เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นภรรยานายทหาร ในยุค80 พร้อมระบบเพาะปลูก
ข้อมูลเบื้องต้น
เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นภรรยาของนายทหาร ในยุค 80 พร้อมระบบเพาะปลูก
สถานะ : กำลังแต่ง ไม่มีสต๊อก
ซูหย่าฉิน หนึ่งในหกดาราสาวยอดนิยมแห่งปี ได้ตอบรับเข้าร่วมรายการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมที่หมู่บ้านโบราณ แต่ระหว่างถ่ายทำรายการเกิดแผ่นดินไหวกะทันหัน ทำให้บ้านโบราณถล่มลงมา ผ่านไปเจ็ดวันทีมกู้ภัยจึงค้นหาคนทั้งหกพบ แต่กลับเหลือไว้เพียงร่างที่ไร้ลมหายใจ สร้างความเสียใจให้เหล่าแฟนคลับเป็นอย่างมาก
ทว่าคนอื่นมีชะตาอย่างไรไม่รู้ แต่ซูหย่าฉินกลับได้เกิดใหม่ในร่างภรรยาของนายทหาร ยุค80 ซึ่งถูกทอดทิ้งให้อยู่ในบ้านชนบทพร้อมลูกแฝดชายหญิง ที่สำคัญเจ้าของร่างเดิมผู้นี้ยังขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจ ทุกวันโวยวายด่าทอทุบตีทารุณลูกฝาแฝดสารพัด ใช้ชีวิตเป็นตัวขี้เกียจ ร่างกายสกปรก ร้องหาแต่สามีนายทหารของตน เรียกได้ว่าเป็นหญิงสาวที่พร้อมสรรพทุกสิ่งในแง่ลบ
สุดท้ายขณะไล่ตีลูกแฝดชายหญิง เพราะความโมโหจึงหน้ามืดเป็นลมหัวฟาดพื้นตาย กลายเป็นซูหย่าฉินที่เกิดใหม่ในร่างนี้แทน โชคดีที่ชีวิตใหม่นี้ของเธอมีระบบเพาะปลูกติดตัวมาด้วย
มีอาหารใส่ท้องโดยที่ไม่ต้องทำงานหนัก
มีลูกฝาแฝดชายหญิงโดยไม่ต้องคลอด
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ สามีไร้ประโยชน์คนนั้นน่ะเหรอ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้!!
นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเซต
#การเกิดใหม่ของดาราตัวแม่
????เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นตัวประกอบตกอับในยุค 80 ✍️ ฝออ้าย
????เมื่อดาราสาวเกิดใหม่เป็นสาวใบ้ทวงแค้นหย่าสามี ยุค80 ✍️ฮูหยินซี
????เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นภรรยาของนายทหาร ในยุค 80พร้อมระบบเพาะปลูก ✍️ชงเมิ่ง
????เมื่อดาวราสาวสุดแซ่บเกิดใหม่ในยุค 80 ✍️Project X
????เมื่อดาราสาวตัวแม่เกิดใหม่เป็นเจ้าสาวจำเลยรักร้าย ในยุค80 ✍️Faang Faang
????เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นภรรยาที่ถูกหย่าของคุณหมอ ในยุค 80 ✍️ต้ายวี่
……………………………………………….
❣️❣️โดยเนื้อหาในแต่ละเรื่องจะไม่ต่อเนื่องกัน สามารถแยกอ่านได้ค่ะ❣️❣️
สุดท้ายนิยายของไรต์เพียงแค่อิงอารยธรรมขนบธรรมเนียมบางอย่างในช่วงยุค 80 ของจีนเท่านั้น ไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ได้ บุคคล สถานที่ ตลอดจนเรื่องราวต่างๆ ล้วนเกิดจากจินตนาการ ที่มีการหยิบยกสถานที่บางแห่งมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วย
ทั้งนี้ไรต์ขออนุญาตทำความเข้าใจเรื่องการติดเหรียญในนิยายก่อนนะคะ
เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในช่วงแต่งนิยาย (ต้นฉบับยังไม่สมบูรณ์) ดังนั้นไรต์จะทำการติดเหรียญดังนี้
ติดเหรียญล่วงหน้า ในราคา 1 เหรียญ (1 บาท) ไปจนจบ
ปลดล๊อกอ่านฟรีทุกวัน วันละ 1 ตอน (ตอนละ 2 วัน) ไปจนจบ
ติดถาวร ในราคา 3 เหรียญ (3 บาท)
สุดท้ายไรต์ขอร้องอย่าดราม่ากับราคารายตอนนิยายของไรต์ หรือ ยกไปเทียบกับนิยายคนอื่นเลยนะคะ ????????
