โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิกฤตโลกร้อนบีบวงการไวน์ ผู้ผลิตทั่วโลกเลิกผลิตไวน์วินเทจ หันทำไวน์ราคาถูกแทน

BT Beartai

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 16.54 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 16.54 น.
วิกฤตโลกร้อนบีบวงการไวน์ ผู้ผลิตทั่วโลกเลิกผลิตไวน์วินเทจ หันทำไวน์ราคาถูกแทน

วงการไวน์กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพาะปลูกองุ่น ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของไวน์ที่เคยผูกติดอยู่กับ “ปีเก็บเกี่ยว” หรือ วินเทจ (vintage)

จากเดิมที่ไวน์ non-vintage ซึ่งเกิดจากการผสมไวน์จากหลายปี ถูกมองว่าเป็นสินค้าเกรดรอง ปัจจุบันแนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนไป โรงบ่มไวน์ระดับโลกหลายแห่งหันมาใช้เทคนิคนี้เพื่อแก้ปัญหาความไม่แน่นอนของผลผลิตในแต่ละปี เช่น Cain Vineyard & Winery ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาไฟป่า ได้ใช้การผลิตไวน์ผสมข้ามปีเพื่อคงคุณภาพไว้ได้ หรืออย่าง Pasqua Vigneti e Cantine ในอิตาลี ที่เปิดตัวไวน์ขาว non-vintage โดยผสมไวน์จากสูงสุดถึง 5 ปีเพื่อสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญมองว่ากระแสนี้จะช่วยให้ผู้ผลิตไวน์สามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ดีขึ้น เพราะการผสมไวน์จากหลายวินเทจจะช่วยลดความเสี่ยงจากผลผลิตที่ไม่สม่ำเสมอในแต่ละปี ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่

โดยเฉพาะในกลุ่มไวน์ราคาประหยัด ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปีเก็บเกี่ยวมากนัก ทำให้ไวน์ non-vintage เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น

การผลิตไวน์ไม่ระบุปีจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่กลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่กำลังกลายเป็น มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถส่งมอบไวน์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางโลกที่การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศกำลังเป็นความท้าทายที่แท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...