โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กยศ.ตั้งงบปี’69 กว่า 4 หมื่นล้าน ปล่อยกู้นักศึกษาใหม่ 6.3 แสนราย

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 19 ก.ย 2568 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 19.23 น.

ดร. นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

กยศ.โชว์ผลงานปี’68 ปล่อยกู้นักศึกษา 5.8 แสนราย วงเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท ปี’69 เตรียมงบ 4 หมื่นล้าน ปล่อยกู้นักศึกษาอีก 6.3 แสนราย แจงความคืบหน้าโครงการแก้หนี้เสีย ล่าสุดมีลูกหนี้ลงทะเบียนคำนวณหนี้ใหม่แล้วกว่า 2 ล้านราย – ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ 7.2 แสนราย

ดร. นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวถึงผลการดำเนินงานของ กยศ.ในปีการศึกษา 2568 ว่า ในปีการศึกษา 2568 กยศ. ได้ดำเนินการปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 584,677 ราย คิดเป็นวงเงินให้กู้ยืมกว่า 37,163 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 17 กันยายน 2568) โดยมุ่งเน้นการให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และผู้ที่ศึกษาในหลักสูตร หรือ สาขาวิชาที่ขาดแคลน และเป็นความต้องการหลักของประเทศ ซึ่งเป็นการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว โดย กยศ. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 และงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล จำนวน 19,000 ล้านบาท ควบคู่กับเงินทุนหมุนเวียนที่ได้รับชำระคืนจากผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ เพื่อให้การกระจายโอกาสทางการศึกษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนในปีการศึกษา 2569 กยศ.ได้จัดเตรียมแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในการปล่อยกู้ทั้งนักศึกษาเก่า และนักศึกษาใหม่ประมาณ 630,270 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณ 40,811 ล้านบาท ในจำนวนนี้มาจากเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงิน 22,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินของ กยศ.เอง คาดว่า กยศ.จะต้องขอตั้งงบประมาณมาใช้ในการปล่อยกู้ไปอีก 4-5 ปี

ดร. นันทวัน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการปรับปรุง หรือ คำนวณยอดหนี้ใหม่ให้เป็นปัจจุบัน ตาม พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 หรือ “Recalculation” โดยลูกหนี้ของ กยศ.ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับการปรับลดเบี้ยปรับ หรือเพียง 0.5% ต่อปี โดยเฉพาะลูกหนี้ที่กำลังจะถูกบังคับคดีต้องเสียเบี้ยปรับ 18% ต่อปี หากเข้าร่วมโครงการนี้ กยศ.จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น ลดเบี้ยปรับให้เหลือ 0.5% ต่อปี นอกจากนี้ยังได้รับการเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้ใหม่ โดยเงินที่ผ่อนชำระหนี้จะถูกนำไปชำระเงินต้นที่ครบกำหนดก่อน จากนั้นนำไปชำระดอกเบี้ย 1% และเบี้ยปรับ 0.5% ตามลำดับ ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระหนี้ไปได้ 20-30% ล่าสุดมีลูกหนี้สมัครเข้าร่วมโครงการนี้ผ่านเว็บไซต์ กยศ.แล้วกว่า 2 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 50% ของกลุ่มลูกหนี้ที่จะต้องคำนวณยอดหนี้ใหม่ 4 ล้านคน คาดว่าส่วนที่เหลือทั้งหมดจะเข้าร่วมโครงการนี้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

นอกจากนี้ กยศ.ยังส่งเสริมโอกาสการมีงานทำให้แก่ประชาชนทั่วไปอายุ 18 – 60 ปี ด้วยหลักสูตรอาชีพ หรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) โดย กยศ.ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วมีหลักสูตรหลายหลักสูตร เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ พาณิชยนาวี นวดแผนโบราณ สารพัดช่าง เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตรระยะสั้นไม่เกิน 2 ปี วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท

สำหรับการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้กู้ยืมเงินที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ผู้กู้ยืมเงินสามารถเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ กยศ. ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีผู้กู้ยืมเงิน ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ทั้งในรูปแบบกระดาษ และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์กับ กยศ. แล้วกว่า 720,783 ราย ทั้งนี้ เมื่อผู้กู้ยืมเงินทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กยศ. จะปลดภาระผู้ค้ำประกันทันที และผู้กู้ยืมเงินสามารถผ่อนชำระเงินคืน กยศ. เป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน โดยขยายเวลาผ่อนชำระได้นานถึง 15 ปี และในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเมื่อชำระหนี้งวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว กยศ. จะให้ส่วนลดเบี้ยปรับเดิมที่ตั้งพักไว้ทั้งหมด 100%

ปัจจุบัน กยศ. ได้ให้โอกาสแก่นักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศไปแล้วทั้งสิ้น 7,158,155 ราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 820,786 ล้านบาท ประกอบด้วย ผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการศึกษา/ปลอดหนี้ 1,344,732 ราย ผู้กู้ยืมเงินที่ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว 2,052,811 ราย ผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3,685,357 รายบัญชี และผู้กู้ยืมเงินเสียชีวิต/ทุพพลภาพ 75,255 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2568) ทั้งนี้ กยศ. ยังคงยืนยันเดินหน้าสนับสนุนการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ควบคู่กับการยกระดับการบริหารจัดการ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้กู้ยืมและสังคมส่วนรวมเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...