…………………………….
บทนำ ดาราสาวตัวแม่เกิดใหม่
บทนำ
ดาราสาวตัวแม่เกิดใหม่
"พี่ชาย ทำยังไงดีแม่ไม่หายใจแล้ว"
เสียงของเด็กหญิงดังแว่วอยู่ข้างหูพร้อมเสียงสะอื้น ก่อนที่จะมีเสียงเด็กชายคนหนึ่งสอดแทรกเข้ามา
"ไม่ต้องกลัว เมื่อครู่เธอล้มของเธอเอง ถึงจะตายไปก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา"
คำพูดที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกเช่นนี้หากไม่ใช่เพราะน้ำเสียงที่เอ่ยออกมายังกังวาลใส ซูหย่าฉิน คงคิดว่าคนพูดเป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์อย่างแน่นอน เพียงแต่เมื่อครู่เธอกำลังอยู่ในกองถ่ายรายการพิเศษพร้อมเพื่อนดาราสาวตัวทอปแห่งศตวรรษที่ยี่สิบห้า ทำไมถึงมีเสียงเด็กได้กัน ดวงตาเรียวดุจหงส์ค่อยๆ ปรือตื่นด้วยความสงสัย ทว่าภาพตรงหน้ายังไม่ทันชัดเจน อาการปวดหัวกลับชัดแจ้ง จนคิ้วเล็กต้องขมวดเข้าหากันแน่น
"ผีหลอก!"
เสียงเด็กหญิงกรีดร้องลั่น เมื่อหญิงสาวที่เธอสัมผัสได้ว่าหมดลมหายใจไปแล้วขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นมา
"เสียงดังอะไรกัน หุบปาก! โอ๊ยปวดหัว!! พี่เจินเจินขอยาให้ฉันหน่อย"
ซูหย่าฉินตวาดเด็กหญิงที่ส่งเสียงดังไม่ดูสถานที่ พร้อมกับเอ่ยเรียกขอยาจากผู้จัดการคนสนิท หากแต่ยายังไม่ทันมา ความทรงจำกลับไหลบ่าจนดวงตาที่ลืมไม่เต็มที่เปลี่ยนเป็นเบิกกว้าง
"นี่มันอะไรกัน หรือว่า… ฉันเกิดใหม่?"
จากความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองเมื่อครู่ทำให้ซูหย่าฉินรับรู้ได้ในทันทีว่า ตนเองในตอนนี้ไม่ใช่ซูหย่าฉินดาราสาวตัวแม่ตัวทอปของวงการคนเดิมอีกแล้ว แต่เป็นซูหย่าฉินตัวร้ายประกอบในเรื่อง นายทหารที่รัก บทละครเรื่องใหม่ที่เธอเพิ่งตกลงรับเล่นเป็นนางเอกเมื่อสัปดาห์ก่อน เพียงแต่ตอนรับบทเธอตกลงเป็นนางเอก ตอนเกิดใหม่เหตุใดจึงได้กลายมาเป็นนางร้ายตัวประกอบ ภรรยาเก่าของพระเอกที่ถูกทอดทิ้งไว้ในชนบท กับลูกแฝดชายหญิงแบบนี้เล่า!!
