โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมองสาวนักบริหาร ‘คุณไอโกะ ซาเอกิ’ กับชีวิตบทใหม่ที่เลือกเดิน

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 15 ส.ค. 2568 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2568 เวลา 07.04 น. • HELLO! Magazine Thailand

ทำความรู้จัก คุณไอโกะ ซาเอกิ ลูกสาวคนรองของ คุณโรส-พรรณี ซาเอกิ เธอเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นและมีเป้าหมายชัดเจน หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับสองด้านบริหารธุรกิจจาก Babson College มหาวิทยาลัยชื่อดังในบอสตัน สหรัฐอเมริกา เธอได้กลับมายังประเทศไทยเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากองค์กรใหญ่ๆ ก่อนจะสานต่อธุรกิจของครอบครัวในอนาคต

บทความนี้จะพาเราไปเจาะลึกแนวคิดและแรงบันดาลใจของเธอ ที่ได้รับจากทั้งครอบครัวและการเรียนรู้ เพื่อทำความเข้าใจเส้นทางที่เธอเลือกเดิน ทั้งในวันนี้และก้าวต่อไปในอนาคต

ชีวิตบทใหม่หลังเรียนจบ

“หลังจากเรียนจบและกลับมาได้ประมาณหนึ่งเดือน หนูก็เริ่มมองหางานมาเรื่อยๆ ค่ะ ระหว่างนั้นก็ได้ปรึกษาคุณแม่เรื่องแนวทางการทำงานว่าควรจะไปในทิศทางไหนดี แม้ว่าในใจจะมีเป้าหมายอยู่แล้วว่าอยากจะเข้าทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเรียนรู้กระบวนการทำงานที่เป็นระบบ ก่อนที่จะกลับมาช่วยงานของครอบครัวในอนาคต ตอนนี้หนูกำลังอยู่ในช่วงของการหางานและเข้าสัมภาษณ์อยู่ค่ะ และถ้าหากคุณแม่ต้องการให้ช่วยงานอะไร หนูก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วยทันที เพราะช่วงนี้ยังมีเวลาอยู่ค่ะ”

กิจกรรมที่ช่วยเติมพลังและความสุข

“ในช่วงเวลาว่าง หนูจะชอบหาเวลาออกกำลังกายมากค่ะ ทั้งการเล่นเวทและเข้าคลาสที่เน้นความเหนื่อยเพื่อเรียกเหงื่อ นอกจากนี้หนูเพิ่งจะเริ่มเรียนกอล์ฟด้วย เพราะเห็นคุณพ่อเล่นมาตั้งแต่เด็ก และเห็นว่ากีฬานี้ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมยามว่าง แต่ยังสามารถนำไปใช้ในด้านสังคมและธุรกิจได้ในอนาคต อีกทั้งยังมีเพื่อนๆ ที่เล่นกอล์ฟเหมือนกัน ทำให้สามารถไปเล่นด้วยกันได้ หนูชอบการแข่งขันและรักการเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นการออกกำลังกายและเล่นกีฬาจึงเป็นความสุขอย่างหนึ่งของหนูเลยค่ะ”

เมื่อถามถึงเรื่องการเรียนที่เพิ่งจบไปหมาดๆ คุณไอโกะได้แชร์สิ่งที่เรียนมาด้วยความตั้งใจและได้ให้มุมมองว่าการเรียนในสาขาวิชาบริหารธุรกิจที่ Babson College นั้นโดดเด่นในด้านการนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้จริง โดยเฉพาะการเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพตั้งแต่ปีแรก

สิ่งที่ได้จากการเรียนวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย Babson College

