โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ย้อนรอย 2 เหตุสลด นักบินฆ่าตัวตาย นำเครื่องพร้อมผู้โดยสารโหม่งโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ค. 2565 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2565 เวลา 08.55 น.
Photo by INA FASSBENDER / AFP

ข่าวรั่ว ถ้าไม่มั่วจะเรื่องใหญ่มาก ย้อนรอย 2 เหตุสลด นักบินจงใจนำเครื่องตก หลังข้อมูลกล่องดำชี้ 737 ไชน่าอีสเทิร์นถูกบังคับทิ้งดิ่ง

วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 กลายเป็นข่าวรั่วที่หากได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจะถือเป็น “เรื่องใหญ่” ที่สะเทือนแวดวงการบินของโลก และของจีน จากกรณีที่เว็บไซต์เดอะวอลล์สตรีต เจอร์นัล อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดในทีมสอบสวนเหตุการณ์ตกของ เครื่องบินโบอิ้งแบบ 737 ของสายการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MU5735 เส้นทางคุนหมิง-กว่างโจว ที่ประสบเหตุตกลงในพื้นที่ภูเขาเมืองอู๋โจว เขตปกครองตนเองมณฑลกว่างซีจ้วง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ซึ่งทีมสอบสวนพบข้อมูลบันทึกการบินจากกล่องดำที่ ระบุว่า มีบางคนในห้องนักบินควบคุมให้เครื่องโบอิ้ง 737-800 ลำดังกล่าวตกสู่พื้นในลักษณะตั้งฉาก โดยพบการสูญเสียระดับความสูงแบบฉับพลัน เครื่องบินเสียอัตราความสูงหลายพันฟิตในเวลาไม่กี่วินาที

แหล่งข่าวของเดอะวอลล์สตรีต เจอร์นัลยังระบุด้วยว่า ด้วยข้อมูลจากกล่องดำดังกล่าว ทำให้ขณะนี้ทีมสอบสวนต่างมุ่งเป้าการสอบสวนไปที่อาจเป็นเหตุการตกที่เกิดจาก “การกระทำโดยเจตนา” รายงานข่าวของเดอะวอลล์สตรีต เจอร์นัล ยังสอดคล้องกับแหล่งข่าวของรอยเตอร์สที่ระบุตรงกันว่า ช่วงเวลาระหว่างเกิดเหตุ นักบินไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องซ้ำ ๆ จากผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศและเครื่องบินใกล้เคียง แม้แต่ช่วงที่เครื่องบินสูญเสียระดับความสูงอย่างรวดเร็ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่าการชนดังกล่าวเป็นการกระทำ “โดยตั้งใจ” หรือไม่ แม้ว่าข้อมูลด้านสุขภาพและสถานะการเงินของนักบินจีนอยู่ในเกณฑ์ตามรายงานเบื้องต้นของหน่วยความปลอดภัยทางอากาศจีน หรือเหตุนี้อาจเป็นกรณีที่มีบุคคลที่สามบุกเข้าไปในห้องนักบินและทำให้เกิดอุบัติเหตุสลด ซึ่งหลังมีรายงานข่าวจากสื่อตะวันตก หน่วยงานจีนยังไม่มีท่าทีใดต่อรายงานข่าวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานที่รั่วจากวงในทีมสอบสวนนั่น หากท้ายที่สุดข่าวรั่วเกิดมีมูลความจริงขึ้นมา จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สะเทือนวงการบินและทำให้จีนอาจต้องออกมาตรการเข้มยกเครื่องความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด เนื่องจากหลายปีก่อนเคยมีเหตุการณ์สุดสลดลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้ว

germanwings

เยอรมันวิงส์ ไฟล์ท 9525

ย้อนไป 24 มีนาคม 2015 เกิดเหตุการณ์สายการบินเยอรมันวิงส์ (German Wings) สายการบินต้นทุนต่ำในเครือลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบิน 9525 จากนครบาร์เซโลนา ของสเปน มุ่งหน้าไปยังเมืองดึสเซลดอล์ฟ ของเยอรมนี ทว่าระหว่างเครื่องทำการบินมาได้ครึ่งทาง ผ่านไปยังบริเวณเทือกเขาแอลป์ในเขตน่านฟ้าประเทศฝรั่งเศส จู่ ๆ เครื่องบินก็ค่อย ๆ ลดระดับลง จนต่ำกว่าแนวของเทือกเขาแอลป์ กระทั่งเที่ยวบิน 9525 พร้อมผู้โดยสาร 144 คน และลูกเรือ 6 คน เสียชีวิตทั้งลำ 150 ชีวิต

ด้วยสภาพแวดล้อมของจุดเกิดเหตุในเขต Prads-Haute-Bléone ของภูมิภาคแคว้นพรอว็องซาลป์โกตดาซูร์ บริเวณกลางเทือกเขาแอลป์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ทำให้ทีมสอบสวนของฝรั่งเศสเผชิญความยากลำบากในการค้นหากล่องดำของเครื่องแอร์บัส A320 กระทั่งทีมกู้ภัยพบกล่องดำทั้งสองที่บันทึกข้อมูลการบิน และข้อมูลการสื่อสารภายในห้องนักบิน ต้องพบกับเรื่องสุดช็อก