เมื่อคิดถึงลูกแฝดชายหญิงหางตาก็อดที่จะปรายมองไปยังต้นเสียงซึ่งก่อกวนเธอตั้งแต่แรกไม่ได้ ในความทรงจำเด็กสองคนนี้อายุห้าขวบแล้ว แต่ทำไมร่างกายจึงเล็กและผอมแห้งราวกับเด็กน้อยสามขวบแบบนี้ พลันภาพความทรงจำเจ้าของร่างเดิมก็ไหลเข้ามาในความคิดอีกหน
เจ้าเด็กไร้ประโยชน์ทำงานไม่เสร็จยังคิดจะกินข้าวอีกหรือ ไสหัวออกไปนอนที่เล้าไก่
ไม่เพียงแต่ดุด่าทุบตี และใช้งานประดุจทาส เจ้าของร่างเดิมคนนี้ยังอดอาหารเด็กทั้งสองอย่างทารุณ แม้ว่าซูหย่าฉินจะไม่ใช่คนดีอะไร อีกทั้งลึกๆ ในใจยังไม่ชอบเด็ก แต่การกระทำอันไร้คุณธรรมแบบนี้ก็ยากจะรับได้จริงๆ
"เมื่อครู่หยาหยาตกใจจึงเผลอทำเสียงดัง แม่อย่าตีเธอเลย แต่หากจะตีก็ตีผมแทนเถอะครับ"
เด็กชายตัวผอมขยับมายืนเบื้องหน้าน้องสาว พูดเสียงดังฉะฉานมั่นคง ทั้งที่แววตาสั่นไหวหวาดกลัว แขนเล็กๆ กางออกชัดเจนถึงเจตนาที่ต้องการปกป้องเด็กหญิง ซูหย่าฉินที่เติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้า ไร้ครอบครัว ไม่มีพี่น้อง ได้เห็นภาพนี้ในใจก็รู้สึกอบอุ่นระคนอิจฉาขึ้นมา
"ตีอะไรกัน ถึงฉันจะไม่ชอบเด็กแต่ก็ไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันโดยไร้เหตุผลขนาดนั้น"
พูดจบสายตาของเด็กทั้งสองก็มองมายังเธอด้วยท่าทีหวาดระแวง ซูหย่าฉินพลันตระหนักได้ว่าเจ้าของร่างเดิมตบตีเด็กทั้งสองเป็นกิจวัตร อย่าพูดถึงเหตุผลเลย แค่ลมพัดผ้าม่านปลิวเจ้าของร่างเดิมก็เอามาเป็นเรื่องตีคนได้แล้ว ดังนั้นเมื่อเธอเอ่ยประโยคเมื่อครู่ไปเด็กสองคนจึงมีท่าทีหวาดระแวงขึ้นมา
"มัวยืนงงอะไรอยู่ รีบมาประคองฉันลุกขึ้นสิ"
เพื่อไม่ให้ถูกจับผิดสังเกตได้ซูหย่าฉินจึงต้องสวมบทมารดาแสนร้ายกาจเอ่ยเสียงดุใส่เด็กทั้งสอง เมื่อเห็นว่ามารดายังคงมีนิสัยขี้โมโห เอาแต่ใจเช่นเดิมสองพี่น้องก็รู้สึกวางใจรีบเข้ามาประคองคน เซียวอี้หยาเด็กหญิงแฝดน้องยังรีบวิ่งไปเอาผ้าและอ่างล้างหน้ามาให้เธออีกด้วย เพียงแต่แขนที่เล็กๆ นั่นจะถืออ่างที่ใส่น้ำไหวได้อย่างไร ดังนั้นเดินเข้าห้องมาได้เพียงสามก้าวอ่างในมือก็หลุดร่วงจนน้ำหกกระจายตัวคนตัวเปียกชุ่ม
"หยาหยา!"
เซียวอี้เหยารีบวิ่งเข้าไปดูน้องสาว ซูหย่าฉินเองก็ลุกขึ้นทั้งที่มือข้างหนึ่งยังกดบาดแผลที่ศีรษะเอาไว้เพื่อห้ามเลือด เดินเข้าไปหาเด็กหญิงเช่นกัน ทว่ายังไม่ทันเอ่ยอะไรสองพี่น้องก็ขยับตัวกอดกันกลม ราวกับเป็นปฏิกิริยาที่คุ้นชิน
เจ้าเด็กไม่ได้ความน้ำอ่างเดียวก็ยังถือไม่ได้ วันนี้ไม่ตีพวกแกให้แขนหักก็คงไม่รู้จักทำตัวให้มีประโยชน์
ภาพเจ้าของร่างเดิมด่าทอเด็กหญิงที่ทำอ่างน้ำหก ก่อนจะทุบตีเธออย่างรุนแรงสะท้อนเข้ามาในความคิด ซูหย่าฉินขบกรามแน่นดูเหมือนว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้ของเธอจะไม่ง่ายเหมือนที่คิดเสียแล้ว ทว่ายากง่ายไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเธอต้องมีชีวิตต่อและเป็นชีวิตที่ดีด้วย
………………………………………….
