เปิดเบื้องหลังหักดิบยึดเกษตรฯ บีบ “ธรรมนัส” พ้นอำนาจ วางตัวสายตรงคุมเบ็ดเสร็จ ล้างบางขั้วเก่ากุมงบหมื่นล้าน
เปิดเบื้องหลังหักดิบยึดเกษตรฯ บีบ “ธรรมนัส” พ้นอำนาจ วางตัวสายตรงคุมเบ็ดเสร็จ ล้างบางขั้วเก่ากุมงบหมื่นล้าน
วันที่ 17 ก.พ. 2569 สำนักข่าว The Room 44 เกาะพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลประจำวันที่ 17 ก.พ. 2569 เมื่อมีความชัดเจนที่พรรคภูมิใจไทย เตรียมส่งคนไปเป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ หลังจากร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรฯ ระบุว่า “การเป็นนักการเมืองจะไปยึดกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ มันไม่ใช่ การจัดสรรหรือเจรจาอยู่ที่แกนนำพรรค ไม่ใช่ว่าผมจะอยู่ที่นี้ตลอดเวลา เป็นการผิดมารยาทมากนะ” ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมตอบชัดเจนหลังถูกถามพรรคกล้าธรรมยังคงยึดกระทรวงเกษตรฯอยู่หรือไม่ บนความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยบีบยึดโควต้ากระทรวงนี้คืน ตามยุทธศาสตร์คุมด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ กระทรวงนี้เป็นหนึ่งในด้านเศรษฐกิจ ที่วางนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรมว.พาณิชย์ ควบรองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ
หากติดตามความเคลื่อนไหวภายในกระทรวงอย่างใกล้ชิด เรื่องนี้มีที่มาที่ไป เมื่อนายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผ่านงานเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการเกษตรระหว่างประเทศและมาตรฐานสินค้าเกษตร ก้าวขึ้นเป็นประธานคณะกรรมการการประปานครหลวง (กปน.) ตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ เกิดขึ้นในยุคที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯและรมว.มหาดไทย ตามมติครม. 11 พ.ย. 68 มติครม.ในวันดังกล่าวยังเห็นชอบโอนไปเป็นนักบริการระดับสูง ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก้าวขึ้นซี 11 พูดให้เห็นภาพมานั่งทำงานหน้าห้องนายกฯในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนให้งานไหลลื่นเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของหน่วยงานนั้น ว่ากันว่าเป็นการเตรียมพร้อมขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ขณะนี้มีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ขึ้นแทนคนเดิมตั้งแต่ 1 ต.ค. 68 เป็นต้นมา และจะเกษียณอายุในปีนี้
สำนักข่าว The Room 44 รายงานว่า ในวันที่เสนอครม. มีบันทึกข้อความวันที่ 10 พ.ย. 68 จากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กองอาลักษณ์ เรื่อง การโอนย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารระดับสูง(สำนักนายกรัฐมนตรี) โดยกราบเรียน นายกฯ ตามข้อเสนอของนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ ที่กำกับบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ในส่วนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ขอให้นำเสนอครม.พิจารณาอนุมัติรับโอน นายฉันทานนน์ วรรณเขจร ในที่สุดครม.มีมติเห็นชอบในวันที่ 11 พ.ย. 68 และเมื่อตั้งรัฐบาลอนุทินเสร็จเรียบร้อย ต้องจับตาดูบทบาทของนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ ในปี 62 ในนามโควต้าภูมิใจไทย ซึ่งเป็นบุคคลระดับที่ผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย เชื่อมือและไว้วางใจ เพื่อช่วยขับเคลื่อนกระทรวงนี้ตามนโยบายที่รณรงค์หาเสียงเอาไว้
ขณะที่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ ได้รับงบราว 40,558 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณที่จัดสรรในหมวดแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ได้รับราว 37,637 ล้านบาท งบก้อนนี้ประเทศไทยของเราน่าจะมีการบริหารจัดการน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการอภิปรายของนางปทิดา ตันติรันานนท์ สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทยในวันที่ 14 ส.ค. 68 ก่อนมีการยุบสภาเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69