เนื่องจากหลังออกเดินทางราว 52 นาที จู่ ๆ เครื่องบินก็ลดระดับลงอย่างรวดเร็วจากความสูง 38,000 ฟุต ลงเหลือ 5,000 ฟุต ภายในระยะเวลาเพียง 8 นาที โดยไม่ทราบสาเหตุ จนกระทั่งเครื่องบินดิ่งลงชนเทือกเขาแอลป์ในที่สุด ขณะที่หอบังคับการบินในเมืองมาร์กเซย์พยายามติดต่อกับนักบิน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

จากการสอบสวน พบว่าเหตุการณ์นี้เป็นเจตนาทำให้เครื่องบินตกโดยนักบินผู้ช่วย นาย อันเดรียส ลูบิตซ์ ที่ตั้งใจปรับโหมดออโต้ไพลอตลดระดับการบินจนอยู่ต่ำกว่าระดับแนวเขา เป็นผลให้เครื่องบินประสบเหตุตก โดยเหตุการณ์นี้นายลูบิตซ์อาศัยช่วงจังหวะที่กัปตันออกไปเข้าห้องน้ำภายนอก

โดยเขาล็อกประตูห้องนักบินไม่ยอมให้กับตันที่อยู่ภายนอกเขามา เสียงบันทึกในห้องโดยสารจากกล่องดำ ได้เสียงเสียงพยายามกระแทกเพื่อพังประตูของกัปตัน ขณะที่ผู้ช่วยนักบินไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียวกระทั่งเครื่องบินชนเทือกเขาแอลป์

เมื่อทีมสอบสวนย้อนประวัติด้านสุขภาพพบว่า นายลูบิตซ์เคยเข้ารับการรักษาอาการซึมเศร้าช่วงปลายปี 2008 เป็นเหตุให้ต้องหยุดการฝึกบินลงชั่วคราว แต่ต่อมาจิตแพทย์ได้ลงความเห็นว่าเขาหายจากอาการดังกล่าวแล้ว นายลูบิตซ์จึงได้รับอนุญาตให้กับมาฝึกบินได้อีกครั้งเดือน สิงหาคม 2009 จนสำเร็จหลักสูตรนักบินและได้ร่วมงานกับสารบินเยอรมันวิงส์ในฐานะพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน กระทั่งสามารถสอบใบอนุญาตนักบินพาณิชย์และเริ่มเป็นนักบินในปี 2014

โมซัมบิกแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 470

อีกเหตุการณ์ที่น่าสลดเช่นกันคือกรณี สายการบิน แลม โมซัมบิกแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 470 ซึ่งประสบเหตุตกกลางอุทยานแห่งชาติ Bwabwata ในนามิเบีย เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2013 เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 33 คนเสียชีวิตทั้งลำ

สำหรับเที่ยวบิน 470 เป็นเครื่องบินแบบ Embraer E190 เดินทางจากโมซัมบิก ไปยังประเทศแองโกลา โดยหลังเครื่องบินเดินทางออกจากสนามบินโมซัมบิกได้ราวครึ่งทาง ระหว่างอยู่เหนือน่านฟ้าบอตสวานบนความสูง 38,000 ฟุต จู่ ๆ เครื่องบินก็ค่อย ๆ ลดระดับลง หอบังคับการบินพยายามติดต่อนักบิน แต่ก็ไร้การตอบกลับ กระทั่งหายจากจอเรดาห์ตกลงในเขตอุทยานแห่งชาติของนามิเบีย

ผลการสอบสวนพบว่า เหตุสลดนี้เป็นฝีมือของกัปตัน เฮอร์มินิโอ ดอส ซังตูช เฟอร์นานเดส เป็นผู้ควบคุมเครื่องให้ค่อย ๆ ลดระดับจนตกกระแทกพื้น ทีมสอบสวนพบข้อมูลด้านครอบครัวที่พบว่า กับตันเฟอร์นานเดส แม้จะมีประวัติการทำงานในฐานะนักบินทีดีมาโดยตลอด

แต่ที่ก่อเหตุสลดนี้มาจากปัญหาส่วนตัวในครอบครัว ลูกชายเขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในเดือนเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน ขณะที่ลูกสาวยังคงอยู่ในโรงพยาบาลเนื่องจากต้องผ่าตัดหัวใจ ขณะที่คดีการฟ้องหย่ากับอดีตภรรยาไม่มีความคืบหน้า โดยวันที่ก่อเหตุนั้น ใกล้วันครบรอบ 1 ปีที่ลูกชายของเขาจากไป

ทีมสอบสวนซึ่งมีนักจิตวิทยาร่วมด้วย ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้าย กัปตันเฟอร์นานเดสเหมือน “ลังเล” และ “ใคร่ครวญทบทวน” การกระทำของตนเอง เนื่องจากมีการปรับระดับความสูงของเครื่องบินในหลายครั้ง และเช่นเดียวกับกรณีเยอรมันวิงส์ กัปตันได้อาศัยจังหวะที่ผู้ช่วยนักบินออกไปเข้าห้องน้ำ ล็อกประตูห้องนักบินก่อนก่อเหตุสลดดังกล่าว

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 เครื่องบินทุกรุ่นที่ผลิตหลังจากนั้นล้วนได้รับการอัพเกรดประตูห้องนักบินที่มีความแข็งแรงมากเพื่อป้องกันเหตุจี้เครื่องบิน จากทั้งสองกรณีจึงเป็นคำอธิบายว่าเหตุใดจึงไม่สามารถทำลายประตูห้องนักบินได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...