โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เฮกเซธเมิน “จีน–รัสเซีย” ชี้ “ไม่ใช่ปัจจัย” ประกอบการตัดสินใจสงครามอิหร่าน

เดลินิวส์

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 22.19 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 15.19 น. • เดลินิวส์
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐยัน ไม่สนท่าทีจีนและรัสเซีย เดินหน้าถอนรากนิวเคลียร์อิหร่านต่อไป ชี้ท่าทีสองประเทศไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสินใจทางการทหาร ด้านรัฐบาลปักกิ่งเดินหน้าเรียกร้องให้ยุติการสู้รบ หลังไฟสงครามลามสู่ช่องแคบฮอร์มุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ว่านายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวถึงท่าทีของจีนและรัสเซัย ที่มีต่อสงครามในอิหร่าน ซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าท่าทีและจุดยืนของทั้งสองประเทศ "ไม่ใช่ปัจจัย" ในการตัดสินใจของรัฐบาลวอชิงตัน เกี่ยวกับการทำสงครามในอิหร่าน

เฮกเซธกล่าวว่า เป้าหมายหลักของสหรัฐมุ่งเน้นไปยัง การยุติสิ่งที่เรียกว่า "ความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ รัสเซียและจีนมีความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับอิหร่านมายาวนาน โดยเฉพาะรัสเซียที่มีความเชื่อมโยงทางทหารอย่างใกล้ชิด ซึ่งทั้งรัฐบาลมอสโกและรัฐบาลปักกิ่งต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำสงครามของสหรัฐและอิสราเอล เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน

ก่อนหน้าการแถลงของเฮกเซธ นายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องให้ทั้งอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอล "ยุติการสู้รบทันที" เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายที่รุนแรง ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นทางการค้าสำคัญของโลกทั้งในด้านสินค้าและพลังงาน การรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในภูมิภาคนี้ คือผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมโลก.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...