กยศ.ตั้งงบปี’69 กว่า 4 หมื่นล้าน ปล่อยกู้นักศึกษาใหม่ 6.3 แสนราย
ดร. นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
กยศ.โชว์ผลงานปี’68 ปล่อยกู้นักศึกษา 5.8 แสนราย วงเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท ปี’69 เตรียมงบ 4 หมื่นล้าน ปล่อยกู้นักศึกษาอีก 6.3 แสนราย แจงความคืบหน้าโครงการแก้หนี้เสีย ล่าสุดมีลูกหนี้ลงทะเบียนคำนวณหนี้ใหม่แล้วกว่า 2 ล้านราย – ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ 7.2 แสนราย
ดร. นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวถึงผลการดำเนินงานของ กยศ.ในปีการศึกษา 2568 ว่า ในปีการศึกษา 2568 กยศ. ได้ดำเนินการปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 584,677 ราย คิดเป็นวงเงินให้กู้ยืมกว่า 37,163 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 17 กันยายน 2568) โดยมุ่งเน้นการให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และผู้ที่ศึกษาในหลักสูตร หรือ สาขาวิชาที่ขาดแคลน และเป็นความต้องการหลักของประเทศ ซึ่งเป็นการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว โดย กยศ. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 และงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล จำนวน 19,000 ล้านบาท ควบคู่กับเงินทุนหมุนเวียนที่ได้รับชำระคืนจากผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ เพื่อให้การกระจายโอกาสทางการศึกษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนในปีการศึกษา 2569 กยศ.ได้จัดเตรียมแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในการปล่อยกู้ทั้งนักศึกษาเก่า และนักศึกษาใหม่ประมาณ 630,270 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณ 40,811 ล้านบาท ในจำนวนนี้มาจากเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงิน 22,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินของ กยศ.เอง คาดว่า กยศ.จะต้องขอตั้งงบประมาณมาใช้ในการปล่อยกู้ไปอีก 4-5 ปี
ดร. นันทวัน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการปรับปรุง หรือ คำนวณยอดหนี้ใหม่ให้เป็นปัจจุบัน ตาม พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 หรือ “Recalculation” โดยลูกหนี้ของ กยศ.ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับการปรับลดเบี้ยปรับ หรือเพียง 0.5% ต่อปี โดยเฉพาะลูกหนี้ที่กำลังจะถูกบังคับคดีต้องเสียเบี้ยปรับ 18% ต่อปี หากเข้าร่วมโครงการนี้ กยศ.จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น ลดเบี้ยปรับให้เหลือ 0.5% ต่อปี นอกจากนี้ยังได้รับการเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้ใหม่ โดยเงินที่ผ่อนชำระหนี้จะถูกนำไปชำระเงินต้นที่ครบกำหนดก่อน จากนั้นนำไปชำระดอกเบี้ย 1% และเบี้ยปรับ 0.5% ตามลำดับ ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระหนี้ไปได้ 20-30% ล่าสุดมีลูกหนี้สมัครเข้าร่วมโครงการนี้ผ่านเว็บไซต์ กยศ.แล้วกว่า 2 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 50% ของกลุ่มลูกหนี้ที่จะต้องคำนวณยอดหนี้ใหม่ 4 ล้านคน คาดว่าส่วนที่เหลือทั้งหมดจะเข้าร่วมโครงการนี้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
นอกจากนี้ กยศ.ยังส่งเสริมโอกาสการมีงานทำให้แก่ประชาชนทั่วไปอายุ 18 – 60 ปี ด้วยหลักสูตรอาชีพ หรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) โดย กยศ.ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วมีหลักสูตรหลายหลักสูตร เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ พาณิชยนาวี นวดแผนโบราณ สารพัดช่าง เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตรระยะสั้นไม่เกิน 2 ปี วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท
สำหรับการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้กู้ยืมเงินที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ผู้กู้ยืมเงินสามารถเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ กยศ. ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีผู้กู้ยืมเงิน ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ทั้งในรูปแบบกระดาษ และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์กับ กยศ. แล้วกว่า 720,783 ราย ทั้งนี้ เมื่อผู้กู้ยืมเงินทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กยศ. จะปลดภาระผู้ค้ำประกันทันที และผู้กู้ยืมเงินสามารถผ่อนชำระเงินคืน กยศ. เป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน โดยขยายเวลาผ่อนชำระได้นานถึง 15 ปี และในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเมื่อชำระหนี้งวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว กยศ. จะให้ส่วนลดเบี้ยปรับเดิมที่ตั้งพักไว้ทั้งหมด 100%
ปัจจุบัน กยศ. ได้ให้โอกาสแก่นักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศไปแล้วทั้งสิ้น 7,158,155 ราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 820,786 ล้านบาท ประกอบด้วย ผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการศึกษา/ปลอดหนี้ 1,344,732 ราย ผู้กู้ยืมเงินที่ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว 2,052,811 ราย ผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3,685,357 รายบัญชี และผู้กู้ยืมเงินเสียชีวิต/ทุพพลภาพ 75,255 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2568) ทั้งนี้ กยศ. ยังคงยืนยันเดินหน้าสนับสนุนการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ควบคู่กับการยกระดับการบริหารจัดการ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้กู้ยืมและสังคมส่วนรวมเป็นสำคัญ