โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดาวโจนส์ปิดบวก 292.81 จุด หลังหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งหนุนตลาด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs)

และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปพุ่งขึ้น

หลังจากบริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง โค (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกสัญชาติไต้หวัน เปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,442.44 จุด เพิ่มขึ้น 292.81 จุด หรือ +0.60%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,944.47 จุด เพิ่มขึ้น 17.87 จุด หรือ +0.26% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,530.02 จุด เพิ่มขึ้น 58.27 จุด หรือ +0.25%

ธนาคาร Goldman Sachs เปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 14.01 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 11.67 ดอลลาร์ และรายได้อยู่ที่ 1.345 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.379 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการซื้อขายหลักทรัพย์และธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง

ธนาคาร Morgan Stanley เปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 2.68 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.44 ดอลลาร์/หุ้น และรายได้อยู่ที่ 1.789 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.777 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากรายได้ของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเช่นกัน

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารรายใหญ่ทั้งสองแห่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารฟื้นตัว หลังจากที่หุ้นกลุ่มดังกล่าวร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลกำไรของภาคธนาคาร หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เสนอให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% เป็นเวลา 1 ปี

หุ้น Goldman Sachs พุ่งขึ้น 4.6% ซึ่งมีส่วนช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์มากที่สุด ขณะที่หุ้น Morgan Stanley พุ่งขึ้น 5.8% หุ้น Citigroup พุ่งขึ้น 4.5%

หุ้น BlackRock ซึ่งเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก พุ่งขึ้น 5.9% เนื่องจากภาวะตลาดที่คึกคักช่วยหนุนรายได้จากค่าธรรมเนียม และส่งผลให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.04 ล้านล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังจาก TSMC ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงรายใหญ่ของโลก เปิดเผยกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 35% ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 8 พร้อมกับคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตรายปีที่แข็งแกร่ง โดย TSMC เป็นผู้ผลิตชิปประมวลผล AI ขั้นสูงให้กับลูกค้ารายใหญ่อย่างบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) และเอเอ็มดี (AMD)

ส่วนดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.04% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.93% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 0.9% และหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ลดลง 0.58%

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงาน กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 198,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ +7.7 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ +0.80 จากระดับ -3.7 ในเดือนธ.ค. โดยดัชนีอยู่ในระดับสูงกว่า 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...