โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กำไร ‘โตโยต้า’ ร่วงแรง 36.9% เซ่นพิษภาษีนำเข้ารถยนต์ทรัมป์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 00.23 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปี 68 ในเดือนเม.ย.-มิ.ย. ว่า “บริษัทโตโยต้า มอเตอร์” รายงานกำไร 5,700 ล้านดอลลาร์ ลดลง 36.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ในเดือนเม.ย.

นอกจากนี้ โตโยต้าได้ตัดสินใจปรับลดประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2569 ลงเหลือ 2.6 ล้านล้านเยน ซึ่งถือเป็นการลดลงถึง 44.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การปรับลดครั้งนี้เกิดจากการที่บริษัทได้รวมผลกระทบจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐเข้าไปในการคำนวณด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนที่ผ่านมาทางรัฐบาลสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงทางการค้าที่จะลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นลงโดยมีผลทำให้ภาษีลดลงจาก 27.5% เหลือเพียง 15% แต่บริษัทก็คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาษีดังกล่าว 1.4 ล้านล้านเยน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 1.2 ล้านล้านเยน

ยอดขายในอเมริกาแข็งแกร่ง

ตลาดอเมริกาเหนือและสหรัฐถือเป็นตลาดที่สำคัญที่สุด โดยคิดเป็นสัดส่วนยอดขายถึงประมาณ 29% ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลกทั้งหมดในปีงบประมาณที่ผ่านมา ที่สิ้นสุดในเดือนมี.ค.67

รวมทั้ง โตโยต้ากลับมียอดขายที่แข็งแกร่งในสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถยนต์ไฮบริดรุ่นยอดนิยมอย่าง Camry และ Sienna ซึ่งยอดขายในช่วงไตรมาส 2 ก็สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีการขึ้นภาษีนำเข้าจาก 2.5% เป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นมา

นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นแล้ว โตโยต้ายังเพิ่มการส่งออกรถยนต์จากญี่ปุ่นไปยังสหรัฐ โดยในเดือนพ.ค.มีการส่งออกรถยนต์ถึง 41,573 คัน เพิ่มขึ้น 22.9% และในเดือนมิ.ย.ก็ส่งออกได้ 52,745 คัน เพิ่มขึ้น 15.9%

เพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้า ในเดือนมิ.ย.โตโยต้าได้ประกาศ ขึ้นราคารถยนต์ในสหรัฐโดยเฉลี่ย 270 ดอลลาร์ต่อคัน สำหรับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าที่ผลิตตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป เพื่อชดเชยผลกระทบดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...