนละครึ่ง ขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้

ด้วยความที่จุดเริ่มต้นของเราค่อนข้างแข็งแรง ทุกครั้งที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็จะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นว่า แฟชั่นเพื่อสังคมเพื่อคอมมิวนิตี้มันคืออะไรกันแน่ แล้วเราจะไปต่อได้เสมอ”

ด้านนิสัยส่วนตัว เพชร-ภิพัชรา เผยกับเราว่า เพชรเป็นคนเอ็กซ์โทรเวิร์ตส่วนพี่ทับทิมเป็นอินโทรเวิร์ต ทำให้เพชรเป็นคนที่เร็วมาก พี่ทับทิมจะเป็นคนที่ช้ากว่าเพชร เราสองคนจึงต้องช่วยกันปรับจูนให้พอดี บางอย่างที่เราต้องทำด้วยกัน เหมือนกันไปก็ไม่ดี ต่างไปก็ไม่ดี

นอกจากเรื่องงานแล้ว ทั้งสองพี่น้องยังถือว่าเป็นตัวแม่ในวงการแฟชั่น สมกับที่เป็นดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ที่เมื่อปรากฏตัวที่ไหนก็จะมาพร้อมสไตล์ที่เรียบง่ายแต่โดดเด่น เรียกว่าหยิบอะไรมาแมตช์กันก็ดูลงตัว

“เรื่องไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เรา 2 คนค่อนข้างที่จะเป็นคน Casual มาก ๆ ค่ะ ชอบใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืด ไซซ์เราใกล้กัน ก็จะใส่เสื้อผ้าด้วยกันได้ ไลฟ์สไตล์คล้าย ๆ กัน อย่างรองเท้าวันนี้ที่ทับทิบใส่ ก็ของคุณเพชรเขานะคะ” (หัวเราะ) ทับทิม-จิตริณีเผย

ก่อนที่ เพชร-ภิพัชรา จะเสริมต่อว่า ไลฟ์สไตล์เหล่านี้ของพวกเธอยังทำให้ฉายชัดออกมาในผลงาน

“ด้วยความที่เรา Casual มาก ๆ จะเห็นได้ว่า PIPATCHARA จะไม่ค่อยเปลี่ยนคอลเล็กชั่นเร็ว เราจะทำและขายต่อไปอีกหลายปี เพราะว่าเราอยากให้ของเราอยู่กับเราไปนาน ๆ เป็นสิ่งที่เราสามารถใช้ได้จริง เพราะด้วยความที่เราสองคนติด Casual เราจะไม่ได้ซื้อของเยอะและเร็ว นั่นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ PIPATCHARA เป็น ในวันนี้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สองพี่น้อง แฟชั่นแบรนด์ไทย หลอมรวม PIPATCHARA

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...