‘นายหนังพีท ศ.ก้องฟ้า’ นายหนังเจนใหม่ผู้ปลุกชีวิตหนังตะลุงบนโลกออนไลน์
หากใครเป็นชาวเน็ตตัวยงที่ท่อง TikTok เป็นประจำ คงจะเคยเห็นคลิปของหนุ่มน้อยหน้ามนจากเมืองคอน “พีท” ภาวินท์ ภักดี หรือที่รู้จักกันในชื่อ นายหนังพีท ศ.ก้องฟ้า เจ้าของช่องที่มียอดชมทะลุ 10 ล้านวิวผ่านตากันมาบ้าง เขาใช้ศิลปะพื้นบ้านอย่างหนังตะลุงมาบอกเล่าเรื่องราวร่วมสมัยบนโลกออนไลน์ที่ทำให้เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังตะลุงได้ไม่ยาก ทั้งความรัก การทำงาน ชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสารพันเรื่องราวในสังคมที่ถ่ายทอดด้วยอารมณ์ขันและความสร้างสรรค์ จนคนดูรู้สึกมีส่วนร่วมไปด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ
และนอกจอออนไลน์ พีทยังสืบทอดบทบาทของ “นายหนังรุ่นใหม่แห่งคณะศ.ก้องฟ้า” อย่างเต็มกำลังกาย เต็มกำลังใจ ด้วยความเชื่อมั่นว่า “หนังตะลุงไม่เคยตาย” หากพร้อมปรับตัวไปกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้อย่างเข้าใจ
สำหรับผม หนังตะลุงไม่ตายหรอก แต่มันก็จะไม่ได้คงอยู่ในรูปแบบเดิมเสมอไป
ทำไมคุณชอบหนังตะลุง
เริ่มมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ จำได้ว่าพ่อพาผมไปดูหนังตะลุง ตอนนั้นพื้นที่คือเป็นบรรยากาศทะเล ผมไม่ได้อินอะไรมาก่อน ผมเป็นแค่เด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง พอหนังตะลุงเล่น ผมก็ออกไปเต้นไม่หยุด แล้วหลังจากนั้นผมก็ชอบวาดรูปหนังตะลุงมาก ๆ ในกระดาษ ในสมุด ในหนังสือเรียน (หัวเราะ) เต็มไปด้วยรูปหนังตะลุง พอเข้ามัธยม ผมก็มีโอกาสได้เรียนหนังตะลุงอีก เพราะเขามีหลักสูตรชุมนุมที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้หนังตะลุงด้วย เหมือนทุกจังหวะในการเติบโตของผม บังเอิญได้เกี่ยวข้องกับศิลปะประเภทนี้ตลอดเลย
“พีท” ภาวินท์ ภักดี หรือที่รู้จักกันในชื่อ นายหนังพีท ศ.ก้องฟ้า
ตอนไหนที่เริ่มตัดสินใจว่า จะทำอาชีพ ‘นายหนังตะลุง’
ประมาณช่วง ม.6 ใกล้จะเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากทำหนังตะลุงเป็นอาชีพ เพราะช่วงมัธยม ผมอยู่กับหนังตะลุงมาโดยตลอด และตั้งแต่เริ่มได้แสดงหนังตะลุง ผมไปโรงเรียนโดยไม่ต้องขอตังค์พ่อเลย เพราะผมเล่นหนังแค่งานเดียวก็อยู่ได้ทั้งเดือนแล้ว และยังได้ช่วยผ่อนค่ารถพ่อด้วย
พอเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย หนังตะลุงก็ยิ่งมีบทบาทกับชีวิตผมมากขึ้น ผมไปเล่นหนังตะลุงหนึ่งงาน ได้เงินประมาณ 10,000 บาท ซึ่งสามารถจ่ายค่าหอ ค่ากินได้ เราเลยรู้สึกว่าเราอยู่ได้ด้วยอาชีพนี้ เราอยากทำอาชีพนี้
เริ่มทำคลิปเกี่ยวข้องกับหนังตะลุงลง TikTok ตั้งแต่ช่วงไหน
เริ่มมาจากตอนผมเรียนการจัดการวัฒนธรรมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาจารย์ให้ทำคลิป ปกติผมไม่เคยดู TikTok มีวันหนึ่ง น้องที่ทำงานในองค์การนักศึกษาที่รู้จักกันตอนนั้น เขาก็มาบอกเราว่า ‘พี่พีท ทำไมพี่ไม่ลองเอางานที่อาจารย์สั่งไปทำเป็นแบบของพี่ลง TikTok คลิปของพี่แบบนี้น่าจะเกิดใน TikTok นะ’
ผมจึงเริ่มจากสมัคร TikTok แล้วลองลงคลิปดู ตอนแรกที่ลงไป ยังไม่เกี่ยวกับหนังตะลุง พอลงไปแค่ 1 ชั่วโมง เปิดโลกเลย คนดู 2,000 กว่าคน! ผมดีใจมาก ผมเลยตัดสินใจว่า จะไปลองลงคลิปหนังตะลุงดู พอลงไปสองวัน คนดู 100,000 กว่า ผมดีใจมาก
นายหนังพีทมีวิธีคิดคอนเทนต์เกี่ยวกับหนังตะลุงที่จะนำมาเล่าผ่านคลิปอย่างไร
ผมรู้สึกว่าบางวันประเด็นที่เลือกมาเล่าก็จะมาของมันเอง โดยส่วนใหญ่ผมจะติดตามสถานการณ์ในช่วงวันเวลานั้น ๆ เรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้คนในตอนนั้น แล้วลองเอามาประยุกต์กับมุกหนังตะลุงที่เรามีอยู่ เอามาดัดแปลงเพื่อเล่าใหม่ผ่านคลิปสั้น โดยเราอัดเอง ตั้งแต่ตั้งกล้องสองตัว วิ่งไปกดถ่ายเอง เซฟไฟล์เอง ตัดต่อเอง ใส่เสียงเอง ทำเองทุกอย่าง
หลังจากทำ TikTok มีคนที่จ้างงานแสดงสดเรามากขึ้นไหม
เยอะขึ้นมาก เรียกได้ว่าอยู่รอดได้จาก TikTok เพราะมีหลายงานมากที่มาจาก TikTok นอกจากนี้ก็มีงานโปรโมตสินค้าเข้ามาด้วย
อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นนายหนังตะลุง
สำหรับผมคือการที่ต้องรู้อยู่ตลอดว่า เรากำลังพูดแทนตัวละครนี้อยู่ เรากำลังจับตัวละครนี้อยู่ เวลาเล่นหนังตะลุงเขาจึงมีเทคนิคอย่างหนึ่งคือเวลาที่นายหนังพากย์ จะต้องจ้องหน้าตัวละครตัวนั้น อาจารย์เขาสอนผม เวลาเล่นหนังตะลุง เราต้องจ้องหน้าตัวละครนั้นไว้ตลอด แล้วชักปากไป พากย์ไป เพื่อที่เราจะได้เห็นหน้าเขาและจะได้เป็นตัวละครตัวนั้นได้อย่างแนบเนียน
เพราะหนังตะลุงหน้าเหมือนเดิมตลอด ไม่ใช่นิ่งแค่หน้า ตัวก็นิ่ง ถ้าเราไม่ขยับ ไม่ชักปาก ตัวละครก็ไม่มีการเคลื่อนไหว มันก็ไม่มีชีวิต ดังนั้นจึงอยู่ที่นายหนังว่าจะเป็นผู้เสริมสร้างชีวิตและมอบชีวิตให้กับเขาได้อย่างไร การถ่ายทอดของนายหนังจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นทักษะเฉพาะตัวอีกอย่างของนายหนัง คือการแยกเสียงตัวละคร เพราะเล่นคนเดียว แต่สื่อสารตัวละครหลายตัว เราเรียนรู้และฝึกฝนทักษะนี้อย่างไร
เป็นคำถามที่คนถามผมเยอะมาก เพราะหลายคนอยากได้เทคนิคจากเรา ผมอาศัยการฟังจากคนอื่นเยอะ ๆ ไปดูไปฟังคณะหนังตะลุงที่เขาแยกเสียงเก่ง ๆ แล้วจดจำมาฝึก ตั้งแต่เรื่องโทนเสียง การงอลิ้น
อย่าง ‘ไอ้แก้ว’ กับ ‘ไอ้ทอง’ เสียงคนละโทนกัน ต้องแยกให้ได้ เพราะเป็นเสียงคาแรกเตอร์ของแต่ละตัวละครมาตั้งแต่ดั้งเดิมว่า นายยอดทองเสียงลักษณะเป็นอย่างนี้ นายแก้วเป็นอย่างนี้ เพราะรูปหนังตะลุงของภาคใต้หลายรูป เขาจะทำมาจากคนจริง ๆ ที่เคยมีชีวิตอยู่จริง ๆ เลย เราก็รู้คาแรกเตอร์ของแต่ละคนจากการบอกเล่าต่อกันมา การบันทึก การสอนของครู
ความสุขของการทำงานนี้คืออะไร
คือเวลาได้ไปแสดงหนังตะลุง เห็นคนดูหัวเราะมีความสุข สิ่งนี้ก็เหมือนเป็นความสุขของเราไปด้วย ความรู้สึกคล้าย ๆ ตีปิงปอง เราโต้ไป เขาก็โต้กลับมา เขาโต้ไป เราก็โต้กลับมา เป็นความสุขที่ส่งให้กัน
นอกจากนั้น เวลาเราไปแสดงหนังตะลุง เราจะได้เจอกับคนหลากหลายพื้นที่มากขึ้น ความสุขหลังการแสดงคือเราพบมิตรภาพใหม่ เราได้เจอคนเยอะขึ้น บางคนก็ดูแลเหมือนเป็นญาติเป็นลูกอีกคน
ความยากและความท้าทายของการเป็นนายหนังตะลุงคืออะไร
ความท้าทายแรกคือหนังตะลุงเป็นงานที่ไม่ได้มั่นคงขนาดนั้น ต้องใช้ชื่อเสียง ต้องใช้ทักษะของนายหนัง หลังจากผมเรียนจบ ผมไม่ได้มีความหวังจะไปเป็นข้าราชการหรืออย่างอื่นเลย ผมคิดว่าอยากให้เวลาตัวเอง 1-2 ปี มุ่งทำเกี่ยวกับหนังตะลุงให้มีชื่อเสียงให้ได้ ตอนนี้ก็ดีใจระดับหนึ่ง มีรายได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็อยากไปให้สุดกว่านี้
ความท้าทายที่สองคือสำหรับผม หนังตะลุงต้องปรับให้ทันยุคไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ปรับแค่การแสดงอย่างเดียว แต่ต้องปรับตัวปรับประเด็นให้น่าสนใจเข้าไปในโลกออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ด้วย
ในมุมมองของคุณคนในท้องถิ่นตอนนี้ยังคงนิยมหนังตะลุงอยู่หรือไม่
เท่าที่ผมเดินทางไปแสดงหลายจังหวัดก็พบว่ายังนิยมอยู่ครับ ผมเชื่อว่าหนังตะลุงยังเป็นศิลปะภาคใต้ที่มีคนดูอยู่ แต่ในที่นี้ก็ต้องเป็นหนังตะลุงที่ปรับตัวแล้ว เพราะส่วนใหญ่นิยมดูเฉพาะหนังตะลุงที่มีชื่อเสียง หนังตะลุงขนาดเล็ก-กลางจึงต้องเร่งปรับตัวด้วย
ปรับตัวอย่างไร
ด้วยหนังตะลุงใช้ทีมเยอะ นักดนตรีสิบกว่าชีวิต มีเวที มีองค์ประกอบต่าง ๆ มากมาย ค่าใช้จ่ายเยอะ ดังนั้นเพื่อให้เข้าถึงผู้คนและคนจ้างงานมากขึ้น ในเบื้องต้นผมคิดว่า เราในฐานะคนสร้างสรรค์ต้องติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง เทรนด์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับยุคสมัยได้ แล้วนำมาออกแบบเข้ากับเรื่องราวเพื่อนำเสนอ และใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารถึงงานของเรามากขึ้น เพื่อขยายไปถึงคนจำนวนมากขึ้นได้
