เขากระโดง-ฮั้ว สว.-ปมคุณสมบัติ รัฐบาลอนุทิน ฝ่ากับดักมาตรฐานจริยธรรม
คอลัมน์ : Politics policy people forum
รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย มีอำนาจเต็มแค่ 120 วัน
เมื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ขีดเส้นให้คนการเมืองทุกกลุ่ม ทุกขั้ว รู้ว่าจะยุบสภา 31 มกราคม 2569
แม้เป็น “รัฐบาลเฉพาะกิจ” แต่เส้นทาง 120 วัน อาจต้องเจอมรสุมที่มาจากมรสุมภายใน ทั้งฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้นรอถล่ม ใช้ “กับดัก” ในรัฐธรรมนูญ 2560 ย้อนศรเล่นงาน โดยเฉพาะข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน-ไม่ปฏิบัติตาม “มาตรฐานทางจริยธรรม” ที่เคยทำให้นายกฯ หลุดตำแหน่งมาแล้ว 2 คน
ฮั้ว สว.-เขากระโดง
พรรคภูมิใจไทย เผชิญหลายข้อกล่าวหากระทั่งเข้าสู่อำนาจเป็นรัฐบาล มีคดีที่เป็นชนักติดหลังของฝั่งรัฐบาล คือ ปมฮั้วเลือก สว. ที่ตั้งลูกในยุครัฐบาลเพื่อไทย แยกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งแรกในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นหน่วยสืบคดีร่วมกับคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลร่วมขบวนการ 229 คน
มีคนสำคัญในพรรคภูมิใจไทย ที่มีตำแหน่งในรัฐบาลปัจจุบันถูกแจ้งข้อกล่าวหา อาทิ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ
ขณะที่ สส. อาทิ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และมีบุคคลวีไอพีของพรรคภูมิใจไทย คือ “เนวิน ชิดชอบ”
ในความคืบหน้าของคดี “อิทธิพร บุญประคอง” ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า สำนวนคดีฮั้ว สว. ขณะนี้อยู่ในชั้นของอนุฯวินิจฉัย หรือในชั้นที่ 3 โดยมีกรอบเวลาที่จะสรุปทำความเห็น 90 วัน กรอบเวลาที่จะต้องศึกษาเอกสารหลักฐานพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะคดีเรื่องฮั้ว สว.ที่มีผู้ถูกร้องนับ 100 คน
“สำนวนนี้เป็นที่ทราบกันอยู่ว่า มีผู้ถูกกล่าวหาค่อนข้างเยอะเป็น 100 และมีสำนวนคดีหลายพันหน้า ถ้าเราจะให้ความยุติธรรมกับใคร เราต้องมีเวลาศึกษาเอกสารพยานหลักฐาน การให้ถ้อยคำของบุคคลให้ละเอียดรอบคอบ ให้เข้าใจได้ก่อนที่จะตัดสิน ไม่ใช่เร่งตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกก็จะไม่เป็นธรรมกับใครทั้งสิ้น”
อีกฝั่งหนึ่ง ขาคดีอาญามี ดีเอสไอ ทำการสืบคดี อั้งยี่ โดยตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 แกะรอยการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งเป็นความคืบหน้าของการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 มีการแกะรอยจากตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ 45 จังหวัด พบร่องรอยทางการเงินพบว่ามีความเชื่อมโยงกัน 1,200 คน มีการออกหมายเรียกพยานมาสอบปากคำในหลายจังหวัดภาคอีสาน อาทิ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ
แต่สำนวนยังสอบไม่แล้วเสร็จ เกิดการ “พลิกขั้วอำนาจ” พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชื่อ “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เข้ามานั่งกำกับคดี
อีกคดีคือ มหากาพย์ คดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างกรมที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คาราคาซังข้ามรัฐบาล ซึ่งโยงกับตระกูลชิดชอบ อันเป็นที่ตั้งทั้งสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ รวมถึงบ้านพัก พบว่าอาจมีปัญหาในการบุกรุกที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และยังมีอีกปมที่ลามมาเขย่ารัฐบาลภูมิใจไทย คือปมตั้งบุคคลที่มีแผลในอดีตมาเป็นรัฐมนตรี
ร้องเรียนรัฐบาลหนู
นำมาสู่การที่ฝ่ายตรงขั้ามใช้กับดักรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง “ย้อนศร” สั่นคลอนรัฐบาล 120 วัน หากนับเฉพาะช่วงที่พรรคภูมิใจไทย ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลมีผู้ยื่นร้อง ต่อองค์กรอิสระ
