“อิหร่าน” ยันโจมตีรัฐอ่าวเพื่อป้องกันตนเอง ประเทศเพื่อนบ้านเตือนความเชื่อใจพังยาวหลายปี
"อิหร่าน" ยันโจมตีรัฐอ่าวเพื่อป้องกันตนเองจากสหรัฐและอิสราเอล ชี้ฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรม ประเทศเพื่อนบ้านเตือนความเชื่อใจอาจพังยาวหลายปี
วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 16.47 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อิหร่านออกมาปกป้องการโจมตีต่อประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่า ฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าวถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการตอบโต้สหรัฐและอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ว่า การโจมตีดังกล่าวได้สร้างช่องว่างแห่งความเชื่อใจครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้านไปอีกหลายปี
การที่อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้านเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากสับสน ขณะที่รัฐบาลเตหะรานเองก็ส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของตน โดยก่อนหน้านี้อิหร่านได้กล่าวขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน จากเหตุโจมตี แต่หลังจากนั้นก็ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติม
เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า อิหร่านไม่ได้มีความเป็นศัตรูกับประเทศในอ่าวเปอร์เซีย แต่ฐานทัพของสหรัฐในภูมิภาคเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรม
เขากล่าวว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นสงคราม แต่กำลังป้องกันตนเองจากผู้รุกราน พร้อมยืนยันว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐในภูมิภาค และถือเป็นสิทธิในการป้องกันตนเองตาม มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ
บากาอี ระบุเพิ่มเติมว่า ฐานทัพหรือสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารใดก็ตามที่ถูกใช้เพื่อสนับสนุนการโจมตีอิหร่านถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม พร้อมเตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า หากเกิดสงครามกับอิหร่าน ความขัดแย้งจะไม่จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ เนื่องจากฐานทัพของสหรัฐกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค
แม้อิหร่านจะยืนยันว่าโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหาร แต่การโจมตีหลายครั้งกลับกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ โดยเฉพาะโรงงานน้ำมัน รวมถึงฐานทัพในประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้โดรนและเศษซากจากการโจมตียังตกลงในพื้นที่พลเรือนในหลายประเทศอ่าวเปอร์เซีย เช่น สนามบินในดูไบและอาบูดาบี รวมถึงโรงแรมและอาคารที่พักอาศัย ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งพลเรือนและทหาร
นักวิเคราะห์ มองว่า ยุทธศาสตร์ของอิหร่านมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันสูงสุดต่อประเทศเพื่อนบ้าน และแสดงให้เห็นว่าเตหะรานสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดน้ำมันได้
อีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์ยังมองว่าอิหร่านต้องการให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียซึ่งกำลังพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจ ออกแรงกดดันต่อสหรัฐและอิสราเอลให้ยุติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน
อย่างไรก็ตามประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียไม่ได้พอใจกับการกระทำของอิหร่าน โดย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายหนึ่ง กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอ่าวกับอิหร่านอาจฟื้นตัวได้ในระยะยาว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างช่องว่างแห่งความไว้วางใจที่อาจยาวนานหลายทศวรรษ
ด้าน กาตาร์ ระบุในแถลงการณ์ล่าสุดว่ารัฐบาลประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศในอ่าวเปอร์เซียอย่างรุนแรง และปฏิเสธคำอธิบายของเตหะรานโดยสิ้นเชิง
ขณะเดียวกัน สภาความร่วมมือรัฐอ่าวเปอร์เซีย (GCC) ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือทางการเมืองและเศรษฐกิจของ 6 ประเทศในภูมิภาค ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิหร่านว่าเป็นการกระทำที่ทรยศและโหดร้าย พร้อมระบุว่าจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องความมั่นคงและดินแดนของตน
ประเทศสำคัญในอ่าว เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ขู่ว่าจะตอบโต้ต่ออิหร่าน แต่จนถึงขณะนี้ยังหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่อาจทำให้ความขัดแย้งลุกลามมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ออกมาขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยกล่าวว่า อิหร่านไม่มีเจตนารุกรานประเทศอื่น และเรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาคร่วมมือกันเพื่อผ่านพ้นวิกฤต อย่างไรก็ตามหลังคำกล่าวดังกล่าวไม่นาน อิหร่านก็ได้ยิงจรวดไปยังฐานทัพอากาศของสหรัฐในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
คำขอโทษของเปเซชเคียนยังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสายแข็งภายในประเทศ รวมถึงสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โดยนักการเมืองสายอนุรักษนิยมบางรายกล่าวว่าท่าทีของผู้นำอิหร่านนั้น “อ่อนแอและไม่เหมาะสม”
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ย้ำว่าอิหร่านเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กล่าวหาว่าสหรัฐกำลังใช้ดินแดนของประเทศในภูมิภาคเป็นฐานในการโจมตีประเทศมุสลิมอื่น
อ้างอิง : www.cnbc.com