ผลสงคราม น้ำมันแพง ท่องเที่ยวอ่วมแน่ !?
เมืองไทย 360 องศา
บานปลายและยืดเยื้อแน่นอน เมื่อพิจารณาจากความเสียหายและเป้าหมายทั้งฝ่ายที่เริ่มโจมตีก่อน และฝ่ายที่ถูกโจมตีและตอบโต้กลับ จากสงคราม สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล กับอิหร่าน เพราะล่าสุดทางฝ่ายประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา ที่ระบุออกมาชัดเจนว่าการโจมตีจะดำเนินไปไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน แต่อาจเร็วกว่านั้นหากการโจมตีเป้าหมายได้สำเร็จ ขณะที่ฝ่ายอิหร่านที่ต้องสูญเสียผู้นำสูงสุด ที่ยังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณรวมไปถึงนายทหารระดับผู้บัญชาการทหารสูงสุด บุคคลชั้นนำรวมแล้วราว 50 คน ถือว่านาทีนี้เลือดเข้าตาก็ต้องตอบโต้โจมตีให้ถึงที่สุดไม่จำเป็นต้องยั้งกันอีกแล้ว
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์พร้อมกล่าวถึงความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้ว่า “การโจมตีครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนสามารถกำจัดบุคคลระดับนำที่เป็นแคนดิเดต เตรียมขึ้นสู่อำนาจในอนาคต ได้เกือบทั้งหมด จะไม่มีใครที่เราเคยคาดการณ์ไว้ได้ก้าวขึ้นมา เพราะพวกเขาทั้งหมดตายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกอันดับสองหรือสาม ก็ไม่เหลือ”
คำกล่าวของทรัมป์ เกิดขึ้นท่ามกลางคำถามสำคัญเกี่ยวกับสุญญากาศทางอำนาจ ในอิหร่าน และกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเสียชีวิตของ อยาตุลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังได้กล่าวถึงการเสียชีวิตของคาเมเนอี โดยระบุว่าเป็นการป้องกันตัว “ผมจัดการเขาก่อนที่เขาจะจัดการผม พวกเขาพยายาม (ลอบสังหารผม) ถึงสองครั้ง และใช่ ผมลงมือก่อน”
จากคำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ย่อมรับรู้ว่าการโจมตีต้องดำเนินไปอีกหลายวัน รวมไปถึงทางฝ่ายอิสราเอล ที่ต้องการทำลายเป้าหมายสำคัญทั้งบุคคลสำคัญ อาวุธ และจุดยุทธศาสตร์ของอิหร่านที่พวกเขาอ้างว่าเพื่อลดภัยคุกคาม ขณะที่ทางฝ่ายอิหร่านเมื่อถูกกระทำถึงขนาดนี้แล้วรับรองว่าไม่ต้องพูดอะไรกันแล้ว
แน่นอนว่า เมื่อสงครามยืดเยื้อ ความเสียหายและผลกระทบย่อมเกิดขึ้นในวงกว้างไปทั่วโลก โดยเฉพาะพื้นที่สงครามอยู่ในภูมิภาคการผลิตและส่งออกพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเมื่อโฟกัสมาที่ประเทศไทยก็ย่อมต้องโดนผลกระทบเข้าไปเต็มๆจากเรื่องดังกล่าว โดยคาดหมายและเตรียมรับมือกันไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะหาทางนำเข้าพลังงานอย่างไร และรับมือกับ “วิกฤตราคาแพง” อย่างไรเท่านั้นเอง รวมไปถึง “น้ำมันสำรอง” ที่ทางกระทรวงพลังงานบอกว่ามีสำรองไว้ใช้ได้อีกราวสองเดือน แต่หลังจากนั้นหากสถานการณ์การสู้รบไม่คลี่คลายก็ต้องรับมือกับปัญหายุ่งยากแน่นอน
ขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องเจอแน่นอนก็คือผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยว ที่เป็นเรื่องเฉพาะหน้าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และประเทศไทย ที่เรื่องดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในรายได้หลัก หากสงครามยืดเยื้อรายได้ส่วนนี้ก็จะต้องหดหายไป อีกทั้งก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันอยู่แล้วว่า ในปีนี้ไทยจะต้องเจอกับปัญหาเศรษฐกิจที่เติบโต้และลดลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 2 อาจราวร้อยละ 1.8-1.9 เท่านั้น ซึ่งถือว่าสาหัสอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอกับเรื่องสงครามที่ว่านี่ซ้ำเติมเข้าไปอีกก็ต้องเตรียมรับมือเอาไว้ให้ดี
สำหรับรัฐบาล ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล
โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิตทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พรัอมด้วยนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทั้งผู้บัญชาการด้านสูงสุด ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบกผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น
โดยก่อนหน้านั้น นายอนุทิน พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้หารือวงเล็กบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบจากการสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
จากนั้น ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ประชุมผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ
เรียกว่าเป็นการประชุมแบบครบทีม และทั่วถึง เพื่อประเมินสถานการณ์ เพื่อ “จำกัดความเสียหาย” ซึ่งก็พอคาดการณ์กันได้อยู่แล้วว่า ความเสียหายครั้งนี้จะกระทบไปทั่วโลก และแน่นอนว่าไทยก็ต้องโดนหนักด้วย โดยเฉพาะเรื่อง “ราคาน้ำมัน” ราคาพลังงาน ที่เวลานี้ได้ปรับราคาขึ้นไปแล้ว และหาก “โรงกลั่น” ในตะวันออกกลางหลายแห่งถูกโจมตี เหมือนกับก่อนหน้านี้ มีโรงกลั่นของซาอุดิอาระเบียถูกอิหร่านโจมตีจนได้รับความเสียหาย หากมีโรงกลั่นถูกโจมตีเพิ่ม หรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการลำเลียงน้ำมัน ก็จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
ดังนั้น เอาเป็นว่าสงครามครั้งนี้ถือว่าเลวร้ายเหนือความคาดหมาย และจะส่งผลกระทบในวงกว้าง และยาวนาน แม้ว่าสงครามอาจจะสงบในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่จะมีปัญหาตามมามากมาย เช่น ความรุนแรงจากการก่อนการร้ายแก้แค้นกันไปมา แต่ที่ต้องกังวลก็คือ คราวนี้ย่อมมีผลกระทบกับประเทศ และคนไทยโดยตรง เพราะเมื่อราคาพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนของเศรษฐกิจทุกอย่างสูงขึ้นหลับตาก็พอมองเห็นภาพอยู่แล้ว อีกทั้งเรื่องการท่องเที่ยวที่อีกไม่นาน ก็ต้องเจอเข้าเต็มๆ ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเจอ และเตรียมรับมือกันล่วงหน้ากันตั้งแต่ตอนนี้ !!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO