โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟินเทคอาเซียนกำลัง “โตจริง” ไม่ใช่แค่ “โตไว” AI-Stablecoin-Digital Lending ต้นแบบระดับโลก

Thairath Money

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 09.01 น.
ภาพไฮไลต์

รายงานใหม่จากเวทีฟินเทคระดับโลก Money20/20 Asia ที่จะจัดขึ้นวันที่ 21-23 เมษายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สะท้อนภาพชัดว่า ระบบนิเวศฟินเทคในเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ก้าวพ้นยุคทดลองนวัตกรรม เข้าสู่ระยะขยายตัวเต็มรูปแบบอย่างจริงจัง จากการสำรวจผู้บริหารระดับสูงกว่า 130 รายทั่วภูมิภาค รายงานชี้ว่า ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการ “ลงมือทำในระดับอุตสาหกรรม” ไม่ใช่แค่โครงการนำร่องอีกต่อไป

“ฟินเทคในเอเชียแปซิฟิก ก้าวพ้นระยะทดลองสู่การลงมือทำจริงและการเติบโตเต็มตัว ภูมิภาคนี้กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และครอบคลุมมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเอเชียแปซิฟิกจะส่งผลต่อทิศทางของระบบการเงินโลก อาเซียนยังเป็นเป้าหมายหลัก แม้การแข่งขันสูงขึ้น" Ian Fong, VP of Content ของ Money20/20 Asia กล่าว

แม้สัดส่วนองค์กรที่เลือกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเป้าหมายการเติบโตหลักจะลดลงจาก 31.4% เหลือ 22.9% แต่ภูมิภาคนี้ยังคงครองสถานะ “Growth Engine” ของ APAC

อินไซต์สำคัญ คือ การลดลงของสัดส่วนไม่ได้สะท้อนการชะลอตัว แต่สะท้อนว่าตลาดเติบโตมาระยะหนึ่งและมีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่ผู้เล่นจำนวนมากได้ปักธงลงทุนไปแล้วในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา กล่าวอีกนัยหนึ่ง อาเซียนไม่ใช่ตลาดใหม่ที่ต้องทดลองอีกต่อไป แต่เป็นสนามที่ต้องวัดกันด้วยประสิทธิภาพ การสร้างพันธมิตร และความเข้าใจบริบทท้องถิ่น

หนึ่งในตัวเลขที่ชัดที่สุดของรายงาน คือ 90.6% ของผู้บริหารระบุว่า “การเข้าถึงบริการทางการเงิน” ไม่ได้เป็นเพียงงาน CSR อีกต่อไป แต่เป็นแกนกลางของกลยุทธ์องค์กร ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฟินเทคอาเซียน

ภูมิภาคนี้ยังมีประชากรกว่า 2.1 พันล้านคนทั่วโลกที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินอย่างเพียงพอ และในเอเชียใต้ตลอดจนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลกำลังใช้ข้อมูลทางเลือก โมเดลมือถือเป็นศูนย์กลาง (mobile-first) และโซลูชัน embedded finance เพื่อเจาะกลุ่มที่ระบบดั้งเดิมเข้าไม่ถึง

อีกตัวเลขที่น่าสนใจ คือ 72.9% มองว่าโซลูชันฟินเทคสำหรับ SMEs จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของภูมิภาค นั่นหมายความว่า การเติบโตระยะถัดไปจะไม่ได้มาจากผู้บริโภครายย่อยเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากการเสริมพลังผู้ประกอบการ

Stablecoin เริ่มฝังตัวในโครงสร้างสถาบัน

อีกหนึ่งอินไซต์สำคัญ คือ บทบาทของ Stablecoin และสินทรัพย์โทเคนดิจิทัลในระดับสถาบันที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยได้รับแรงหนุนจากกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้นในสิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 17.9% มองว่า Blockchain และ DLT เป็นเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่มีอิทธิพลสูง รองจาก AI เท่านั้น ประเด็นนี้สะท้อนว่า Stablecoin กำลังขยับจากพื้นที่คริปโตสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินจริง เช่น การโอนเงินข้ามประเทศ การบริหารสภาพคล่อง และ Treasury management ขององค์กร

ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น แต่ขาดไม่ได้

หนึ่งในอินไซต์ที่สำคัญที่สุดจากรายงาน คือ การที่ “ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล” (Digital Trust) กำลังกลายเป็นตัวแปรชี้ชะตาการเติบโตของฟินเทคในเอเชียแปซิฟิก รายงานระบุว่า แม้ 61.2% ขององค์กรจะนำ AI มาใช้แล้ว แต่ในอีกด้าน 63.5% ของผู้นำอุตสาหกรรมกลับระบุว่า “การป้องกันการทุจริต” คือ ความสำคัญอันดับหนึ่งในการดำเนินงานปี 2026 สะท้อนความจริงข้อหนึ่งว่ายิ่งระบบการเงินดิจิทัลเติบโตเร็วเท่าไร ความเสี่ยงยิ่งเติบโตเร็วเท่านั้น

  • พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วมาก อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ leapfrog จากเงินสดสู่ mobile payments ภายในเวลาไม่กี่ปี การปรับตัวที่รวดเร็วทำให้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยถูกทดสอบหนักกว่าหลายภูมิภาค
  • การเติบโตของ Cross-border Payments และ Embedded Finance เมื่อธุรกรรมเชื่อมต่อข้ามประเทศและฝังตัวอยู่ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซูเปอร์แอป หรือโซเชียล ความเสี่ยงก็ไม่ได้อยู่แค่ในธนาคาร แต่กระจายไปทั้ง ecosystem
  • AI เป็นทั้งเครื่องมือป้องกัน และช่องทางโจมตีใหม่ AI ถูกใช้ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติแบบเรียลไทม์ แต่ในขณะเดียวกัน อาชญากรรมไซเบอร์ก็ใช้ AI สร้างการหลอกลวงที่แนบเนียนขึ้นเช่นกัน

ความร่วมมือ ตัวแปรชี้ขาดของฟินเทคทศวรรษหน้า

ภาพใหญ่จากรายงานชี้ชัดว่า อาเซียนจึงไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้ใช้ปลายทาง แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่ทดลอง “โครงสร้างการเงินยุคใหม่” ที่ผสานสินทรัพย์ดิจิทัลกับระบบกำกับดูแลแบบดั้งเดิม วันนี้ภูมิภาคนี้กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI เชื่อมระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ ผสานสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ตลาดที่มีกฎระเบียบรองรับ และใช้ “Financial Inclusion” เป็นกลไกการเติบโตทางธุรกิจ
และในบริบทใหม่นี้ ไม่มีองค์กรใดเติบโตได้ลำพัง ธนาคารต้องจับมือกับสตาร์ทอัพ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการชำระเงินต้องเชื่อมต่อกันในระดับภูมิภาค ความร่วมมือจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นกลไกหลักของการขยายตัว

“นวัตกรรมระยะถัดไปจะไม่ได้วัดกันแค่ความล้ำของเทคโนโลยี แต่จะวัดจากความสามารถในการเดินหน้าทางเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม” Fong กล่าวอีกนัยหนึ่ง การเติบโตของฟินเทคในเอเชียแปซิฟิกกำลังพิสูจน์ว่าการทำกำไรและการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกัน อาเซียนจึงไม่ได้เป็นเพียงตลาดที่เติบโตเร็ว แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นต้นแบบของการพัฒนาและกำกับดูแลระบบการเงินยุคใหม่ในระดับโลก

อ่านรายงาน The Future of Fintech in APAC ฉบับเต็ม

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฟินเทคอาเซียนกำลัง “โตจริง” ไม่ใช่แค่ “โตไว” AI-Stablecoin-Digital Lending ต้นแบบระดับโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...