โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเร่งแผน ประเมินเส้นทางอพยพคนไทยในอิหร่าน

INN News

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 12.00 น. • INN News

สถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด รวมถึงประเทศไทยที่แม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดน ก็เป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด

ซึ่งวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ พร้อมมีหารือกับบุคคลสำคัญหลายฝ่ายเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางไม่ว่าจะเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึง นายเอกนิติ นิติทัณประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกับผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ซึ่งเดินทางมาตรวจความพร้อมของประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพการจัดการประชุมใหญ่ของธนาคารโลกและ IMFที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา คือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้เชิญเข้าหารือ เนื่องจากมองว่ามีความเข้าใจบริบทของประเทศมุสลิมในภูมิภาคดังกล่าว แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามแต่ก็อาจได้รับผลกระทบในหลายมิติ โดยเฉพาะต่อประชาชนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่ พร้อมยังย้ำว่า ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่จำเป็นต้องกังวล เนื่องจากไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนในการวางตัวเป็นกลาง พร้อมสนับสนุนแนวทางสันติภาพตามกรอบของสหประชาชาติ และอาเซียน ซึ่งถือเป็นท่าทีที่เหมาะสมในสถานการณ์เช่นนี้

ขณะเดียวกัน ยังไม่มีใครสามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์สู้รบจะยืดเยื้อเพียงใด เพราะเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือรัฐบาลไทยต้องเตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่หากมีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ ก็ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วจากกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังมองว่า การเร่งจัดตั้งรัฐบาลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ และยิ่งในช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศการมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการเจรจา จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในเวทีระหว่างประเทศมากกว่าการอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า รัฐบาลยังเร่งประเมินแผนช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ในอิหร่านประมาณ 200 คน โดยขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน กำลังประเมินเส้นทางการอพยพซึ่งเบื้องต้นอาจต้องเดินทางทางบกเป็นระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร ไปยังชายแดนประเทศตุรกี เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับประเทศไทยแต่ถือว่ามีความเสี่ยง เนื่องจากอยู่ในภาวะสงครามอาจมีด่านตรวจหรือปัจจัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน รอบคอบ และต้องพิจารณาด้วยว่าผู้ที่อยู่ในพื้นที่มีความพร้อมที่จะเดินทางหรือไม่

สำหรับแผนการเดินทางกลับประเทศไทย เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เครื่องบินพาณิชย์แบบเหมาลำจากตุรกี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า และมีขั้นตอนด้านความมั่นคงและประกันภัยที่ยุ่งยากน้อยกว่าการใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเอง ก็เริ่มประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางเช่นกัน โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดประหยัดทรัพยากรและประเมินความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานทางการแพทย์

เนื่องจากอุปกรณ์ทางการแพทย์และยาบางชนิด จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และหากสถานการณ์ความขัดแย้งขยายวงกว้าง อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งระหว่างประเทศ ทำให้ระยะเวลาการนำเข้าเพิ่มขึ้นแม้ในขณะนี้จะยังไม่ถึงขั้นขาดแคลน แต่ต้องสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้สอดคล้องกับนโยบายด้านความมั่นคงทางการแพทย์ ให้ความพร้อมดูแลชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางในเวลานี้ รัฐบาลไทยจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติความปลอดภัยของคนไทย เศรษฐกิจโลก และเสถียรภาพของประเทศเพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...