โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ถ้วยทองรองเลือด” ประวัติศาสตร์บาดหมาง (?) ระหว่างบิดา-มารดาสมเด็จพระนเรศ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 08.03 น.
ภาพประกอบ - พระราชพงศาวดารแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตอน “ทูตเชียงใหม่ถวายราชบรรณาการ” โดย หลวงพิศณุกรรม์ (เล็ก), พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา

ตำนาน “ถ้วยทองรองเลือด” ชีวิตสมรสที่ไม่ราบรื่นของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช กับพระวิสุทธิกษัตรี พระราชบิดา-พระราชมารดา ในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับวัน วลิต หรือเยเรเมียส ฟาน ฟลีต(Jeremais van Vliet) พ่อค้าชาวดัตช์ที่มาอยู่สยามช่วงทศวรรษ 2170-2180 ตรงกับสมัยพระเจ้าปราสาททอง ตอนหนึ่งเล่าถึงความรุนแรงในครอบครัว หลังพระมหาจักรพรรดิ พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา พระราชทานพระธิดานาม “พระสวัสดิ์ราช” หรือพระวิสุทธิกษัตรี ให้เป็นพระมเหสีพระมหาธรรมราชา แห่งเมืองพิษณุโลก ความว่า

“บุคคลทั้งสองมีความแตกต่างกันมาก ชีวิตสมรสจึงมีแต่การทะเลาะเบาะแว้งและไม่ลงรอยกัน

ในการทะเลาะครั้งหนึ่งออกญาพิษณุโลกได้ตีพระเศียรพระราชธิดาแตก พระราชธิดาจึงใช้ผ้าซับพระพักตร์เช็ดพระโลหิตใส่ถ้วยทองไปถวายพระราชบิดาที่กรุงศรีอยุธยา พร้อมทั้งมีพระราชสาส์นทูลฟ้องว่าถูกพระสวามีทารุณเพียงใด

ด้วยเหตุนี้พระเจ้าแผ่นดินสยามจึงพิโรธพระราชบุตรเขยเป็นอย่างมาก มีรับสั่งให้ทหารยกกําลังไปฆ่า ออกญาพิษณุโลก ออกญาพิษณุโลกได้ทราบข่าวก็ไม่รอให้กองทัพจากกรุงศรีอยุธยามาถึงทิ้งบ้านเมืองรีบหนีไปยังเมืองพะโค(หงสาวดี)

วัน วลิต ยังเล่าว่า พระมหาธรรมราชาคือคนที่ยุยงให้พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์แผ่นดินพม่า ให้ทำสงครามกับกรุงศรีอยุธยา แล้วพระเจ้าบุเรงนองก็ยกทัพมาจริง ๆ โดยอ้างเหตุผลเรื่องขอแบ่งช้างเผือกจากอยุธยาไปประดับบารมี ด้านพระมหาธรรมราชาก็คุมกำลังหัวเมืองเหนือ (แคว้นสุโขทัยเดิม) มาร่วมช่วยรบด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวคือ สงครามช้างเผือก พ.ศ. 2106

อ. พิเศษ เจียรจันทร์พงษ์ ให้ทัศนะว่า ชีวิตคู่อันยุ่งเหยิงของพระมหาธรรมราชากับพระวิสุทธิกษัตรีจนเกิดเหตุการณ์ “เช็ดพระโลหิตใส่ถ้วยทอง” (ผลสืบเนื่องคือสงครามช้างเผือก) ในบันทึกของวัน วลิต นั้น ออกจะน่าเหลือเชื่อ คือเล่าได้อย่าง “เป็นตุเป็นตะ” ไปหน่อย และพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับอื่นยังให้สาระว่า ทั้งคู่ดูจะรักใคร่ปรองดองกันดีอยู่

อนึ่ง เพราะบันทึกดังกล่าวเขียนขึ้นหลังเหตุการณ์ไปแล้วราว 70 ปี จนยากจะสืบทราบได้ว่า เป็นเรื่องจริงหรือเพียงเรื่องเล่าสนุกปาก และเรื่อง “ถ้วยทองรองเลือด”ก็ไม่มีนักวิชาการท่านใดพยายามจะพิสูจน์หาความจริง เว้นแต่เอาไปเขียนเป็นบทนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ เพราะสามารถอธิบายเรื่อง “ซับซ้อน” ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ

ความซับซ้อนที่ว่าก็คือ ความสัมพันธ์ที่ไม่ราบเรียบจากการสมรสไขว้กันไปมาของ 2 วงศ์ตระกูล ได้แก่ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) กับราชวงศ์พระร่วง (สุโขทัย)

ราชวงศ์สุพรรณภูมิที่นั่งบัลลังก์กรุงศรีอยุธยามาอย่างยาวนาน มีกษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ล้วนแต่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับเจ้านายหัวเมืองเหนือ การสมรสเกิดขึ้นโดยบางคู่ฝ่ายชายเป็นสุพรรณภูมิ ฝ่ายหญิงเป็นพระร่วง หรือบางคู่ฝ่ายชายเป็นพระร่วง ฝ่ายหญิงเป็นสุพรรณภูมิ เพื่อเกื้อกูลประโยชน์ให้กันและกัน ไม่ก็หาประโยชน์จากอีกฝ่าย นั่นคือ “อำนาจ”

แล้วบทสรุปของสงครามช้างเผือกก็คือ พระมหาจักรพรรดิยอมมอบพระราเมศวร พระโอรสองค์โต พร้อมช้างเผือก 4 ช้าง กับขุนนางฝ่ายต่อต้านพม่า ให้พระเจ้าบุเรงนอง ส่วนพระมหาธรรมราชายังครองอำนาจอยู่ที่เมืองพิษณุโลก ศูนย์กลางหัวเมืองเหนือทั้งมวล และมีอำนาจเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นเพื่อคอย “เป็นหูเป็นตา” ให้กับพม่า ในการสอดส่องดูแลอยุธยา

เมื่อพระมหินทราธิราช โอรสอีกพระองค์ของพระมหาจักรพรรดิขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา พระองค์ก็รู้สึก “คับข้องใจ” กับอำนาจของพระมหาธรรมราชา จึงพยายามผูกสัมพันธ์กับพระไชยเชษฐาแห่งอาณาจักรลาวล้านช้าง ให้มาช่วยขจัดอำนาจดังกล่าว แต่ก็ไม่วายประสบกับความล้มเหลว

เมื่อพระมหินทราธิราชทรงเห็นว่า การเป็นกษัตริย์ของพระองค์ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก จึงอาราธนาพระราชบิดาซึ่งทรงพระผนวชอยู่ ให้กลับมาครองราชย์ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเล่าว่า เป็นจังหวะเดียวกับที่พระมหาธรรมราชาพาพระนเรศ พระราชโอรส ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าบุเรงนองที่กรุงหงสาวดี จึงเห็นสมควรเชิญ “พระพี่นาง” คือพระวิสุทธิกษัตรีกับราชนัดดา ให้ลงมายังอยุธยา เพราะ “พระมหาธรรมราชานี้มิได้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์แล้ว ไปใฝ่ฝากไมตรีแก่พระเจ้าหงสาวดีถ่ายเดียว”

พระมหาจักรพรรดิทรงเห็นด้วย จึงให้พระมหินทราธิราชเสด็จไปเมืองพิษณุโลกเพื่อรับพระวิสุทธิกษัตรีกับพระเอกาทศรถมายังกรุงศรีอยุธยา

อ. พิเศษ จึงวิเคราะห์ประเด็นนี้ว่า การเกิด “ข่าวลือ” จนเป็นตำนานถ้วยทองรองโลหิต อาจเป็นการสร้างความสมเหตุสมผล ให้ “พ่อตา” ได้ “พรากลูกพรากเมีย” พระมหาธรรมราชาอย่างชอบธรรมนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. (2553). การเมืองในประวัติศาสตร์ ยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชา กษัตราธิราช.พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 มีนาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ถ้วยทองรองเลือด” ประวัติศาสตร์บาดหมาง (?) ระหว่างบิดา-มารดาสมเด็จพระนเรศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...