โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เงินเทอร์โบ” ชี้แบงก์เมินสินเชื่อรายย่อย ดันพอร์ตเงินกู้โตต่อ-รุกขายประกันเป้าหมื่นล้าน

Khaosod

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 09.57 น.

“เงินเทอร์โบ” (TURBO) ชี้เศรษฐกิจซบ หนี้ครัวเรือนสูง ทำแบงก์ปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยยาก ดันพอร์ตเงินกู้บริษัทโตเฉลี่ยปีละ 30% พร้อมต่อยอดธุรกิจนายหน้าประกัน ตั้งเป้าเบี้ยทะยานแตะ 1 หมื่นล้านบาท ใน 10 ปี ขณะที่ IPO เพิ่มศักยภาพการขยายสาขาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ

นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) หรือ TURBO เปิดเผยว่า 8 ปีที่บริษัทอยู่ในธุรกิจให้บริการสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ หรือสามารถเข้าถึงแต่ได้รับบริการที่ไม่ครบถ้วน ซึ่งแนวโน้มนี้ดำเนินมา 1-2 ปีแล้ว ปัจจัยสำคัญมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ธนาคารพาณิชย์อนุมัติสินเชื่อลดลงมาก ส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมาผู้ต้องการสินเชื่อโดยเฉพาะในกลุ่มรากหญ้า กลุ่มอาชีพอิสระ วิ่งหาผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือ นอนแบงก์ มากขึ้น

ประกอบกับปัจจุบันประชากรไทยซึ่งมีอยู่ราว 67 ล้านคน โดย 11 ล้านคน อยู่ในระบบภาษี แต่มีเพียง 4 ล้านคนเท่านั้น ที่จ่ายภาษี ทำให้กลุ่มที่อยู่นอกระบบภาษีเข้าถึงสินเชื่อได้ค่อนข้างยาก หรือเข้าถึงไม่ได้ ทำให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมี 2 กลุ่มธุรกิจ โดยมีธุรกิจหลักคือ ธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน เพื่อมีวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ประกอบอาชีพ

โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย.2568 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อรวม 11,262.9 ล้านบาท โดยเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 30% ในช่วง 5 ปีย้อนหลัง ขณะที่อัตราหนี้เสีย ( NPL) ปัจจุบันอยู่ที่ 4.1% ซึ่งบริษัทมีทีมพัฒนาระบบเทคโนโลยีในการอนมัติสินเชื่อผ่านระบบปฏิบัติการเฉพาะของบนริษัทเอง รวมถึงกระบวนการติดตามทวงหนี้ และการบริหารจัดการความเสี่ยง จากทีมบริหารที่มีประสบการณ์จากธนาคารพาณิชย์

ทำให้มีประสิทธิภาพในการให้อนุมัติสินเชื่อรวดเร็ว โดยผ่านการให้บริการสาขาทั้งสิ้นในขณะนี้รวม 996 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ 54 จังหวัดทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 1,475 สาขา ภายในปี 2572 รวมถึงการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ

ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าที่มีความแตกต่างกัน เช่น การเพิ่มประเภทหลักประกันสำหรับสินเชื่อ จากปัจจุบันเป็นสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน สัดส่วน 70% สินเชื่อโฉนดที่ดิน 10% และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 20%

นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งปัจจุบันมีเบี้ยขายรวม 1,000 ล้านบาท โเยสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ให้บริษัทคิดเป็น 10% ของรายได้รวม ประกอบกับมองว่าธุรกิจนายหน้าประกันในขณะนี้ยังไม่พัฒนาเต็มที่ โดยดูได้จากยังไม่มีผู้นำตลาดที่ชัดเจน

ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ พร้อมวางเป้าหมายภายใน 5 ปี จะมีเบี้ยขายรวม 5,000 ล้านบาท และ 10 ปี จะแตะ 10,000 ล้านบาท เนื่องจากข้อดีของการขยายการเติบโตในธุรกิจนายหน้าประกัน คือ ไม่กินเงินลงทุน ทำให้แผนธุรกิจจากนี้จะเน้นขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ นอกเหนือจากฐานลูกค้าปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้าสินเชื่อของบริษัทเป็นหลัก

สำหรับรายได้รวมครึ่งปีแรก ณ 30 มิ.ย. 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,517.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% และมีกำไรสุทธิ 235.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 285.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin) อยู่ที่ 19.8% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 15.1%

ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 537 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.50 บาท (มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.5 บาท) คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

โดยแบ่งเป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 447.78 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 16.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ และ การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดย บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด จำนวนไม่เกิน 89.22 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 3.3% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

ด้านนายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า วัตถุประสงค์การเสนอขาย IPO ในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปใช้ขยายธุรกิจให้บริการทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ชำระคืนเงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

ขณะเดียวกัน TURBO ได้มีข้อตกลงไม่ขายหุ้นที่ไม่ติด Selient period หรือ ช่วงเวลาห้ามขายหุ้น สำหรับผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร เป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่หุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง มีข้อตกลงกับ บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด ไม่ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่หลังขายหุ้น IPO ไปแล้ว เป็นเวลา 6 เดือน เช่นกัน

สำหรับหุ้น IPO ของ TURBO จะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อวันที่ 19 – 23 ก.ย.นี้ และคาดว่าจะสามารถนำหุ้น TURBO เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ มองว่าราคาเสนอขาย IPO ดังกล่าวมีความเหมาะสม สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตและพร้อมจะก้าวสู่ผู้ให้บริการทางการเงินแก่กลุ่มลูกค้ารายย่อยชั้นนำของประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เงินเทอร์โบ” ชี้แบงก์เมินสินเชื่อรายย่อย ดันพอร์ตเงินกู้โตต่อ-รุกขายประกันเป้าหมื่นล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...