“สิ่งที่หนูได้รับจากการเรียนสาขาวิชาบริหารธุรกิจที่ Babson College คือประสบการณ์ที่ดีมากค่ะ ตั้งแต่ปีหนึ่ง ทุกคนจะได้เข้าร่วมคลาสที่ต้องเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพของตัวเองจริงๆ โดยมี Angel Investor เข้ามาให้คำปรึกษาและช่วยลงทุน ทำให้หนูได้เรียนรู้กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การคิดไอเดียไปจนถึงการขายสินค้าจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สนุกและเหนื่อยไปพร้อมๆ กัน เพราะต้องบริหารจัดการคนในกลุ่มที่มีจำนวนมาก

หลังจากนั้น ทางมหาวิทยาลัยก็กำหนดให้เรียนวิชาบังคับที่ครอบคลุมทุกด้านของการบริหารธุรกิจ ซึ่งทำให้หนูค้นพบว่าตัวเองสนใจอะไร หนูเลยเลือกเรียนด้าน Operations Management ซึ่งได้เรียนรู้ทั้งเรื่อง Supply Chain และการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ หนูยังได้ทำโปรเจกต์ให้คำปรึกษากับบริษัทต่างๆ ทั้งบริษัทที่ไม่แสวงหาผลกำไรและบริษัทที่แสวงหาผลกำไรด้วยค่ะ”

ในเรื่องของแนวโน้มทางธุรกิจในอนาคตที่น่าจับตามอง คุณไอโกะได้ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและภาคธุรกิจมากขึ้น

เทรนด์ของธุรกิจและในอนาคตอยากจะทำธุรกิจแบบไหน

“ในช่วงที่เทคโนโลยีและ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน หนูมองว่าเทรนด์ธุรกิจที่มาแรงอาจจะไม่ใช่การตั้งบริษัทใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำนวัตกรรมเหล่านี้มาต่อยอดและประยุกต์ใช้กับธุรกิจที่มีอยู่แล้ว อย่างเช่นการนำ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหาความเครียดของพนักงานในด้าน HR เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนในการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่หนูคิดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

แต่สำหรับความฝันส่วนตัว หลังจากที่ได้ช่วยงานคุณแม่แล้ว หนูกลับอยากจะเปิดคาเฟ่เป็นของตัวเองค่ะ เพราะเป็นคนรักกาแฟมากๆ และอยากมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การชงกาแฟไปจนถึงการบริการลูกค้า หนูเคยคุยกับเพื่อนสนิทว่าอยากทำคาเฟ่แบบฟิวชั่น ที่ผสมผสานความเป็นไทย-อินเดียเข้าด้วยกัน เนื่องจากเพื่อนสนิทโตที่อินเดีย และถ้าเพิ่มความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปด้วย ก็น่าจะสนุกและทำให้ชื่อร้านดูเก๋ไก๋น่าสนใจมากขึ้นค่ะ”

คุณไอโกะปิดท้ายการสนทนาด้วยการเล่าถึงเป้าหมายชีวิตในอีก 3-5 ปีข้างหน้าอย่างชัดเจน โดยเธอมีแผนที่จะหาประสบการณ์ทำงานก่อนที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ

ใน 3-5 ปีข้างหน้า อยากเห็นตัวเองใช้ชีวิตแบบไหน

“หนูอยากจะหาประสบการณ์ทำงานที่อื่นสัก 2-3 ปีก่อนค่ะ จากนั้นถ้ามีโอกาสและเห็นว่าการเรียนต่อปริญญาโทสามารถเสริมศักยภาพหรือเป็นประโยชน์ต่อเส้นทางอาชีพจริงๆ ก็อยากจะไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจ ตอนนี้หนูกำลังเล็งหลักสูตร MBA (Master of Business Administration) อยู่ แต่ก็ยังมีความคิดว่าถ้าได้เรียนบริหารธุรกิจมาแล้ว การไปเรียน MBA อีกครั้งจะมีความแตกต่างไหม ก็คงต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอีกทีค่ะ แต่ด้วยความที่หลักสูตร MBA มีความหลากหลายและเจาะลึกเฉพาะด้านมากขึ้น หนูจึงคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะหาโอกาสไปเรียนต่อค่ะ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...