ฟังเสียง ‘ริดดี้’ ชายข้ามเพศ ต่อความยากลำบากที่ยังต้องใช้นางสาว แม้กายและใจจะเป็นชาย คำนำหน้า ‘นาย’ ตรงเพศสภาพจึงสำคัญ
การต่อสู้เพื่อไปให้ถึงวันที่ได้รับชัยชนะเมื่อกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศในไทยผ่านและถูกบังคับใช้เหมือนหลายๆ ประเทศทั่วโลก เส้นทางที่เหล่าคนข้ามเพศเจอกว่าจะไปถึงวันนั้น มีความท้าทายมากมายจาก ‘อคติทางเพศ’ ที่เผชิญ เช่นเดียวกับ ณ เวลานี้ที่ประเด็นการให้สิทธิคำนำหน้าต่อคนข้ามเพศเป็นที่ถกเถียงอย่างหนักบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งหากไปไล่อ่านดูแล้ว พบว่ามีข้อความต่อต้านที่ถาโถมเข้ามาเป็นจำนวนมาก และหลายครั้งก็มาพร้อมมุมมองที่เข้าข่ายเกลียดชังคนข้ามเพศ (Transphobia) โดยที่หลายคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่ากำลังมีภาวะนี้อยู่
และแม้สายตาของคนส่วนมากรวมถึงการนำเสนอของสื่อจะจับจ้องไปที่คำว่า ‘นางสาว’ ของผู้หญิงข้ามเพศมากกว่า ทั้งยังมีคนบนโซเชียลฯ พูดอีกว่าผู้ชายข้ามเพศไม่เห็นมีใครเดือดร้อนเลย แต่ความจริง คุณไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี เพราะผู้ชายข้ามเพศหลายคน ก็อยากได้คำนำหน้า ‘นาย’ ตามเพศสภาพชายที่พวกเขาเป็น และมีเรื่องยากๆ ที่เจอเพราะคำนำหน้าไม่ตรงเพศสภาพเช่นกัน
ชาวเน็ตบางคนใช้ถ้อยคำเหยียดหยาม บอกว่าคนข้ามเพศควรรู้จักภูมิใจในตัวเองบ้าง ทั้งๆ ที่การข้ามเพศมาเพื่อยืนหยัดที่จะเป็นตัวเอง นั่นคือความกล้าหาญที่จะรักตัวเองมากที่สุดอย่างหนึ่งแล้ว บ้างก็อ้างว่าประเทศไทยเป็นสวรรค์ของ LGBTQ+ แล้ว อย่าได้คืบจะเอาศอก อย่าเหิมเกริม อย่าเอาแต่ใจ อย่ามาแย่งความเป็นหญิง/ความเป็นชาย จากคนตรงเพศ แม้ความจริง หญิงข้ามเพศได้ใช้นางสาว ผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิงเหมือนเดิม ชายข้ามเพศได้ใช้นาย ผู้ชายก็ยังเป็นผู้ชายเหมือนเดิม ไม่มีใครถูกพรากความเป็นหญิง ไม่มีใครถูกพรากความเป็นชายไปทั้งนั้น หรือผู้ชายบางคนก็ยังคงกลัวตัวเองจะโดนหลอก ทั้งที่ทุกวันนี้การโดนหลอกมันไม่ได้เกี่ยวกับเพศเลยด้วยซ้ำ และถ้าว่ากันตามตรงหญิงข้ามเพศที่โดนผู้ชายหลอกก็มีอยู่ถมไป
ทุกวันนี้มีคนข้ามเพศถูกกีดกันเพราะคำนำหน้าในการเดินทาง มีคนข้ามเพศถูกเลือกปฏิบัติเพราะคำนำหน้าเมื่อต้องไปทำธุรกรรม หรือบางอาชีพหรือบางองค์กรก็ยังอ้างคำนำหน้าเพื่อเลือกปฏิบัติคนข้ามเพศ และยังมีคนข้ามเพศต้องรู้สึกเจ็บปวดอยู่อีกไม่น้อยเพราะแม้จะข้ามเพศมาแล้วก็ยังถูกเรียกหรือปฏิบัติด้วยเพศที่ไม่ใช่ตัวตน
น่าใจหายที่หลายคนในไทยยังมองคน “ไม่เท่ากัน” และถึงจะมีตัวอย่างในหลายประเทศที่คนข้ามเพศสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าให้ตรงเพศสภาพได้อย่างปกติ แต่ดูเหมือนหลายคนในไทยก็ยังฝังใจว่า “ไม่ได้” อยู่ดี โอกาสนี้เราจึงชวนฟังเสียงของชายข้ามเพศที่ได้รับผลกระทบทางตรง และอยากให้ทุกคนเปิดใจรับฟังด้วยความเห็นอกเห็นใจกันอีกครั้ง
‘ริดดี้’ คือเพื่อนชายข้ามเพศของเรา เขาทำงานเป็นฟรีแลนซ์ภาคประชาสังคม และขับเคลื่อนประเด็นความเท่าเทียมทางเพศมาโดยตลอด เขาเล่าประสบการณ์ตรงของเขาให้ฟังว่า “เวลาเราโทร.หาธนาคาร เขาจะไม่เชื่อว่าเราคือเรา เนื่องจากเสียงของเราแตก ทุ้มต่ำ ไม่เหมือนนางสาวตามชื่อบัญชีหรือบัตรประชาชน ทำให้เวลาเราไปอยู่ต่างประเทศแล้วต้องโทร.หาธนาคารเวลามีปัญหาอะไร จะลำบากมาก เขาจะไม่เชื่อว่าเราคือเจ้าของบัญชี จนบางทีเราต้องให้แม่เราโทร.ไปแทน ซึ่งก็พบว่ากลายเป็นคุยง่ายกว่า”
