TREND TALK : SCB
#ทันหุ้น – ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่บริเวณแนวต้านสำคัญ 1,345 หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาซื้อทางเทคนิคทะลุผ่านแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 1,310 ขึ้นไป ทำให้แนวโน้มหลักยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,400 และ 1,430 แต่ถ้าถูกขายที่แนวต้าน 1,310 ย้อนกลับลงไป จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,280 และ 1,250
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)
ดำเนินธุรกิจในลักษณะบริษัทลงทุน (Investment Holding Company) และเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการมีอำนาจควบคุมกิจการในบริษัทอื่น และเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์รวมของกลุ่ม มองหาโอกาสการลงทุน และจัดสรรเงินลงทุนในธุรกิจที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีและสร้างการเติบโตให้กลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขอบเขตการประกอบธุรกิจของ SCBX เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
SCB รายงานกำไรสุทธิปี 68 จำนวน 47,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงภายหลังจากการขายธุรกิจ Robinhood ในปี 2567 และจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรจากกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย
สำหรับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 119,117 ล้านบาท ลดลง 8.0% จากปีก่อน จากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งภายในปี และปริมาณสินเชื่อโดยรวมที่ลดลง 2.1% ภายใต้การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่นๆ 41,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างโดดเด่น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมทางการเงิน ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ
ส่วนรายได้จากการลงทุนและการค้ามีจำนวน 10,771 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 369.8% จากปีก่อน โดยเป็นผลจากกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคาร และของบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด
ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวน 69,570 ล้านบาท ลดลง 4.7% จากปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 40.5%
บริษัทตั้งสำรองลดลง 2.6% จากปีก่อน เนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะการปรับตัวดีขึ้นของบริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ทั้งนี้ จำนวนสำรองดังกล่าวได้รวมสำรองพิเศษอีกจำนวน 4,500 ล้านบาทเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) คงอยู่ในระดับสูงที่ 160.8%
แม้เผชิญกับความผันผวนจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ บริษัทยังสามารถควบคุมคุณภาพของสินเชื่อโดยรวมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นปี 68 อยู่ที่ 3.29% ลดลงจาก 3.37% ในปีก่อน เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัทอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.9%
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB กล่าวว่า ปี 68 เป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากหลายมิติ SCBX ได้ดำเนินธุรกิจโดยเน้นการสร้างความแข็งแกร่งภายใน บริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุมท่ามกลางความผันผวน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจสำคัญ เพื่อวางรากฐานสู่วิสัยทัศน์ระยะยาวในการเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการเงินชั้นนำของประเทศไทย
SCBX ก้าวสู่ปี 69 ด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการยกระดับประสบการณ์การบริการให้แก่ลูกค้า เราจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเรายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างสมดุลทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ
ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องตามกรอบแนวโน้มขาขึ้น ทำให้แนวโน้มหลักยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 150 ตามกรอบแนวโน้มขาขึ้น โดยมีแนวรับที่ 133 และ 130 แต่ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่า 127 ลงไป จะเป็นสัญญาณขายทางเทคนิค