ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ซูโม่กิ๊ก เผยจองหลุมศพให้ตัวเองแล้ว ยอมรับรักหลานกว่าลูก แพลนลดงานพิธีกรลง
ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ‘ซูโม่กิ๊ก’ เผยจองหลุมศพให้ตัวเองแล้ว ยอมรับรักหลานกว่าลูก แพลนลดงานพิธีกรลง
ยอมใจอ่อนกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง สำหรับ ป๋ากิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ หรือ ซูโม่กิ๊ก หลังจากห่างหายจากตรงนี้ไปนาน ล่าสุด ป๋ากิ๊ก ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (25 ก.ย.68) GDH ร่วมกับ Sony Pictures International Productions จัดพิธีบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง “50 First Dates” ที่ GDH 559 ป๋ากิ๊กก็ได้เปิดใจหลังหวนรับงานแสดงอีกครั้งว่า
“ไม่ได้เล่นหนังมาก็หลายปีอยู่นะ ก็ตั้งแต่คืนยุติธรรม (ครั้งนี้ฟอร์มยักษ์) ฟอร์มยักษ์ไม่เคยเล่นเลย ไม่เคยเล่นกับgdh เลยนี่เป็นเรื่องแรกที่ร่วมงานกับ gdh ติดตามผลงานเขามาตั้งแต่แรกๆ ตั้งแต่พี่เก้งเลย”
เรื่องนี้มีอะไรถึงทำให้ป๋ามาร่วมงาน?
“อย่างแรกเลยถ้าติดต่อไปผมก็ต้องถามว่าเป็นหนังของใคร หนัง gdh โอเค เพราะผมว่าเวลาเล่นทีหนึ่ง ทำงานทีหนึ่งก็เชื่อมั่นในคุณภาพของ gdh ด้วย คงทำของที่ดีแน่ ผู้กำกับเป็นใคร ผมก็โอเคทัศนคติการเล่าเรื่องของเขาเป็นยังไง พี่เมษก็ทำเรื่องอะไร อ้ายคนหล่อลวง ATMฯ ก็หลายเรื่องที่แบบว่าเรารู้สึกว่ามุกของคนนี้เก็ทกับเรา เก็ทมุกที่เขาเล่า ก็รู้สึกอยากทำ ทีนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องละ เรื่องไรได้หมด เราเชื่อในคุณภาพทีมงาน วิธีการเล่าเรื่องของผู้กำกับ ผมยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรนะ”
รู้ไหมว่าได้มาร่วมงานกับณเดชน์แล้วก็มินนี่ด้วย?
“ไม่รู้เลย เพิ่งรู้เร็วๆ นี้เอง ว่าพระเอกคือณเดชน์ แล้วผมก็ดีใจที่เป็นณเดชน์ด้วย เพราะว่าชั่วชีวิตผมได้เป็นพ่อณเดชน์ครั้งหนึ่งอ่ะ แสดงว่ากูก็ต้องใช้ได้อยู่นะ ถ้ากูใช้ไม่ได้เมียกูก็ต้องใช้ได้มากเลยแหละ ลูกเป็นณเดชน์ เมื่อก่อนผมก็ใช้ได้นะแต่ตั้งแต่ตกตึกมาไง ตัวก็เลยเตี้ยลงมั้ง แต่ณเดชน์ผมชอบเขาไม่ใช่เขาเป็นคนหล่ออย่างเดียวนะ ผมมีความรู้สึกว่าเขาเป็นนักแสดงแบบไม่ห่วงหล่อ คือเล่นเรื่องอะไรก็จะกลายเป็นคนนั้น ผมถือว่าการแสดงเขาเก่ง นอกจากเขาหล่อแล้ว”
ซุป’ตาร์ระดับโลก มินนี่?