สวัสดีค่ะ ทักทายทำความเข้าใจกันสักนิด นิยายเรื่อง เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นภรรยานายทหาร ในยุค80 พร้อมระบบเพาะปลูก เป็นนิยายที่ไรต์่แต่งไปอัพเดทไป กันแบบสดๆ ไม่มีสต๊อกนะคะ เวลาอัพไม่แน่นอนหากไม่อยากพลาดความสนุก รีดกดติดตามไว้ได้เลยค่ะ
ปล. แวะเขียนคอมเมนต์ รีวิว ติชมได้ตามเหมาะสม แต่ขอใจสัก 5 ดวงเป็นกำลังใจให้ไรต์หน่อยนร้าาาา
บทที่ 1 สวมบทคุณแม่ตัวร้าย
บทที่ 1
สวมบทคุณแม่ตัวร้าย
"หยาหยา ไม่ได้ตั้งใจ แม่อย่าตีหยาหยาเลย หยาหยากลัวแล้ว"
เซียวอี้หยาร้องไห้ส่งเสียงอ้อนวอนสะอึก สะอื้น อยู่ในอ้อมแขนของพี่ชาย ซูหย่าฉินหยุดเท้าลงที่ตรงหน้าสองพี่น้องแล้วถอนหายใจยาว ตัวเธอลุกมาดูอีกฝ่ายด้วยความหวังดีแท้ๆ กลับถูกมองว่ามีเจตนาไม่ดีคิดแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แต่เมื่อเห็นดวงตากลมโตของเด็กสาวอาบไปด้วยน้ำตาและความหวาดกลัว ความขุ่นเคืองในใจก็พลันจางหายกลายเป็นสงสาในทันที
เรื่องนี้จะโทษเด็กทั้งสองก็ไม่ได้ หากจะโทษก็ควรโทษคนเขียนบทที่สร้างตัวละครมารดาที่แสนร้ายกาจอย่างเจ้าของร่างเดิมขึ้นมา
"เธอตัวเปียกไปหมดแล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ"
เพราะไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกในใจของเด็กๆ อย่างไร ซูหย่าฉินจึงทำได้เพียงไล่ให้เด็กหญิงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ทว่าอีกฝ่ายกลับก้มหน้าไม่ยอมขยับตัว หรือว่าอีกฝ่ายจะไม่คุ้นชินกับท่าทีแบบนี้ของเธอ ซูหย่าฉินคิดได้ดังนั้นก็สูดลมหายใจเข้าแล้วสวมบทคุณแม่ตัวร้าย ชักสีหน้าให้ดุ ปรับน้ำเสียงให้เข้ม
"ฉันพูดไม่ได้ยินหรือไง! ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า!!"
จบประโยคเด็กหญิงที่ควรรีบวิ่งไปเปลี่ยนชุดก็ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มหนักกว่าเดิม ซูหย่าฉินมองอย่างไม่เข้าใจ หรือว่าเมื่อครู่เธอจะแสดงดุเกินไป เช่นนี้ควรจะทำอย่างไรดี ทว่ายังไม่ทันคิดหาวิธีการจัดการสถานการณ์ตรงหน้า เด็กชายก็ลุกขึ้นถอดเสื้อของตนเองแล้วส่งให้น้องสาว
"หยาหยา รีบเปลี่ยนชุด"
ซูหย่าฉินขมวดคิ้วด้วยความสงสัยในการกระทำของเด็กชาย ก่อนที่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมจะไหลเข้ามาในความคิด
แม่ครับเสื้อผ้าของพวกเราใส่ไม่ได้แล้วครับ
ใส่ไม่ได้ก็ไม่ต้องใส่ พวกไร้ประโยชน์ วันวันมีแต่เรื่องสิ้นเปลือง
เป็นคำพูดของเจ้าของร่างเดิมเมื่อสองปีก่อนครั้งที่เด็กทั้งสองมาขอเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ดังนั้นเสื้อผ้าที่เพวกเขาสวมใส่อยู่ในตอนนี้จึงเป็นชุดเดียวที่มีอยู่ โดยใช้ผ้าเก่ามาตัดเย็บต่อกันอย่างลวกๆ เมื่อครู่ซูหย่าฉินสวมบทคุณแม่ตัวร้าย เซียวอี้เหยาไม่ต้องการให้น้องสาวถูกลงโทษจึงได้ถอดเสื้อของตนเองให้อีกฝ่ายใส่ แต่ทำเช่นนี้เด็กชายก็จะไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ นับเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
"หยุด!"
