ทรัมป์ส่งสัญญาน พร้อมเจรจาผู้นำใหม่อิหร่าน อเมริกัน 43% ไม่เห็นด้วยกับสงคราม
ทรัมป์ส่งสัญญาน พร้อมเจรจาผู้นำใหม่อิหร่าน อเมริกัน 43% ไม่เห็นด้วยกับสงคราม
หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยมีการทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ใส่ฐานยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน และทำลายเรือรบหลายลำ ซึ่งถือเป็นการการยกระดับปฏิบัติการทางทหารที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากการลอบสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลรายหนึ่งเปิดเผยว่า ภารกิจในการลอบสังหารที่มุ่งเป้าไปยังนายคาเมเนอี เป็นผลจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐเป็นเวลานานหลายเดือน เจ้าหน้าที่พูดถึงปฏิบัติการลับดังกล่าวโดยระบุว่า มีปัจจัยหลายประการก่อให้เกิด “โอกาสทอง” ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการฝึกซ้อมและติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลระดับสูงของอิหร่านเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ควบคู่กับข่าวกรองแบบเรียลไทม์ที่ยืนยันว่าเป้าหมายรวมตัวกันอยู่
เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการเปิดปฏิบัติการโจมตีเกือบพร้อมกันภายในเวลาไม่ถึง 60 วินาที ในพื้นที่ 3 จุดที่อยู่ห่างจากอิสราเอลกว่า 1,609 กิโลเมตร ซึ่งคร่าชีวิตคาเมเนอีและบุคคลสำคัญของอิหร่านประมาณ 40 คน รวมถึงผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติและรัฐมนตรีกลาโหมของอิหร่านด้วย
ทางการอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน นับตั้งแต่เริ่มการโจมตีที่คร่าชีวิตคาเมเนอีและผู้นำระดับสูงรายอื่นๆ
อิหร่านประกาศจะแก้แค้น โดยยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่อิสราเอลและประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย กองทัพสหรัฐระบุว่าการโจมตีดังกล่าวทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย ซึ่งเป็นรายงานการสูญเสียของฝ่ายสหรัฐครั้งแรกจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ด้านหน่วยกู้ภัยอิสราเอลระบุว่า การโจมตีถล่มหลายจุด รวมถึงกรุง เยรูซาเล็ม และโบสถ์ยิวในเมือง เบตเชเมช ตอนกลางของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บ 28 คน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมในอิสราเอลเพิ่มเป็น 11 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 11 คน
การเปิดฉากโจมตีอิหร่านรวมถึงการตอบโต้กลับของอิหร่านยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลง โดยการสนธิกำลังของสหรัฐและอิสราเอลเพื่อโจมตีอิหร่านถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 8 เดือน โดยการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ผู้นำทางทหาร และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก แต่การสังหารคาเมเนอี ผู้ปกครองอิหร่านมานานกว่าสามทศวรรษ ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงในภูมิภาค
การที่สหรัฐและอิสราเอลมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างทางทหาร การเมือง และข่าวกรองสำคัญ ดูเหมือนจะทำให้สงครามที่ขยายวงกว้างขึ้น และอาจยืดเยื้อจนดึงทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าสู่ความไม่มั่นคง แม้ว่าการโจมตีอิหร่านครั้งนี้เหมือนเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางทหารอย่างน่าตกตะลึง สำหรับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่เข้าสู่อำนาจด้วยการชูนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” และเคยให้คำมั่นว่าไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ “สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น”
ทรัมป์กล่าวในวิดีโอที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า สหรัฐจะแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของทหาร และเตือนว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกก่อนที่ความขัดแย้งจะสิ้นสุด
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวันได้กระตุ้นให้ชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นเพื่อยึดอำนาจจากรัฐบาล ส่งสัญญาณเมื่อวันอาทิตย์ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Atlantic ว่า เขาเปิดกว้างต่อการเจรจากับผู้นำชุดใหม่ของอิหร่าน โดยระบุว่า ผู้นำชุดใหม่ของอิหร่านต้องการคุยกับเขา ซึ่งทรัมป์ก็ได้ตกลงจะคุยด้วยแล้ว