“มินนี่ก็รู้จักเมื่อกี้เลย ครั้งแรกเลยเพิ่งรู้จักเขา เพิ่งรู้ว่าเขาเป็น k-pop เมื่อกี้เขาก็ไปบรีฟว่าเดี๋ยวจะมีบวงสรวง ก็บอกว่าน้องคนนี้เป็น k-pop ที่เกาหลี เพราะว่าผมไม่ทันยุคบอกตามตรง แต่ว่าน้องเป็นเด็กที่น่ารัก เขาก็เป็นคนทุ่มเท ไม่งั้นเขาผ่านตรงนั้นไม่ได้ ก็ยินดีครับสำหรับเรื่องนี้นักแสดงทุกคน
ผมเชื่อว่าคุณภาพแล้วก็วิธีการเล่าเรื่อง ทุกคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องสมัยก่อน อย่างที่เขาบอก20-30ปีแล้ว แต่ผมคิดว่าวิธีการเล่าเรื่องเขาต่าง แล้วผมก็จะบอกว่าโรแมนติกมากๆ ผมไม่รู้ว่าเป็นความลับหรือเปล่านะ แต่มีความรู้สึกว่ามันมีความโรแมนติกมากๆ เพราะว่าคนที่ลืมมันเป็นผู้ชายไง ตื่นเช้ามาก็จีบคนนี้อีกแล้ว
คนบ้าอะไรชอบผู้หญิงคนเดิมทุกวัน ก็ลองนึกภาพดู ในบทคือผู้ชายมันจะต้องไปชอบผู้หญิงก่อน พอตื่นมาเจอผู้หญิงคนนี้ก็ปิ๊งทุกวันเลย ทุกครั้งเลย ผมว่ามันจะโรแมนติกกว่าของฝรั่ง เพราะว่าของฝรั่งผู้ชายมันเจอผู้หญิง ผู้หญิงมันจำไม่ได้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงนะ แต่ผมเดาว่ามันน่าจะโรแมนติกกว่า
ก็เพิ่งผ่านวันเกิดมาด้วย?
“ก็เหมือนเดิมนะ 60 ครั้งแล้ว ก็ชิน อายุก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ความคิดก็เปลี่ยนขึ้น ประสบการณ์มันก็เพิ่มขึ้น ในมุมมองของเรา ถามว่ามันเป็นเรื่องกระทันหันไหมก็ไม่ใช่ ก็เลยถามว่าอายุ 62 ต่างจากอายุ 60 ยังไง ก็ได้นั่งรถไฟฟ้าขึ้นราคามั้ง (ขำ) เบี้ยสูงอายุมันไปเบิกยังไงวะ
แฮปปี้ไหมครับมีเบี้ยเพิ่ม?
“แต่เราก็มีความรู้สึกว่าโชคดีนะ ทุกวันนี้ผมมีความรู้สึกแบบนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ใช่เป็นเพราะวันเกิด แต่เป็นเพราะว่าวันนี้เราตื่นมาอีกวันแล้วว่ะ แสดงว่าเรารอดไปอีกหนึ่งวันแล้ว
ดูแลตัวเองไงบ้างคะ?
“ทำจิตใจให้สบายและผมคิดว่าอย่าไปซีเรียสกับอะไรมากมายนัก ผมว่าผมเป็นคนที่ปล่อยวางได้ง่าย มันก็ไม่มีอะไรที่เราไม่เคยเจอเปล่า ก็มี”
แล้วการมีหลานทำให้เราเป็นยังไงบ้าง?
“การมีหลานทำให้ชีวิตเราสดชื่นไปอีกแบบ เราก็เห็นพัฒนาการของเขา ไอ้คนที่บอกว่ารักหลานมากลูก ลูกเราน่ารักที่สุดในสมัยมีลูก แต่ไอ้คำว่ารักหลานมากกว่าลูกมันจริงว่ะ”
ไม่ปฏิเสธเลยใช่ไหม?
“ไม่ปฏิเสธเลย มันจริง เรามีความรู้สึกว่าเป็นเพราะว่าเรามีเวลามากกว่าตอนที่เรามีลูก เพราะว่าตอนที่เรามีลูกเรากำลังทำงาน กำลังหมกมุ่น สมองเรากำลังคิดว่าเราจะจะเดินต่อไปยังไง เราจะจะเจริญก้าวหน้ายังไง แต่ตอนนี้เราเริ่มเตรียมตัวที่จะจากโลกนี้ไป”
ทำไมเราต้องเตรียม?
“เราต้องเตรียมนะ เวลาเราเหลืออีกไม่นาน วันหนึ่งเราก็ต้องตายหรือเปล่าวะ แล้วเราเป็นคริสต์ เราก็ต้องไปจองหลุม ซึ่งจองแล้ว มีแล้ว (ทำไมเราต้องจอง?) เดี๋ยวที่มันเต็ม ริมโน้นไม่เอา เอาทำเลก่อน ต้องเลือกที่ มึงไปซื้อหมู่บ้านมึงจะไม่จองเหรอ”
มันจะมองเป็นการแช่งตัวเองไหม?
