ทำความเข้าใจอาการ ‘ติดเซ็กซ์’ จนถึงขั้นหมกมุ่นที่แม้ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และความสัมพันธ์ได้
หลายคนน่าจะได้ยินข่าวชวนสลดใจที่ผู้เป็นสามีลงฆ่าภรรยาตัวเองเสียชีวิต เพียงเพราะเธอปฏิเสธการมีเซ็กซ์กับเขาบ่อยครั้ง ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจของเหตุการณ์นี้ก็คือเพราะเหตุใดความต้องการทางเพศซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ถึงทำให้บางคนไม่สามารถควบคุมมันได้เลย จนกลายเป็นความรุนแรงและนำมาสู่เหตุการณ์ที่คุกคามชีวิตผู้คนอย่างในครั้งนี้
ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ ความต้องการทางเพศและการหมกมุ่นเรื่องเซ็กซ์ จะถูกนิยามด้วยคำสั้นๆ ที่ทำให้เข้าใจว่ามันคือ ‘อาการติดเซ็กซ์’ แต่จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้กลับไม่ได้ได้รับการวินิจฉัยให้จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางจิตเวช และไม่ได้ถูกวินิจฉัยว่าเป็นความผิดปกติของร่างกายแต่อย่างใด แถมในปัจจุบันก็แทบจะไม่มีข้อมูลทางการเเพทย์ที่จะชี้ชัดได้มากขนาดนั้นด้วย แม้กระทั่งใน D.S.M. หรือคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิตที่สมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา (American Psychiatric Association) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการวินิจฉัยภาวะความผิดปกติทางจิตต่างๆ จะระบุว่าพฤติกรรมหรือความคิดที่เกี่ยวกับเรื่องเพศที่เกิดขึ้นบ่อยและเป็นประจำนั้นถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของ ‘อาการเสพติด’ ก็ตาม แต่ก็นับว่ายังมีการอ้างอิงถึงหลักฐานทางวิทยาศาตร์อย่างจำกัดมากทีเดียว
นักเพศวิทยาผู้ทำการวิจัยเรื่องสุขภาพเพศ Anna Randall บอกว่า ทุกวันนี้ก็ยังคงมีการถกเถียงกันอยู่ในเรื่องของศัพท์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมถึงอาการเหล่านี้ เพราะแม้แต่คำว่า ‘เสพติด’ (Addiction) ซึ่งบางครั้งผู้เชี่ยวชาญอาจใช้คำที่พอจะอธิบายได้แบบกว้างๆ มากกว่าว่า “พฤติกรรมทางเพศที่ไม่สามารถควบคุมได้” หรือมักจะวินิจฉัยว่ามันคือ “พฤติกรรมหรือความคิดที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยและเป็นประจำ (Compulsive Sexual Behavior Disorder)” ตามที่องค์การอนามัยโลกได้บัญญัติไว้
แต่ไม่ว่าจะใช้คำว่าเสพติดหรือไม่ ในรายงานขององค์การอนามัยโลก ชี้ว่าอาการหมกมุ่นในเรื่องเซ็กซ์อาจเกิดมาจากภาวะล้มเหลวของคนคนหนึ่งที่จะควบคุมตัวเอง เมื่อถูกกระทบด้วยแรงกระตุ้นหรือสิ่งเร้าทางเพศ และทำให้อยากทำกิจกรรมเซ็กซ์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการมีเซ็กซ์ การช่วยตัวเอง และการดูสื่อที่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ เช่นหนังโป๊ เป็นต้น
Silva Neves นักจิตบำบัดผู้ทำงานด้านการบำบัดเยียวยาอาการติดเซ็กซ์ มองว่าอาการโหยหาเซ็กซ์มากกว่าปกตินั้นอาจมีปัจจัยมาจากประสบการณ์ที่ได้รับจากบาดแผลทางใจในความสัมพันธ์วัยเด็ก ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการถูกทรยศหักหลัง การได้รับความรุนแรงทางร่างกายและจิตใจ การถูกเพิกเฉย ละเลย หรือการแยกทางของครอบครัว สามารถสร้างปมในความสัมพันธ์ต่อๆ มาเมื่อโตขึ้น ให้รู้สึกว่าต้องการการ ‘ยืนยันความมั่นใจ’ หรือ ‘เป็นที่ต้องการ’ มากกว่าปกติ
