“อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ กทม.เขต 20 ลาดกระบัง หาเสียงช่วยลูกพรรค ปลุกกระแสการเมืองสุจริต
“อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ กทม.เขต 20 ลาดกระบัง หาเสียงช่วยลูกพรรค ปลุกกระแสการเมืองสุจริต ชูนโยบายแก้เศรษฐกิจยั่งยืน พ่วงรื้อระบบประกันสังคมเพื่อประชาชน เผยแผนดันเป็นหน่วยงานอิสระ หวังสร้างความโปร่งใสและสวัสดิการกินได้จริง ต้นเดือน ก.พ. จัดทัพล่องใต้ แก้เกม รณรงค์ ไม่เลือกคนซื้อเสียง
วันที่ 25 มกราคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมลงพื้นที่หาเสียงช่วย นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัคร สส. กทม. เขต20 ลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) เบอร์ 13 พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตลาดเกรียงไกร เคหะร่มเกล้า และรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนย่านลาดกระบัง โดยปราศรัยตอกย้ำถึงการเลือกตั้งครั้งนี้คือ โอกาสสำคัญในการเปลี่ยนประเทศด้วยการเมืองคุณภาพ และนำเสนอแผนปฏิรูปโครงสร้างระบบประกันสังคม และเศรษฐกิจระยะยาวเพื่อความมั่นคงยั่งยืน
โดยนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพบปะประชาชนว่า ขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่นซึ่งสะท้อนถึงความผูกพันที่เหนียวแน่นระหว่างพรรคกับคนกรุงเทพฯ ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง มักมีการนำเสนอประเด็นที่เน้นเพียงความเร้าใจตามกระแส แต่อยากให้ประชาชนมองไกลไปถึง การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนมากกว่า ครั้งนี้อยากจะเห็นการจริงจังในเรื่องของการสนับสนุนคนที่จะไปปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน กับคนที่มีแผนเศรษฐกิจระยะยาว เพราะมาเดินตลาดทั้งเจ้าของตลาด ทั้งพ่อค้าแม่ค้าพูดตรงกันว่า มาตรการกระตุ้นทั้งหลายมันก็ได้ระยะสั้นๆ จริง แต่พอจบไปก็กลับเข้าสู่สภาพที่มันเงียบ ถ้าเราไม่ทำให้เศรษฐกิจโตแบบยั่งยืน รายได้ประชาชนก็ไม่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นอยากให้ช่วงสุดท้ายทุกคนมาจริงจังมากขึ้นกับเรื่องที่เป็นอนาคตระยะยาวของประเทศ
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีประเด็นเรื่องประกันสังคมอยู่ในกระแส พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการถามในเวทีดีเบตเช่นกัน พรรคมีนโยบายระยะยาว คือการที่ให้สำนักงานประกันสังคมออกมาเป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนที่มีมูลค่ามหาศาลเป็นไปอย่างมืออาชีพ และต้องโปร่งใสที่สุด เพราะที่ผ่านมาประชาชนมีความวิตกกังวลต่อการตรวจสอบที่พบปัญหาด้านการบริหารจัดการเงินสะสมของผู้ประกันตน ซึ่งต้องมีการทบทวนเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ยังเสียเงินเรื่องรักษาพยาบาล ซึ่งกลายเป็นว่า ผู้ประกันตนจ่ายเงินทั้งสำหรับประกันสังคมของตัวเอง จ่ายภาษีเพื่อดูแลระบบ 30 บาทด้วย แต่บางครั้งหลายเรื่องสิทธิกลับน้อยกว่าเรามีแนวคิดที่จะให้เขาเข้าสู่ระบบของประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปเลย แต่เงินที่สมทบ ต้องไปสมทบในเรื่องอื่น เช่น ชราภาพ น่าจะดีกว่า
เมื่อถามย้ำว่า ต้องผ่าตัดเลยไรือไม่ เพราะประกันสังคมมีปัญหามาก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถูกต้อง ที่ผ่านมา เมื่อมีการตรวจสอบ ประชาชนก็มีความวิตกกังวลกับการที่มีการส่งเงินเข้าไปแล้ว การบริหารเงินมีปัญหามาก แต่ว่าตัวพื้นฐานของระบบทั้งหมด ต้องมีการทบทวนอยู่แล้ว จากโครงสร้างประชากร จากปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะปัจจุบันการจ่ายเงินออกมาก็ไม่ได้เป็นลักษณะของระบบก้าวหน้า เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องมีการปรับรื้อครั้งใหญ่
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผนถึงแผนการลงพื้นที่ภาคใต้ในต้นเดือนก.พ. ว่า ไม่ได้ลงพื้นที่ภาคใต้มาช่วงหนึ่งแล้ว ต้นเดือนก.พ.จะไปทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ตรัง ส่วนวันที่26 ก.พ.จะไปสุราษฎจังหวัดสุราษฎร์ฯ และชุมพร เพื่อตอกย้ำอุดมการณ์การเมืองสุจริต และม้การแข่งขันในหน้าพื้นที่จะสูง แต่เชื่อมั่นในความเข้มแข็งของประชาชนที่จะเป็นเกราะป้องกันการทุจริต เราย้ำในทุกเวทีว่า อย่าไปเลือกคนที่ซื้อเสียง ซึ่งครั้งนี้ได้รับสัญญาณที่ดีมากว่า ประชาชนมีความตื่นตัวและเข้มแข็งขึ้นในการตัดสินใจเพื่ออนาคตของตัวเอง
ตลาดมีนบุรี แตก ประชาชนแห่ต้อนรับ “อภิสิทธิ์” ตอกย้ำอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างแท้จริง ล้างบางทุจริตคอร์รัปชัน
จากนั้นคณะของนายอภิสิทธิ์ เดินทางต่อมาที่ตลาดมีนบุรี เพื่อช่วยน.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 เบอร์ 11 ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงได้รับความสนใจจากพ่อค้า แม่ค้า และผู้มาจับจ่ายใช้สอยในวันหยุดทักทายตลอดทาง มั้งจับไม้จับมืออขอกอด และร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก ทำให้ทางเดินในตลาดติดขัดเป็นช่วงๆเนื่องจากประชาชนรุมห้อมล้อมขอถ่ายรูปและพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์เป็นระยะๆ
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า รอบนี้พรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยทุกคนมาใช้สิทธิ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธุ์ 2569 เพื่อเป็นโอกาสแห่งการเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหม่เพื่อให้ประเทศกลับมาสุจริตไม่มีทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมวางรากฐานให้เศรษฐกิจได้เติบโตอย่างยั่งยืน ส่วนการหาเสียงเชิงสาดสีสาดโค่นกันนั้น นายอภสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มี เพราะปัจจุบันได้มีข้อมูลข่าวสารผ่านทางโซเซียลมีเดียเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้ประชาชนทุกคนใช้โซเชียลมีเดียและการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเพิ่มเติมนั้น ทุกอย่างก็ต้องอยู่ในกรอบที่ทางพรรคได้เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แต่อาจจะเพิ่มความชัดเจนของนโยบายให้มากขึ้น
เมื่อถามว่า จากผลสำรวจของนิด้าโพล ที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในลำดับที่5 ของจังหวัดสมุทรปราการ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อจังหวัดอื่นๆ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในแต่จังหวัดได้มีการจัดทำโพล ในหลายพื้นที่ย่อมมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งในแต่ละพรรคย่อมมีฐานเสียงเดิมอยู่แล้ว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะปฏิบัติงานเพื่อคนไทยทั้งประเทศต่อเนื่อง