“หรือถ้าย้อนไปตอนเราอยู่มหาวิทยาลัย เราไปสอบที่ตึกของอีกคณะหนึ่ง เราแต่งชุดนักศึกษาชายไป จำได้ว่าตอนเราต้องเซ็นใบยืนยันการเข้าสอบ เจ้าหน้าที่ยื่นใบให้ แล้วมองหน้าเราแล้วก็ดูชื่อเราอีกรอบ พอเราเซ็นเสร็จ เขาก็บอกกับเราว่าให้มาหาเขาหลังสอบเสร็จ ซึ่งพอสอบเสร็จเราก็ออกไปคุยกับเขา เขาพูดกับเราว่าใครอนุญาตให้แต่งชุดแบบนี้ เราก็งงว่าแบบนี้คือแบบไหนเลยถามออกไป เขาก็บอกว่าใส่ชุดนักศึกษาชายไง เราก็งงเพราะในคณะของเราเอง ไม่เคยต้องเจออะไรแบบนี้เลย”
ริดดี้บอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดหากได้คำว่า ‘นาย’ นั่นคือ “คำนำหน้านายสำหรับผมมันตรงกับเพศสภาพ มันตรงกับตัวตนที่สุด เรารู้สึกว่ามันไม่หลอกลวงตัวเอง ไม่กระดากปาก ไม่น่าอาย และจะไม่กังวลเวลาคนเห็น เพราะฉะนั้นมันจึงสำคัญในด้าน ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ และ ‘ความเคารพถึงสิทธิในตัวตน’ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง มันก็เหมือนตัวตนที่แท้จริงของเราถูกรัฐรับรองในทางกฎหมาย”
ส่วนความกังวลทางการแพทย์ที่คนในสังคมแสดงท่าทีกังวล ริดดี้ย้ำว่า “ในด้านความกังวลทางการแพทย์ล่าสุดที่เป็นที่ถกเถียงเยอะมากๆ ว่าคนไข้ที่เปลี่ยนคำนำหน้ามาจะถูกผลกระทบในทางลบ และกับตัวบุคลากรทางการแพทย์เองที่จะทำงานกันยากขึ้น ซึ่งเวลาคนพูดอะไรแบบนี้ เขาไม่รู้เลยว่าการรักษาคนข้ามเพศมันไม่ได้น่ากลัวหรือแปลกปลอมขนาดนั้น และความจริงหลายๆ โรคก็รักษาตามอาการและขั้นตอนทั่วไป และถึงต่อให้บางครั้งมันจะเป็นไปได้ว่าอาจมีความซับซ้อนหรืองุนงงมากขึ้นสำหรับหมอ แต่สุดท้ายแล้ว ยังไงการแพทย์มันก็ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ อยู่ดี และหมอก็ไม่ควรปฏิเสธเคสที่ซับซ้อนเพียงเพราะมันยากหรือเพียงเพราะเราเป็นประชากรกลุ่มน้อย…หมอน่าจะสามารถรักษาและดูแลประชากรที่หลากหลายได้ ถ้ากฎหมายคำนำหน้าผ่าน โลกก็คงต้องดำเนินต่อไป ประเทศไทยก็ยังคงอยู่ได้ การให้สิทธิคำนำหน้าตรงกับทรานส์เจนเดอร์ก็คงไม่ได้ทำให้ ‘ชายจริงหญิงแท้’ สูญพันธุ์อย่างที่หลายๆ คนเขาจินตนาการไว้” เขาทิ้งท้าย
เราหวังว่าคนที่ไม่เคยเข้าใจความเจ็บปวดของคนข้ามเพศ จะหันหน้ามารับฟังกันมากขึ้น เพราะแม้คุณจะไม่ใช่เจ้าของประสบการณ์ แต่คุณก็สามารถเห็นอกเห็นใจ ‘เพื่อนร่วมโลก’ ได้ ตราบใดที่คุณมองคนให้ ‘เท่ากัน’ มากขึ้น มองด้วยสายตาไม่ตัดสิน มองด้วยสายตาไม่เหมารวม มองให้เห็นถึงการต่อสู้อันยากลำบากเพื่อให้รับสิทธิที่จะเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ บนโลกที่ระบบสองเพศ (Gender Binary) ยังเข้มข้นอยู่มากอย่างทุกวันนี้
บทความต้นฉบับได้ที่ : ฟังเสียง ‘ริดดี้’ ชายข้ามเพศ ต่อความยากลำบากที่ยังต้องใช้นางสาว แม้กายและใจจะเป็นชาย คำนำหน้า ‘นาย’ ตรงเพศสภาพจึงสำคัญ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Chloé Zhao ผู้กำกับ Hamnet ที่ใช้หนังเผชิญหน้ากับวัย 40 / ชีวิต / และความตาย
- ‘Popflex Upcycle’ โปรเจกต์อัปไซเคิลสุดเก๋ เมื่อชุดโดนก๊อป เพราะ Taylor Swift ใส่จนแมสเจ้าของแบรนด์จึงฟ้องจนชนะ แล้วเอาของก๊อปไปตัดเป็นเดรสใหม่หวานๆ แทนการทิ้งไปเปล่าๆ
- ฝรั่งเศสผ่านร่างกฎหมายยุติ ‘Marital Duty’ ส่งผลให้การไม่มียอมเซ็กซ์ ไม่ถือว่าผิดต่อหน้าที่ในฐานะสามีภรรยา เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของ Consent ในชีวิตสมรส
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com