Visa ผนึก Stripe บุก 100 ประเทศ! ส่งบัตร Stablecoin รูดซื้อของได้ทั่วโลก
#Visa #ทันหุ้น – ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Visa และ Bridge บริษัทด้าน Stablecoin ในเครือของ Stripe วางแผนขยายผลิตภัณฑ์การออกบัตรที่เชื่อมโยงกับ Stablecoin ไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 โดยในช่วงแรกมุ่งเน้นไปที่กลุ่มประเทศในอเมริกาหมอกลางและอเมริกาใต้ ปัจจุบันบัตรนี้เปิดใช้งานแล้วใน 18 ประเทศ และมีแผนจะขยายครอบคลุมทั้งยุโรป, เอเชียแปซิฟิก, แอฟริกา และตะวันออกกลางภายในสิ้นปีนี้ ตามประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
บัตรที่เชื่อมโยงกับ Stablecoin ของ Visa และ Bridge ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้โดยการดึงยอดเงินจาก Stablecoin ในวอลเล็ต เช่น MetaMask และ Phantom โดยบัตรเหล่านี้ได้รับการยอมรับผ่านเครือข่ายร้านค้าเดิมของ Visa ที่มีมากกว่า 175 ล้านแห่งทั่วโลก
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการทดลองใช้ Stablecoin อย่างแพร่หลายในภาคบริการทางการเงินดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการผ่านกฎหมายGENIUS Act ในสหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นด้าน Stablecoin โดยเฉพาะ
“การขยายความร่วมมือกับ Visa ในครั้งนี้จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ที่เปิดตัว Stablecoin ของตนเองสามารถนำไปใช้ในโปรแกรมบัตรได้อย่างราบรื่น” แซค อับรามส์ (Zach Abrams) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Bridge กล่าวในแถลงการณ์
เมื่อปีที่แล้ว ทั้งสองบริษัทได้เริ่มโครงการนำร่องการชำระดุลด้วย Stablecoin เพื่อทดสอบว่าผู้ออกบัตรและผู้รับชำระเงินของ Visa จะสามารถใช้ Stablecoin ในการชำระดุลการชำระเงินบนเชน (Onchain payment settlement) ได้อย่างไร โดย Lead Bank ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการนำร่อง ก็กำลังใช้โครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin ของ Bridge เช่นกันตามที่ระบุในประกาศ
“Visa มุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ธุรกิจในจุดที่พวกเขาดำเนินงานอยู่ ซึ่งปัจจุบันคือบนเชน (Onchain) มากขึ้นเรื่อยๆ” คาย เชฟฟิลด์ (Cuy Sheffield) หัวหน้าฝ่ายคริปโตของ Visa กล่าวในแถลงการณ์“การขยายงานร่วมกับ Bridge ทำให้เรามีวิธีเพิ่มความเร็ว ความโปร่งใส และความสามารถในการตั้งโปรแกรมของ Stablecoin เข้าสู่กระบวนการชำระดุลโดยตรง ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยให้พันธมิตรของเรามีทางเลือกมากขึ้นในการเคลื่อนย้ายมูลค่า และตอกย้ำบทบาทของ Visa ในฐานะเครือข่ายที่น่าเชื่อถือซึ่งเชื่อมต่อ Stablecoin เข้ากับระบบนิเวศการชำระเงินระดับโลก”
ทั้งนี้ Stripe ได้เข้าซื้อกิจการ Bridge ด้วยมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ และตั้งแต่นั้นมาก็ได้ขยายบริการที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการเปิดตัวเครื่องมือออกเหรียญ Stablecoin แล้ว บริษัทยังร่วมกับ Paradigm พัฒนาบล็อกเชน Tempo ที่เน้นด้านการชำระเงินอีกด้วย
นอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ Bridge ยังได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบกลุ่มบริษัท Crypto-native ที่ได้รับอนุมัติเงื่อนไขจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของระบบเงินตรา (OCC) สำหรับการจัดตั้งธนาคารระดับชาติ (National bank charter) ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถรับฝากสินทรัพย์คริปโต, ออกเหรียญ Stablecoin และจัดการทุนสำรอง Stablecoin ได้อย่างเต็มตัว