คิดอย่างไรหากมีคนบอกว่า ‘เดี๋ยวหนังตะลุงก็ตายแล้ว’
บางคนอาจตอบคำถามนี้ว่า ‘หนังตะลุงจะอยู่คู่กับภาคใต้แน่นอน ตลอดไป จะไม่มีวันสูญหาย จะมีเด็ก ๆ รุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน’ แต่ผมอาจเห็นต่างออกไป สำหรับผม หนังตะลุงไม่ตายหรอก แต่แค่ว่าหนังตะลุงแบบในอดีตอาจหาดูได้ยากขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ บางทีมันอาจย้ายรูปแบบไปอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ปรับเปลี่ยนเรื่องราวและรูปแบบไปหลากหลายขึ้น ผมจึงคิดว่าหนังตะลุงไม่ตาย แต่มันก็จะไม่ได้คงอยู่ในรูปแบบเดิมเสมอไป หรือจะพูดอีกแบบคือมันต้องปรับเปลี่ยนไปตามความเปลี่ยนแปลง จึงจะมีชีวิตอยู่ต่อในวันเวลาต่อ ๆ ไป ผมจึงเชื่อว่าหนังตะลุงที่จะอยู่ได้ต่อไปในอนาคตจะต้องมีการปรับเปลี่ยน แบบดั้งเดิมอาจจะหาดูได้แค่ในพิพิธภัณฑ์หรือว่าเป็นสิ่งของหายาก เป็นรากของการเติบโตต่อไปของหนังตะลุงในปัจจุบันมากกว่า
ในมุมมองของคุณ หนังตะลุงมีความหมายกับคนใต้อย่างไร
สำหรับผมในฐานะคนใต้ หนังตะลุงคือ ‘กำพืดของเรา’ คือวัฒนธรรมที่แสดงความเป็นคนใต้ได้อย่างชัดเจนอีกหนึ่งอย่าง ไม่แตกต่างไปจากโนราห์เลย มันเป็นการแสดง เป็นวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นคนใต้ได้อย่างชัดเจน
เมื่อก่อนคนรุ่นปู่รุ่นพ่อผม เขาดูหนังตะลุงกันถึงเช้า นายหนังตะลุงสมัยก่อนทำหน้าที่หลายอย่าง ตั้งแต่ให้ความบันเทิง ให้ข้อคิด สอนธรรมะ แล้วก็เล่าข่าวสารด้วย นายหนังจะต้องเป็นคนรอบรู้มาก จะต้องมีข้อมูลอยู่ในหัวเยอะ หนังตะลุงจึงมีความหมายหลายอย่างมากสำหรับผู้คน มันเหมือนเป็นพื้นที่ของการเล่าเรื่องและเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับชีวิตในทุกมิติ เราจึงเห็นความคิด ชีวิต ความเชื่อ คุณค่าบางอย่างที่อาจยังมีอยู่จนทุกวันนี้ หรือแม้แต่เลือนหายไปแล้วได้จากหนังตะลุง
แล้วหนังตะลุงมีความหมายกับชีวิตของคุณอย่างไร
หนังตะลุงมีความหมายกับผมมาก เรียกว่าให้แทบจะทุกอย่างกับผม ทั้งความสุข เงินทอง ชื่อเสียง และเติมความหมายของการใช้ชีวิต เพราะเวลาไปแสดงหนังตะลุงครั้งหนึ่ง เราก็จะได้ไปสถานที่ที่เราไม่เคยไป หนังตะลุงจึงมีความหมายกับผมมากจนไม่อาจบรรยายได้ ผมอยู่กับหนังตะลุงมา 10 กว่าปี เป็น 10 กว่าปีที่รู้สึกไวมากและเหลือเชื่อมาก
ติดตามนายหนังพีทได้ทาง
TikTok : https://www.tiktok.com/@petepukdee?lang=th-TH
Facebook : https://www.facebook.com/profile.php?id=100083082195288