โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกลดพ่นพิษ โรงงานเลิกจ้าง พนง. แคล-คอมพ์นำร่องปลด 1,450 คน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2568 เวลา 00.01 น.

พิษภาษีทรัมป์ออกฤทธิ์ ส่งออกไทยปลายปีชะลอหนัก แคล-คอมพ์ฯปลดแรงงานต่างด้าว 1,450 คน แจงรับมือเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลง “ระยอง-ฉะเชิงเทรา” ออกอาการเดียวกัน ชี้ได้รับผลกระทบจากส่งออกลด ต้องเปิดเออร์ลี่ คาดต้นปี’69 อาจถึงขั้นปิดกิจการเพื่อตัดขาดทุน เผยธุรกิจปิโตรฯโดนจีนแย่งตลาด วอนรัฐบาลหนุน EEC หวังดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติช่วยฟื้นเศรษฐกิจ

จากกรณีที่บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับแบรนด์สำคัญทั่วโลก เช่น Western Digital, Seagate, Advance Digital Broadcast, Technicolor, Pace, Hewlett Packard, Panasonic ผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์กล่องรับสัญญาณ และหูฟัง ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี ได้มีการเลิกจ้างพนักงานชาวต่างชาติจำนวน 1,450 คน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568

แคล-คอมพ์ฯ แจ้งว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับความผันผวนของอุปสงค์ บริษัทจึงจำเป็นต้องทบทวนกำลังคน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ซึ่งสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ด้วยเหตุผลข้างต้น บริษัทมีแรงงานเกินความจำเป็นในบางสายการผลิต จึงจำเป็นต้องปรับลดพนักงานจำนวน 1,450 คน จากที่มีพนักงานทั้งหมด 29,256 คน หลังจากดำเนินการครั้งนี้ บริษัทจะคงเหลือพนักงาน 27,806 คน ทั้งนี้ เพื่อรักษาสถานะการจ้างงานที่เหลืออยู่ให้มั่นคงต่อไป โดยบริษัทจะดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ถูกต้องตามกฎหมาย และคำนึงถึงประโยชน์ของทุกภาคส่วน รวมถึงชื่อเสียงของบริษัทในระดับโลก

บริษัทยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวได้ปฏิบัติตามสัญญาจ้าง กฎหมายคุ้มครองแรงงาน และข้อบังคับการทำงาน อีกทั้งยังได้หารือร่วมกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการจัดหางาน และสำนักงานประกันสังคมในการดำเนินการครั้งนี้ และได้ชี้แจงกระบวนการเลิกจ้าง พร้อมจ่ายค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดให้แก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งยังได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลา เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ กระบวนการเลิกจ้างได้ดำเนินการตามสิทธิที่มีอยู่ในสัญญาจ้างแรงงาน โดยบริษัทได้จ่ายค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่พนักงานมีอยู่ แก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ยังได้จ่ายเพิ่มเติมอีก 3 ประการคือ 1.ค่าเช่าบ้านจำนวน 1,000 บาท 2.ค่าเดินทาง 300 บาท 3.ชดเชยค่าแรงให้อีกคนละ 1 เดือน

โรงงานระยองส่อแววธุรกิจแย่

นายทินกร ลาวัณย์เสถียร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.สตาร์ มันนี่ ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยถึง 93 สาขา ในฐานะประธานหอการค้าจังหวัดระยอง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าขณะนี้มีบางธุรกิจได้รับผลกระทบหนักจากภาวะการส่งออกที่ลดลง โดยบางบริษัทมีการปรับลดพนักงานลง ด้วยการเปิดโครงการสมัครใจลาออก และคาดว่าช่วงต้นปี 2569 จะมีบางบริษัทอาจถึงขั้นปิดตัวลง บางบริษัทได้ประกาศขายกิจการ และบางบริษัทจะปิดกิจการบางส่วนที่ขาดทุน เพื่อประหยัดต้นทุน

ที่เห็นชัดในจังหวัดระยอง ในนิคมมาบตาพุด คือธุรกิจปิโตรเคมี แนวโน้มยังไม่มีสัญญาณบวก เกิดจากดีมานด์ซัพพลายไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากประเทศจีนที่เคยเป็นผู้บริโภคหลักได้เปลี่ยนสถานะจากผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก และมีการส่งออกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ด้านความต้องการในประเทศลดต่ำลง