นอกจากนั้นแล้ว อาการติดเซ็กซ์ยังอาจเป็นหนทางที่บางคนใช้ต่อสู้กับความขัดแย้ง ‘ภายใน’ ของตัวเองได้ด้วย ใช้หลบหนีจากชีวิตจริง หรือการต้องดีลกับปัญหาต่างๆ เหมือนกับการเสพติดแอลกอฮอล์หรือเสพติดการพนัน เช่นเดียวกับที่มันสามารถใช้เป็นการหลีกหนีจากประสบการณ์ร้ายๆ หรือบาดแผลในอดีต ความรู้สึกเบื่อหน่าย ความเจ็บปวดทางอารมณ์ รวมถึงความรู้สึก Overwhelm ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต
อาการติดเซ็กซ์ สามารถเป็นสัญญาณของโรคทางจิตเวชต่างๆ ได้เช่นกัน เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive compulsive disorder - OCD) หรือโรคสมาธิสั้น (Attention deficit hyperactivity disorder - ADHD) ที่ทำให้การต่อสู้กับความคิดรบกวน (Intrusive Thoughts) หรือการควบคุมตัวเองจากแรงกระตุ้นและสิ่งเร้าต่างๆ เป็นไปได้อย่างยากเย็น
จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการติดเซ็กซ์เริ่มเป็นปัญหา และต้องการความช่วยเหลือแล้ว?
จริงๆ แล้วไม่ได้หมายความว่าความต้องการมีเซ็กซ์ หรือคิดถึงเรื่องเซ็กซ์บ่อยๆ จะหมายถึงอาการติดเซ็กซ์ไปเสียทั้งหมด ถ้าหากว่ากิจกรรมเซ็กซ์ไม่ได้รบกวนหรือกัดกินการใช้ชีวิตของตัวเองหรือคนรอบข้างก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะโดยปกติแล้ว ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าคนเราจะมีความพึงพอใจในกิจกรรมเซ็กซ์น้อยลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
แต่อาการที่เข้าข่ายติดเซ็กซ์อาจหมายถึง การที่ความต้องการกิจกรรมเซ็กซ์เริ่มส่งผลกระทบต่อคนคนนั้นโดยตรง เช่น กระทบต่อหน้าที่การงาน การใช้ชีวิตในสังคม กระทบต่อความสัมพันธ์อื่นๆ เช่น เพื่อนฝูง ครอบครัว คนรัก หรือคนที่อยู่ในความสัมพันธ์นั้นๆ ด้วย จนกระทั่งไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และเริ่มเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและสวัสดิภาพคนอื่น นั่นเป็นสัญญาณที่อาจต้องการความช่วยเหลือ
อ้างอิง
https://www.nytimes.com/2025/09/09/well/mind/sex-love-addiction-elizabeth-gilbert.html
https://www.cbsnews.com/news/sexual-addiction-treatment-clinics-often-take-advantage/
บทความต้นฉบับได้ที่ : ทำความเข้าใจอาการ ‘ติดเซ็กซ์’ จนถึงขั้นหมกมุ่นที่แม้ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และความสัมพันธ์ได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
- การคอลแล็บที่หลายคนรอคอย! NANA การ์ตูนมังงะเพื่อผู้หญิง เฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี กับปกพิเศษสุดเริ่ดที่ประโคม Vivienne Westwood ทั้งตัว
- ดลลี่, โพก้าซัง, อูรักบัม, เอนี่, สำรวย, ลูน่า, นีออนน่า-สไมล์ “เจ้าเด็กพวกนี้นี่ลูกใครทำไมน่าเอ็นดูจัง” เราอยู่ในยุคที่ศิลปินมี ‘มาสคอต’ ของตัวเอง เปรียบเสมือนลูกน้อยที่คอยส่งพลังบวกและฮีลใจเหล่าอุนยาย อุนย่า เจ่เจ้ พร้อมๆ กับชวนให้คนอยากรู้จัก ‘ผู้ปกครอง’ ของเด็กๆ ไปด้วย
- มุมมองที่เติบโตของ ‘RM’ แห่งวง BTS ต่อความเท่าเทียมทางเพศ ที่พยายามเรียนรู้และเข้าใจ ‘ผู้หญิง’ แม้เคยพลาดจากเพลงในอดีตที่เข้าข่าย Misogyny แต่ก็ไม่หยุดปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com