เซียวอี้หยาที่กำลังจะเปลี่ยนชุดพลันหยุดชะงักมือ เซียวอี้เหยาขบกรามตวัดสายตาดุมองมารดาด้วยความคับแค้นใจ ดูแล้วผู้หญิงร้ายกาจคนนี้คงจะหาเรื่องตีพวกเขาสองพี่น้องอีกแน่ๆ เพียงแต่ซูหย่าฉินไม่ได้สนใจสายตาของเด็กชาย กลับเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของเจ้าของร่างเดิม เมื่อเปิดตู้ออกแล้วพบว่าภายในตู้มีชุดเสื้อผ้าเนื้อดีมากมาย ซูหย่าฉินก็ขบกรามแน่นด้วยความเดือดดาล
เจ้าของร่างเดิมช่างเป็นมารดาที่น่าโมโหจริงๆ ตัวเองมีเสื้อเต็มตู้ แต่ลูกๆ กลับมีเพียงชุดเก่าที่ปะชุนจนไม่เหลือสภาพเดิมคนละชุด
ทว่าเรื่องเดิมไม่อาจย้อนกลับแก้ไข ที่ทำได้มีเพียงจัดการกับสถานการณ์ปัจจุบันเท่านั้น ดังนั้นซูหย่าฉินจึงเลือกหยิบเสื้อไหมพรมตัวสั้นออกมาหนึ่งตัวแล้วเดินกลับมาที่เด็กทั้งสอง
"เหยาเหยาออกไปรอข้างนอกก่อน"
แม้ว่าตอนนี้เซียวอี้หยาจะอายุแค่ห้าขวบ แต่ชายหญิงแตกต่างจึงควรมีระยะห่างและข้อควรระวัง ซูหย่าฉินจึงเอ่ยให้เด็กชายออกจากห้องไปก่อน
"ผมไม่ไป!"
ด้วยกลัวว่ามารดาจะทุบตีน้องสาวเหมือนทุกครั้ง เซียวอี้เหยาจึงไม่ยอมออกจากห้อง ซูหย่าฉินไม่อยากทะเลาะกับเด็กห้าขวบจึงตัดปัญหาด้วยการบอกให้เขาหันหลังไป จากนั้นก็จัดการถอดเสื้อผ้าที่แทบจะไม่ต่างอะไรกับผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่งบนตัวเซียวอี้หยาออก ดวงตากลมใสมองมารดาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ตนด้วยแววตาสับสน หากแต่ในใจก็รู้สึกดีใจอย่างที่สุด
ท่านแม่อ่อนโยนและใส่ใจหยาหยาแบบนี้ ช่างดีจริงๆ
"เสื้อตัวนี้ใหญ่ไปหน่อยอดทนใส่ไปก่อนนะ ในตู้มีผ้าอีกหลายตัวเอาไว้คืนนี้ฉันจะเอามาแก้ทำชุดใหม่ให้ก็แล้วกัน"
ได้ยินมารดาบอกว่าจะทำชุดใหม่ให้น้องสาว เซียวอี้เหยาก็หันกลับมาคว้าแขนเล็กของเด็กหญิงดึงให้ห่างจากมารดาในทันที ก่อนจะทิ้งตัวคุกเข่าลงพร้อมกัน
"แม่พวกเราสองคนผิดไปแล้ว ท่านจะทุบตีพวกเราอย่างไรก็ได้ แต่อย่าขายน้องสาวเลย"
ขายน้องสาว คิ้วเรียวของซูหย่าฉินขมวดเข้าหากันแน่นอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่ตั้งใจจะทำชุดใหม่ให้อีกฝ่ายแท้ๆ เหตุใดจึงถูกเข้าใจผิดว่าจะขายคนไปได้กัน พลันความทรงจำหนึ่งก็สะท้อนเข้ามาในความคิดอีกหน
อยากได้ชุดใหม่เหรอได้สิ วันนี้ขายน้องสาวนายไป พวกเธอสองคนก็จะได้ชุดใหม่ทั้งคู่