จากสถานการณ์ปัญหาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การใช้วัตถุดิบลดต่ำลงอย่างมีนัยยะ ราคาตกต่ำเป็นประวัติการณ์ บวกกับนโยบายการเก็บภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐอเมริกา สร้างผลกระทบที่ต่อเนื่องให้การส่งออกจีนสะดุด ประเทศไทยจึงสะดุดตาม อุตสาหกรรมปิโตรเคมีหลายบริษัทกำไรลดลงค่อนข้างมากถึงขั้นขาดทุน

เศรษฐกิจโลกชะลอฉุดส่งออกทรุด

“เศรษฐกิจทั่วโลกซบเซายังไม่ฟื้นตัว เห็นได้จากราคาทองที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากหลายประเทศมีปัญหาเรื่องการบริโภค เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ตอนนี้คนหันมาตุนทองคำกัน เพราะไม่เชื่อมั่นสภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสหรัฐประกาศปรับภาษีนำเข้าไทยเป็น 19% ทำให้คนอเมริกันใช้ของแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ต้องประหยัดมากขึ้น เงินในกระเป๋าเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลง

เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจอเมริกาค่อนข้างชะลอตัว ยิ่งรัฐบาลสหรัฐเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ หลังจากสมาชิกวุฒิสภาไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายจัดสรรเงินทุน ก็มีผลกระทบทั่วโลกพอสมควร ขณะที่ประเทศจีนเศรษฐกิจก็ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อการส่งออก”

นายทินกรกล่าวต่อไปว่า ในระยองมีธุรกิจหลากหลาย ไม่ใช่ธุรกิจทุกตัวจะได้รับผลกระทบ บางตัวยังไปต่อได้ และมีหลายกิจการที่ต่างชาติเข้ามาลงทุน เนื่องจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ส่งเสริมเรื่องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV), อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่ก็ดีขึ้น

จี้รัฐบาลหนุน EEC ดูดเงิน ตปท.

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นคงต้องให้รัฐบาลชุดใหม่ออกมาตรการมาช่วย สิ่งที่เห็นด้วยกับรัฐบาล คือการนำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง และใกล้ปีใหม่ควรจะมีมาตรการช็อปดีมีคืน โดยให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ อันนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่โดนดึงออกไปจะได้กลับเข้ามาสู่ในระบบอีกครั้ง ทำให้มีเม็ดเงินในระบบเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน อยากเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการ ได้แก่ 1.มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ช่วยเหลือกลุ่ม SMEs ที่มีปัญหา และมาตรการลดดอกเบี้ย และปล่อยสินเชื่อเข้ามาในระบบเพิ่มขึ้น เพื่อลดภาระและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้ดียิ่งขึ้น 2.ลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อรองรับการเจริญเติบโตในอนาคตของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เพราะตอนนี้ยังมีความล่าช้าอยู่มาก เกือบ 6 ปีแล้วที่ยังไม่เห็นโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ ๆ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

3.แก้ไขเรื่องการทำการค้าออนไลน์ โดยผู้ประกอบการ SMEs ต้องเสียค่า GP ให้กับแพลตฟอร์มต่างชาติเพิ่มขึ้น ทำให้มีกำไรน้อยลงจนแทบไม่เหลือกำไร แถมเงินยังออกนอกประเทศไปมหาศาล โดยที่รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

การแก้ไขคือ อยากให้รัฐบาลทำแพลตฟอร์มแห่งชาติ เพื่อทำให้ SMEs และวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกในการขายสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยไม่โดนชาร์จ GP ที่สูงเกินไป รัฐบาลอาจจะขาดทุนเรื่องการทำโปรโมชั่นต่าง ๆ แต่จะได้รายได้มหาศาลจากการจัดเก็บภาษีที่ถูกต้องและถูกกฎหมายในประเทศ นั่นคืออาจจะขาดทุนการทำแพลตฟอร์มและการทำโปรโมชั่นระดับพันล้าน แต่จะเก็บภาษีได้เป็นระดับแสนล้านบาท

4.ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว โดยการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านความปลอดภัย 5.ส่งเสริมด้านการเกษตร โดยเน้นผลิตผลมูลค่าสูง เช่น ทุเรียน โดยต้องเริ่มนำเทคโนโลยีมาถ่ายทอดให้เกษตรกร ในการทำการเกษตรให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่สูงขึ้น

