“ไอซ์ รักชนก” ควง สส.พลอย เชียงใหม่ เขต 1 นำจิตอาสา ร่วมทาสีลบกราฟฟิตีเถื่อน
วันที่ 4 มี.ค. 69 ที่หน้าร้านเสน่หา ร้านอาหารใกล้กับอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก อดีต สส. จากพรรคประชาชน พร้อมด้วย นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู หรือ สส.พลอย พรรคประชาชน เชียงใหม่ เขต 1 รวมทั้งจิตอาสา ได้มาทำกิจกรรมทาสีประตูรั้วร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากการพ่นสีสเปย์กราฟฟิตีเถื่อน ที่แพร่ระบาดไปในหลายๆ จุดของตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก ที่ทางคณะผู้แทนอีโคโมสจากยูเนสโก จะเดินทางมาตรวจในเดือนมิถุนายน 69 นี้
ไอซ์ รักชนก ศรีนอก อดีต สส. จากพรรคประชาชน กล่าวว่า ในวันนี้ที่เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่เนื่องจากทางคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เชิญมาบรรยายเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย ก็ได้มาร่วมกิจกรรมกับ สส.พลอย พรรคประชาชน เชียงใหม่ เขต 1 ซึ่งเราไม่ใช่ สส.ในเชียงใหม่ ก็เลยไม่ทราบบริบทในพื้นที่ แต่พอมาถึงได้ทราบข้อมูลในเรื่องการผลักดันวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดอื่นๆ รวม 7 วัด และกำแพงเมือง คูเมือง เป็นมรดกโลก จึงมาทำกิจกรรมกัน เพื่อให้เมืองโดยรอบเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้
ซึ่ง ไอซ์ รักชนก และพรรคประชาชน ก็สนับสนุนในเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม แต่การพ่นกราฟฟิตีในจุดที่เจ้าของไม่ได้ให้การยินยอม โดยเฉพาะพื้นที่ที่เรากำลังจะผลักดันให้วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดอื่นๆ รวม 7 วัด และกำแพงเมือง คูเมือง เป็นมรดกโลก โดย "ไอซ์" อยากจะขอความร่วมมือเพื่อให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และอีกหนึ่งที่อยากจะขอความร่วมมือ ก็คือทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าอยากมีความฝันและความต้องการร่วมกัน ให้ 7 วัดนี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็อยากจะให้มาเป็นความร่วมมือ โดยเฉพาะตำรวจอยากให้มีการตรวจเข้มกว่านี้ในเรื่องการพ่นกราฟฟิตีที่จริงก็มีกล้องวงจรปิด ก็รู้ว่าใครมาพ่น เป็นกลุ่มไหน ก็ให้มีการจัดการ หรือขอความร่วมมือกับเขาว่า ช่วงที่กำลังผลักดันให้วัดต่างๆ และพื้นที่ผลักดันเป็นเมืองมรดกโลก ต้องทำให้สภาพแวดล้อมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็อยากจะขอความร่วมมือตรงนี้
ด้าน นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู หรือ สส.พลอย พรรคประชาชน เชียงใหม่ เขต 1 กล่าวว่า ตอนที่เป็น สส. คนที่ 26 ก็ได้เข้าไปตั้งคำถามกับนายกรัฐมนตรี เพื่อจะผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก จนเข้าสู่ ครม. และกลายเป็นมติ ครม. ไปแล้ว หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันตามมติ ครม.ที่ออกมา ในนามที่เป็นคนเชียงใหม่ และในนาม สส. ก็จะผลักดันในส่วนของภาคเอกชนและในนามของ สส. ก็จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยดำเนินการให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น เพื่อจะเข้าสู่เมืองมรดกโลกเร็วๆ นี้