ขายคนซื้อชุดใหม่ เจ้าของร่างเดิมคนนี้ช่างน่าโมโหเกินไปแล้ว ซูหย่าฉินหงุดหงิดจนเผลอตีหน้าผากตนเองทำให้เลือดที่แห้งไปแล้วไหลออกมาอีกหน เด็กสาวที่แม้จะมีท่าทีหวาดกลัวแต่ก็ยังเป็นห่วงมารดารีบหมุนตัวไปหยิบผ้าชุบน้ำมาส่งให้อีกฝ่าย
"เลือดท่านไหลอีกแล้ว รีบเช็ดหน้าก่อนนะคะ"
ซูหย่าฉินรับผ้าจากมือเล็กมากดบาดแผลอีกครั้ง ก่อนจะถอยกลับไปนั่งที่เก้าอี้ แล้วหยิบชุดทำแผลออกมาดูแลตนเอง เมื่อจัดการเรื่องบาดแผลบนหน้าเสร็จแล้วก็หันมาหาคนทั้งสองด้วยสีหน้าจริงจัง
"เหยาเหยา หยาหยา แม่คิดว่าพวกเรามีเรื่องต้องคุยกันให้ชัดเจน"
เดิมทีซูหย่าฉินคิดจะสวมบทคุณแม่ตัวร้ายให้คนทั้งสองตายใจ จากนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมทีละเล็กทีละน้อยให้พวกเขาไม่รู้สึกผิดสังเกต แต่หลังจากเห็นท่าทีหวาดกลัวอยู่เสมอของเด็กทั้งสองเธอก็ตัดใจทำร้ายอีกฝ่ายซ้ำไม่ลง
"ต่อไปนี้ฉัน เอ่อ… แม่จะไม่ขายลูกๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม"
เซียวอี้เหยามองดูสีหน้าที่จริงจังของมารดาด้วยความคิดหวาดระแวง ทว่าแม้ในใจจะไม่เชื่อถือแต่เมื่อเห็นน้องสาวแสดงสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เขาก็แสร้งแสดงออกมาว่ารับทราบ ดึงแขนเล็กของน้องสาวคุกเข่าลงอีกครั้งแล้วโขกศีรษะเอ่ยขอบคุณ
ไม่ว่าผู้หญิงร้ายกาจคนนี้จะพูดจริง หรือแค่โกหกให้ตายใจ แต่หากทำให้น้องสาวมีความสุขก็ถือเป็นเรื่องดี
………………………………………
เปิดเรื่องใหม่ ไรต์แอบตื่นเต้น ขอกำลังใจ+คอมเมนต์รีวิว จากรีดด้วยนะคะ
บทที่ 2 ไข่เพียงหนึ่งฟอง
บทที่ 2
ไข่เพียงหนึ่งฟอง
เมื่อแสดงเจตนาของตนเองชัดเจนได้แล้ว ซูหย่าฉินก็ให้เด็กทั้งสองออกไปจากห้อง ก่อนที่ตนเองจะมานั่งทบทวนเรื่องราวดุจฝันนี้
เกิดใหม่? ข้ามเวลา? ทะลุมิติ? ไม่ว่าเธอจะมาอยู่ที่นี่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม เธอจะต้องหาทางกลับไปยังโลกเดิมของตนเองให้ได้ ทว่าคิดหาทางยังไม่ทันได้ท้องที่ว่างเปล่าก็ส่งเสียงร้องขึ้นมา ซูหย่าฉินถอนหายใจอย่างระอาใจ
เอาเถิดปัญหามีไว้ให้แก้ แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
เมื่อคิดได้แล้วซูหย่าฉินก็ถอนหายใจอีกหน จากนั้นก็เปิดประตูห้องออกมา เพียงแต่ทันทีที่เปิดประตูห้องดวงตาเรียวดุจหงส์ก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
สวรรค์ สาบานว่านี่คือบ้านที่คนอยู่อาศัย!!