ฉะเชิงเทราแอบใช้แรงงานเถื่อน

นายสุกัณฑ์ โสรัจจกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่าสถานการณ์ภาพรวมภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดไม่ค่อยสู้ดีนัก แม้ในครึ่งปีนี้ยังไม่มีการแจ้งยุบกิจการโรงงาน-การปลดแรงงาน เนื่องจากได้มีการปลดไปแล้วตั้งแต่ปี 2567 หลายพันคน รวมถึงแรงงานกัมพูชาที่กลับประเทศกว่า 70-80% หรือราว 3,000 คน ถือเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนเพิ่ม เพราะไม่มีการจ้างแรงงานมาทดแทน แต่ก็มีบางโรงงานจ้างแรงงานต่างด้าวเถื่อน เพื่อลดต้นทุนจ่ายค่าแรงเพียง 300 กว่าบาท/วัน แทนที่จะต้องจ่าย 400 บาทตามกฎหมาย

“ความเสียหายของการนำแรงงานต่างด้าว คือไม่มีทักษะความสามารถ ความจริงผู้ประกอบการก็ไม่อยากจ้าง แต่ก็ต้องทำไปเพื่อประคองธุรกิจ เพราะคณะรัฐมนตรียังไม่มีมติให้เปิดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่ในปี 2568 อย่างเป็นทางการ ซึ่งกังวลว่าจะทำระบบเสียหายหมด”

“กลุ่มยานยนต์-รีไซเคิล” น่าห่วง

นายสุกัณฑ์กล่าวต่อไปว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีต่างชาติเข้ามาลงทุนจำนวนมาก ได้แก่ 1) กลุ่มโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ ทุกอย่างที่ผลิตส่งออกจดลิขสิทธิ์ Made in Thailand บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่มาจากจีน ไม่ใช้วัตถุดิบส่วนประกอบที่เป็นสินค้าไทย กลายเป็นคู่แข่ง ไม่ใช่คู่ค้า ควรส่งเสริมให้มีการร่วมลงทุน โดยร่วมกันส่งเสริมการตลาด นวัตกรรม และเทคโนโลยี มากกว่าการใช้พื้นที่

2) กลุ่มโรงงานรีไซเคิล กำจัดขยะ ที่มีการเพ่งเล็งตรวจสอบ เนื่องจากการขนถ่ายขยะไปกำจัดจะต้องรอนำเข้าระบบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัด ถ้ากรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่อนุญาตก็ไม่สามารถขนถ่ายขยะได้ ทำให้ขยะล้นโรงงาน เกิดปัญหาการลักลอบทิ้งนอกระบบ สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาที่ภาครัฐเข้ามาตรวจสอบ

ภาษีทรัมป์พ่นพิษ รง.ส่งออกที่ปทุมฯ

นายสมควร จันทร์แดง ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าอุตสาหกรรมในจังหวัดกำลังเผชิญปัญหาส่งออกลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะจากผลกระทบการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ โดยมีอุตสาหกรรมในจังหวัดปทุมธานีที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ กลุ่มที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา

เช่น กลุ่มอาหารกระป๋อง, การผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ขณะที่เศรษฐกิจจังหวัดปทุมธานีในเดือนมิถุนายน 2568 มีหลายด้านที่ชะลอตัว เช่น การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัว จากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม,

ด้านการผลิต มีสัญญาณหดตัวลง จากการผลิตภาคบริการ -1.1% จากยอดขายที่ผู้ประกอบการแจ้งเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า และยอดขายที่ผู้ประกอบการแจ้งเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สาขาอสังหาริมทรัพย์ ลดลง -7.1% ถึง -5.6% ตามลำดับ เพราะการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลง การขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลง รวมถึงผู้บริโภคระมัดระวังการลงทุนสินทรัพย์ระยะยาว ส่งผลให้กระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โดยภาคอุตสาหกรรม ผลผลิตอุตสาหกรรมโดยรวมลดลงเล็กน้อย ประมาณ -0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 พบว่าสถานประกอบกิจการในจังหวัดมีการเลิกกิจการกว่า 73 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 246 คน โดยประเภทกิจการที่เลิกจ้างสูงสุด ได้แก่ 1) ร้านสินค้าเบ็ดเตล็ดและการค้าอื่น ๆ 26 แห่ง 2) กิจการก่อสร้าง 13 แห่ง และกิจการอื่น ๆ 12 แห่ง ส่งผลให้การจ้างงานหดตัวกว่า -1.5% หลังจากเดือนก่อนขยายตัว 2% ซึ่งการจ้างงานใหม่ยังมีเฉพาะส่วนที่ขาดแคลนเท่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่งออกลดพ่นพิษ โรงงานเลิกจ้าง พนง. แคล-คอมพ์นำร่องปลด 1,450 คน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...