วันที่ 8 กันยายน กลุ่มประชาชนต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน 4 ภาค โดย “ฉัตรวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล” ยื่นหนังสือต่อวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านกลุ่มงานประสานการเมือง สภาผู้แทนราษฎร ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจคุณสมบัติความเป็นนายกฯ ของ “อนุทิน” คณะรัฐมนตรี และผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยคำร้องโยงถึงการปล่อยปละละเลยให้มีกรณีเขากระโดง-ฮั้ว สว. ถูกหมายเรียกจาก กกต.ให้ชี้แจงข้อกล่าวหา
วันที่ 1 ตุลาคม “ภัทรพงศ์ ศุภักษร” ร้องเรียนขอให้ สส.เพื่อไทย ร่วมเข้าชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสมาชิกภาพของ นายอนุทิน สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีผิดมาตรฐานจริยธรรม ผู้ร้องเรียนระบุว่าการแต่งตั้งรัฐมนตรีหลายคนของนายอนุทิน เป็นที่คลางแคลงสงสัยว่าอาจมีคุณสมบัติที่ขัด หรือฝ่าฝืนต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจไม่มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์
ทั้งกรณีที่ “อนุทิน” ย้ายทะเบียนบ้าน ไปอยู่ที่ดินพิพาทในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณแยกเขากระโดง ถูกกล่าวหามีส่วนร่วมในกระบวนได้มาซึ่ง สว. โดยมิชอบ คดีดังกล่าว นายอนุทิน ถูกคณะอนุกรรมการของ กกต. แจ้งข้อกล่าวหา
อาจใช้อำนาจหน้าที่ส่วนตน ในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้ถนนที่ อบต. อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นถนนหลวง เป็นรันเวย์ส่วนตัว แต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น่าจะมีคุณสมบัติต้องห้าม รวมทั้งมาตรฐานทางจริยธรรม
“ถือเป็นพฤติกรรมที่น่าเคลือบแคลงสงสัยอย่างยิ่งว่า นายอนุทิน เหมาะสม บกพร่อง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ จึงขอให้ สส. พรรคเพื่อไทย ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ด้วยการรวมเสียง สส. ไม่น้อยกว่า 50 คน เสนอต่อประธานสภา เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความในประเด็นดังกล่าว”
ซึ่ง “นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า จะเตรียมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย 7 ตุลาคม
ขณะที่ “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงช่วง 4 เดือนต่อจากนี้ รัฐบาลจะเด้งเชือกพ้นมรสุม-ข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร เพราะมีนายกรัฐมนตรีถึง 2 คน ที่สังเวยข้อหามาตรฐานจริยธรรม ต้องพ้นจากตำแหน่งว่า “เขากระโดง ท่านนายกฯก็บอกให้ฟ้องรายแปลงเลย แปลงไหนถูกต้องก็ต้องคืนความเป็นธรรม”
“ขณะที่คดีฮั้ว สว. กกต.กับอธิบดีดีเอสไอเดินหน้าไป ในฐานะที่ผมโดน กกต.เรียกมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยเหมือนกัน ผมถูกเรียกในฐานะคณะกรรมการบริหารพรรค ทั้งที่ไม่ได้ไปทำอะไรผิดเลย และสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องกรรมการบริหารพรรคสั่งให้ทำ”
“ส่วนเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีมีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดแล้ว และส่งไปตรวจสอบหน่วยงานอื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่น ศาลจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ทำอย่างนี้ การตั้ง ครม.จึงช้า หลายคนที่มีชื่อเป็นรัฐมนตรี แต่สุดท้ายแล้วคุณสมบัติไม่ผ่านก็มี”
สิริพงศ์มั่นใจว่า รัฐบาลมีเวลาแค่ 4 เดือน เชื่อว่าคดีต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีผลกระทบ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เขากระโดง-ฮั้ว สว.-ปมคุณสมบัติ รัฐบาลอนุทิน ฝ่ากับดักมาตรฐานจริยธรรม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net