หน้าต่างที่ไร้บานปิด มีเพียงลังกระดาษลังแปะกั้นบังลม กำแพงที่หลุดร่อนจนเห็นดินปั้นที่ใช้ก่อสร้าง หลังคาที่มีรอยรั่วจนแสงแดดทะลุส่องมาบนพื้นสว่างจ้า ยังไม่นับเครื่องเรือนที่แทบไม่สามารถใช้งานได้ในบ้าน และพื้นที่เต็มไปด้วยข้าวของมากมายจนแทบไม่มีทางเดิน เจ้าของร่างเดิมผู้นี้ หากสามารถพบหน้ากันสักครั้งเธอสาบานเลยว่าจะต้องสั่งสอนอีกฝ่ายสักยกสองยก
"แม่หิวแล้วใช่ไหมคะ วันนี้ไก่ในเล้าออกไข่มาหนึ่งฟองหยาหยาต้มไว้ให้แม่แล้ว"
"แล้วเธอสองคนล่ะ กินอะไร"
"พี่ชายขึ้นเขาไปเก็บผักป่าแล้ว อีกไม่นานก็จะกลับมาทำผักต้มกินกับหยาหยา"
เด็กหญิงตอบเสียงเบาราวกับกังวลกลัวว่าคำพูดของตนคำใดคำหนึ่งจะทำให้ผู้เป็นมารดาโกรธเคือง และถูกดุด่าทุบตีอีกครั้ง เพียงแต่ทั้งบ้านมี ไข่หนึ่งฟอง กลับให้คนตัวโตอย่างเธอกิน ส่วนเด็กตัวเล็กๆ สองคนกลับกินผักป่าต้ม มิน่าเล่าพวกเขาห้าขวบแล้ว แต่ยังมีร่างกายอ่อนแอ และตัวเล็กเหมือนเด็กสามขวบ
"เธอกินเถอะฉัน… แม่ไม่หิว"
ถึงจะหิวแต่จะให้เอาเปรียบเด็กก็คงไม่เหมาะสม ทว่าเธอเสียสละหยิบยื่นน้ำใจให้ เด็กหญิงตรงหน้ากลับตอบแทนมาด้วยน้ำตาและท่าทีหวาดกลัวจนตัวสั่น ซูหย่าฉินกำลังจะเอ่ยถามเหตุผลความทรงจำหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
อยากกินเหรอ อย่างนั้นก็กิน! กินให้มากๆ จะได้โตไวๆ เวลาขายจะได้มีราคา
ที่แท้เจ้าของร่างเดิมข่มขู่เด็กๆ เอาไว้เช่นนี้ พวกเขาจึงไม่กล้ากินอาหาร อีกทั้งยังเอาใจด้วยการมอบทุกอย่างให้เจ้าของร่างเดิม คิดแล้วช่างน่าโมโหจริงๆ เพียงแต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ไข่ในมือเล็กเธอก็ยิ่งไม่อาจกิน
"ไข่ๆๆๆ วันวันกินแต่ไข่ น่าเบื่อจะตาย ถ้าเธอไม่กินก็เอาทิ้งไปเสีย"
เพื่อไม่ให้เด็กหญิงคิดมากและยอมกินไข่ไก่ในมือ ซูหย่าฉินจึงจำเป็นต้องวางท่าดุดัน ไม่พอใจ จากนั้นก็เดินออกจากบ้านไป แล้วลอบหลบอยู่ที่หลังประตูมองดูเด็กหญิงค่อยๆ แกะไข่แบ่งออกเป็นสองส่วน แน่นอนว่าครึ่งหนึ่งคงเก็บไว้ให้พี่ชายหน้าเคร่งกิน ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมดวงตามืดบอดหรืออย่างไรมีลูกที่รู้ความขนาดนี้กลับไม่พอใจ ยังเอาแต่ร่ำไห้หาแต่สามีเฮงซวยที่หายหัวไปถึงห้าปีแล้วคนนั้น
"หย่าฉิน"
เสียงเรียกดังมาจากด้านหลังซูหย่าฉินหันไปก็พบหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับตน เมื่อทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ก็พบว่าอีกฝ่ายคือ ไห่เยี่ยน เพื่อนบ้านที่คอยยุยงให้เจ้าของร่างเดิมขายเด็กทั้งสองอยู่เสมอ
"หย่าฉิน สรุปว่าเธอจะขายหยาหยา หรือ เหยาเหยา ดี ฉันไปถามราคามาให้แล้ว หยาหยาเป็นเด็กผู้หญิงคนซื้อเลยจ่ายให้แค่ สามร้อยหยวน แต่ถ้าเป็นเหยาเหยาน่ะได้ราคาดีถึงห้าร้อยหยวนเลยนะ"
ซูหย่าฉินขบกรามมองคนตรงหน้าด้วยความคับแค้นใจ แม้ว่าเงินสามร้อย ห้าร้อยหยวนจะเป็นมูลค่าที่สูงมากในยุคนี้ แต่จะเทียบกับค่าของชีวิตคนได้อย่างไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนที่อีกฝ่ายจะซื้อคือลูกของตนด้วยแล้วยิ่งไม่อาจตีมูลค่าได้
"ว่าอย่างไร ตัดสินใจได้หรือยัง เด็กสองคนนี้แม้น่าตาจะน่ารัก แต่ก็เป็นแค่ตัวภาระที่ไร้ประโยชน์ หากยังไม่ขายออกไปชีวิตวัยสาวของเธอก็ต้องสูญเปล่าแล้ว"
"เธอหมายความว่าอย่างไร"
"โถ่… หย่าฉิน เธอก็รู้ว่าหน้าตาอย่างเธอน่ะมีแต่คนอยากแต่งเป็นภรรยา หากไม่เพราะมีเด็กสองคนนี่คอยเกาะแข้งเกาะขาขัดขวาง ตอนนี้เธอคงได้สามีดีๆ ไปแล้ว"
สามีดีๆ ผู้หญิงที่ขายได้แม้กระทั่งลูกในไส้ของตนเอง ยังจะมีผู้ชายดีๆ ที่ไหนอยากได้เป็นภรรยา ไห่เยี่ยนผู้นี้คิดจะใช้วาจาหลอกล่อเธอเหรอฝันไปเถอะ
"ไห่เยี่ยน เธอช่างดีกับฉันจริงๆ ชีวิตนี้ของฉันไม่รู้จะตอบแทนเธออย่างไร"
"จะไปยากอะไร ไม่ใช่ว่าพวกเราตกลงกันไว้แล้วหรือ ขายคนได้ราคาเธอรับไปเจ็ดส่วน ฉันสามส่วน"
ซูหย่าฉินขบกรามแน่นแต่ยังฝืนยิ้มเสแสร้ง เจ้าของร่างเดิมนี่ช่างน่าโมโหจริงๆ ถูกหลอกให้ขายลูกไม่พอยังโง่เขลาแบ่งเงินให้ผู้อื่นอีก
"ได้เช่นนั้นอีกสามวัน พวกเรานัดหมายกันส่งคนรับเงิน ฉันจะขายทั้งสองคนเธอก็นัดคนซื้อมาพร้อมกันเลย"
"จริงหรือ!!"
"อืม"
ไห่เยี่ยนเห็นหญิงสาวตกลงก็ยิ้มจนแก้มแทบแตก ก่อนจะรีบวิ่งจากไปจึงไม่ทันสังเกตุเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของซูหย่าฉิน
คิดจะเป็นพวกค้ามนุษย์ เช่นนั้นฉันจะสอนบทเรียนครั้งใหญ่ให้เอง
ทว่าสิ่งที่ซูหย่าฉินไม่คาดคิดก็คือทุกคำพูดของเธอถูกเด็กชายตัวเล็กที่เพิ่งลงจากเขามาได้ยินอย่างชัดเจน มือเล็กกำต้นสมุนไพรพิษแล้วขบกรามแน่น
ขอเพียงปกป้องน้องสาวได้ ให้กลายเป็นคนเลวต่ำช้าสังหารมารดาเขาก็ยินดี
………………………………….
เหยาเหยา ใจเย็นๆ ก่อนแม่คนใหม่ไม่ได้จะขายลูก แต่กำลังจะช่วยลูกกกกกกก