“พวกเขาต้องการคุย และผมก็ตกลงจะคุย ดังนั้นผมจะคุยกับพวกเขา พวกเขาควรทำตั้งนานแล้ว พวกเขารอช้าเกินไป” ทรัมป์ถูกอ้างว่าพูดเช่นนั้น
ผลสำรวจ Ipsos/Reuters ซึ่งสรุปผลเมื่อวันอาทิตย์ ระบุว่า ชาวอเมริกัน 27% เห็นด้วยกับการโจมตี ขณะที่ 43% ไม่เห็นด้วย และ 29% ยังไม่แน่ใจ ผู้ตอบแบบสอบถามราว 9 ใน 10 คนระบุว่าเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการโจมตีดังกล่าวบ้างแล้ว
คริส คูนส์ วุฒิสมาชิกเดโมแครต กล่าวว่า เขาไม่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านจะเกิดขึ้นได้อย่างไรจากปฏิบัติการในปัจจุบัน เพราะเขาไม่เห็นตัวอย่างใดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่การเปลี่ยนแปลงระบอบจะเกิดขึ้นได้จากการโจมตีทางอากาศเพียงอย่างเดียว
โจนาธาน พานิคอฟ อดีตรองเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐด้านตะวันออกใกล้ ระบุว่า วอชิงตันและอิสราเอลดูเหมือนกำลังดำเนินยุทธศาสตร์ที่ไม่เพียงมุ่งลดทอนขีดความสามารถในการตอบโต้ทางทหารของอิหร่านเท่านั้น แต่ยังตั้งใจทำให้ระบอบการปกครองสั่นคลอน ด้วยการกำจัดผู้นำระดับสูงและทดสอบความภักดีของกำลังพลระดับล่าง ความสำเร็จของแนวทางนี้ขึ้นอยู่กับว่ากองกำลังความมั่นคงจะวางเฉยหรือแปรพักตร์หรือไม่ หากความไม่สงบของประชาชนกลับมาอีกครั้ง
ทอม คอตตอน วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสภา กล่าวว่า ไม่มีคำตอบง่ายๆ ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคืออะไร เช่นเดียวกับ ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์และเป็นสายเหยี่ยวด้านความมั่นคง สนับสนุนข้อเรียกร้องของทรัมป์ให้ชาวอิหร่านเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครควรนำประเทศ โดยเกรแฮมกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่อิรัก ไม่ใช่เยอรมนี และไม่ใช่ญี่ปุ่น เราปลดปล่อยประชาชนจากระบอบก่อการร้าย”
ในฐานะผู้นำสูงสุดของอิหร่านก่อนที่จะถูกลอบสังหาร คาเมเนอีมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในนโยบายสำคัญทั้งหมดของประเทศนับตั้งแต่ปี 1989 เขายังเป็นผู้นำของกลุ่มผู้นำศาสนาและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ ซึ่งเป็นศูนย์อำนาจหลักสองแห่งของระบอบการปกครองของอิหร่าน
มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า สภาผู้นำซึ่งประกอบด้วยตัวเขา ประธานฝ่ายตุลาการ และสมาชิกของสภาผู้พิทักษ์ ได้เข้ารับหน้าที่ของผู้นำสูงสุดเป็นการชั่วคราว หลังการเสียชีวิตของคาเมเนอี
ขณะที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า จะมีการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายในหนึ่งหรือสองวันนี้ อารักชียังโพสต์บน X ว่า กองทัพอิหร่านได้ศึกษาความพ่ายแพ้ของกองทัพสหรัฐในพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันตกของเรา ซึ่งหมายถึงอัฟกานิสถานและอิรัก
“เราได้นำบทเรียนเหล่านั้นมาปรับใช้แล้ว การทิ้งระเบิดในเมืองหลวงของเราไม่มีผลต่อความสามารถในการทำสงครามของเรา” อารักชีกล่าว เขายังเขียนจดหมายถึงสหประชาชาติเมื่อวันอาทิตย์โดยระบุว่า การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล รวมถึงการโจมตีที่สังหารคาเมเนอี เป็นการเปิดกล่องแพนโดราที่อันตรายโดยไม่ยั้งคิด ทำลายรากฐานของความเสมอภาคแห่งอธิปไตยและความมั่นคงของโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งยังกล่าวโทษสหรัฐและอิสราเอลว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นสงคราม และบอกด้วยว่าเขาได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติอ่าวเปอร์เซีย โดยเรียกร้องให้พวกเขากดดันสหรัฐและอิสราเอลให้ยุติการสู้รบ
ด้าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ว่า “พวกคุณได้ล้ำเส้นแดงของเรา และต้องชดใช้ เราจะตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงจนพวกคุณเองต้องมาอ้อนวอนขอร้อง” ขณะเดียวกัน ทรัมป์โพสต์เตือนบนสื่อสังคมออนไลน์ไม่ให้อิหร่านตอบโต้ใดๆ โดยระบุว่า “ถ้าพวกเขาทำ เราจะโจมตีพวกเขากลับด้วยพละกำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน!”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทรัมป์ส่งสัญญาน พร้อมเจรจาผู้นำใหม่อิหร่าน อเมริกัน 43% ไม่เห็นด้วยกับสงคราม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th