“ไม่หรอก ปัดโถ่ มึงก็ต้องตาย มึงจะอยู่ค้ำฟ้าเหรอ มึงจะอยู่สัก 300 ปีไหม แต่ญาติมึงตายหมดเลยนะ ไม่ไหวมั้ง ต้องทำความรู้จักคนใหม่อีก (ทุกวันนี้ก็สบายใจคนอื่นก็เข้าใจ?) ทุกวันนี้คนอื่นเป็นไงไม่รู้ แต่ผมเฉยๆ ไง ก็บอกแล้วว่าผมตื่นเช้ามาก็คิดซะว่าผมรอดมาหนึ่งวันแล้ว นี่กูปวดขี้นะเนี่ย กูยังมีความรู้สึกว่ะ นี่ก็เมื่อยดีกูยังมีแขนให้เมื่อย
แล้วพินัยกรรมเราต้องเตรียมยังไง?
“โห พูดเรื่องใหญ่มากเลย ผมก็ไม่ได้เตรียมนะ ไม่ได้เขียนไม่ได้อะไร เมียคงทำ เมียผมคงไม่ปล่อยหลุดหรอก เมียเป๊ะ ทุกวันนี้นี่ไม่มีตังค์นะเนี่ย มันไม่เคยอยู่กับเรา (เมียเขาโอนให้เราใช้ไหม?) เมียก็โอนให้เราต่ออีกที เมียใจดี”
เรื่องสุขภาพมีอะไรให้กังวล?
“ก็พยายามพบแพทย์บ่อยๆ ก็ไปตรวจไขมัน ก็ทุกโรคและ ไขมันความดัน น้ำตาล ก็คือไม่มีตัวเลขที่สูงแต่ก็ต้องกินยาเพลาๆ ไว้ คนแก่มันก็เป็นทุกโรคแหละ เพียงแต่ว่าเราใช้ชีวิตอย่าให้มันแปลกประหลาดมากนัก แต่พี่บอกว่าสำหรับคนที่อายุเยอะๆ นะ คืออย่างหนึ่งมึงอย่าไปซีเรียสมากอย่าไปกังวลมาก ว่าลูกหลานจะเป็นยังไง คือเค้าเจริญก้าวหน้ามึงไม่เห็นหรอก มึงตายแล้ว เค้าจะเจ๊งหรือเค้าจะรวย บางทีคนแก่ไปพะวงว่าอนาคตของลูกหลานจะเป็นยังไง ไม่ใช่อนาคตของลูกด้วยนะ อนาคตของหลาน คือมึงไม่เห็นหรอก ประตูฮวงซุ้ยมันบัง”
งานในวงการเป็นยังไงบ้าง?
“งานเราอาจจะลดน้อยถอยลงเท่าที่เราไหว วงการหมายถึงพิธีกรอะนะ เพราะงานพิธีกรมันค่อนข้างใช้แรงเยอะ แต่ก่อนเราจัดและการแล้วก็รู้สึกพอกลับบ้านเราก็มีแรง ยังไปกินเหล้าได้ยังไปทำอะไรได้ แต่ตอนนี้ไม่ไหว เหนื่อย เห็นดีดอยู่ข้างหน้ากล้อง แต่พอเค้าคัตก็ไปนั่ง (ถอดปลั๊กเลย?) ก็ไม่ได้ถอดปลั๊กหรอก กูถอดแบต(ขำ) เปลี่ยนแบต มันก็เหมือนมันเมื่อยมันหมดแรง ถามว่าเกษียณไหม ก็อาจจะไม่ได้วางแผนขนาดนั้น แต่มันก็ลดน้อยถอยลง เพราะว่ายังต้องกินข้าว แล้วฝึกกินหญ้า แต่ว่าไม่อร่อย(ขำ)ย่อยยาก กินข้าวดีกว่า”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ซูโม่กิ๊ก เผยจองหลุมศพให้ตัวเองแล้ว ยอมรับรักหลานกว่าลูก แพลนลดงานพิธีกรลง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th