“เงินเทอร์โบ” ชี้แบงก์เมินสินเชื่อรายย่อย ดันพอร์ตเงินกู้โตต่อ-รุกขายประกันเป้าหมื่นล้าน
“เงินเทอร์โบ” (TURBO) ชี้เศรษฐกิจซบ หนี้ครัวเรือนสูง ทำแบงก์ปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยยาก ดันพอร์ตเงินกู้บริษัทโตเฉลี่ยปีละ 30% พร้อมต่อยอดธุรกิจนายหน้าประกัน ตั้งเป้าเบี้ยทะยานแตะ 1 หมื่นล้านบาท ใน 10 ปี ขณะที่ IPO เพิ่มศักยภาพการขยายสาขาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ
นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) หรือ TURBO เปิดเผยว่า 8 ปีที่บริษัทอยู่ในธุรกิจให้บริการสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ หรือสามารถเข้าถึงแต่ได้รับบริการที่ไม่ครบถ้วน ซึ่งแนวโน้มนี้ดำเนินมา 1-2 ปีแล้ว ปัจจัยสำคัญมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ธนาคารพาณิชย์อนุมัติสินเชื่อลดลงมาก ส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมาผู้ต้องการสินเชื่อโดยเฉพาะในกลุ่มรากหญ้า กลุ่มอาชีพอิสระ วิ่งหาผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือ นอนแบงก์ มากขึ้น
ประกอบกับปัจจุบันประชากรไทยซึ่งมีอยู่ราว 67 ล้านคน โดย 11 ล้านคน อยู่ในระบบภาษี แต่มีเพียง 4 ล้านคนเท่านั้น ที่จ่ายภาษี ทำให้กลุ่มที่อยู่นอกระบบภาษีเข้าถึงสินเชื่อได้ค่อนข้างยาก หรือเข้าถึงไม่ได้ ทำให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมี 2 กลุ่มธุรกิจ โดยมีธุรกิจหลักคือ ธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน เพื่อมีวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ประกอบอาชีพ
โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย.2568 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อรวม 11,262.9 ล้านบาท โดยเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 30% ในช่วง 5 ปีย้อนหลัง ขณะที่อัตราหนี้เสีย ( NPL) ปัจจุบันอยู่ที่ 4.1% ซึ่งบริษัทมีทีมพัฒนาระบบเทคโนโลยีในการอนมัติสินเชื่อผ่านระบบปฏิบัติการเฉพาะของบนริษัทเอง รวมถึงกระบวนการติดตามทวงหนี้ และการบริหารจัดการความเสี่ยง จากทีมบริหารที่มีประสบการณ์จากธนาคารพาณิชย์
ทำให้มีประสิทธิภาพในการให้อนุมัติสินเชื่อรวดเร็ว โดยผ่านการให้บริการสาขาทั้งสิ้นในขณะนี้รวม 996 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ 54 จังหวัดทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 1,475 สาขา ภายในปี 2572 รวมถึงการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ
ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าที่มีความแตกต่างกัน เช่น การเพิ่มประเภทหลักประกันสำหรับสินเชื่อ จากปัจจุบันเป็นสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน สัดส่วน 70% สินเชื่อโฉนดที่ดิน 10% และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 20%
นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งปัจจุบันมีเบี้ยขายรวม 1,000 ล้านบาท โเยสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ให้บริษัทคิดเป็น 10% ของรายได้รวม ประกอบกับมองว่าธุรกิจนายหน้าประกันในขณะนี้ยังไม่พัฒนาเต็มที่ โดยดูได้จากยังไม่มีผู้นำตลาดที่ชัดเจน
ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ พร้อมวางเป้าหมายภายใน 5 ปี จะมีเบี้ยขายรวม 5,000 ล้านบาท และ 10 ปี จะแตะ 10,000 ล้านบาท เนื่องจากข้อดีของการขยายการเติบโตในธุรกิจนายหน้าประกัน คือ ไม่กินเงินลงทุน ทำให้แผนธุรกิจจากนี้จะเน้นขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ นอกเหนือจากฐานลูกค้าปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้าสินเชื่อของบริษัทเป็นหลัก
สำหรับรายได้รวมครึ่งปีแรก ณ 30 มิ.ย. 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,517.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% และมีกำไรสุทธิ 235.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 285.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin) อยู่ที่ 19.8% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 15.1%
ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 537 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.50 บาท (มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.5 บาท) คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้
โดยแบ่งเป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 447.78 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 16.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ และ การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดย บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด จำนวนไม่เกิน 89.22 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 3.3% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้
ด้านนายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า วัตถุประสงค์การเสนอขาย IPO ในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปใช้ขยายธุรกิจให้บริการทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ชำระคืนเงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ขณะเดียวกัน TURBO ได้มีข้อตกลงไม่ขายหุ้นที่ไม่ติด Selient period หรือ ช่วงเวลาห้ามขายหุ้น สำหรับผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร เป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่หุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง มีข้อตกลงกับ บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด ไม่ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่หลังขายหุ้น IPO ไปแล้ว เป็นเวลา 6 เดือน เช่นกัน
สำหรับหุ้น IPO ของ TURBO จะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อวันที่ 19 – 23 ก.ย.นี้ และคาดว่าจะสามารถนำหุ้น TURBO เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ มองว่าราคาเสนอขาย IPO ดังกล่าวมีความเหมาะสม สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตและพร้อมจะก้าวสู่ผู้ให้บริการทางการเงินแก่กลุ่มลูกค้ารายย่อยชั้นนำของประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เงินเทอร์โบ” ชี้แบงก์เมินสินเชื่อรายย่อย ดันพอร์ตเงินกู้โตต่อ-รุกขายประกันเป้าหมื่นล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th