โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'คนไทยชุดที่ 2' อยู่ระหว่างอพยพจากอิหร่านไปตุรกี รัฐบาลยืนยันช่วยเต็มที่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 03.01 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 09.00 น.

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแถลงการณ์ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งแถลงโดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีใจความสำคัญดังนี้

พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

- สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในบาห์เรน รวมถึงการโจมตีอย่างต่อเนื่องในเลบานอน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

- ขณะนี้ ยังไม่มีท่าทีว่า สหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านจะกลับเข้าสู่การเจรจา ผู้นำของประเทศคู่ขัดแย้งยังคงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าว แม้ผู้นำประเทศอื่น ๆ ในอ่าวอาหรับและประเทศที่ได้รับผลกระทบข้างเคียงต่างแสดงท่าทีต้องการให้ยุติความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการทูตและการเจรจา จึงจำเป็นต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

- ถึงปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความเปราะบาง กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปภูมิภาคตะวันออกกลาง และคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่ขอให้พิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

- ตามที่เมื่อวานมีการรายงานพัฒนาการเรื่องการกลับมาทำการบินบางส่วนของสายการบิน Qatar Airways วันนี้ สายการบิน Qatar Airways จะมีเที่ยวบินมาถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 11 มีนาคม 2569

ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่

- อิหร่าน ช่วงเช้าวันนี้ (10 มีนาคม 2569) คนไทยกลุ่มที่เหลือที่อพยพออกจากอิหร่านรอบแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 และพักรอที่เมืองวานของตุรกีก่อนหน้านี้ ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว รวม 23 คน โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ

- นอกจากนี้ ยังมีคนไทยในอิหร่านชุดที่ 2 จำนวน 69 คน อยู่ระหว่างเดินทางออกจากอิหร่านไปยังเมืองวานของตุรกีในวันนี้ และจะเดินทางโดยเครื่องบินกลับประเทศไทยในโอกาสแรก โดยกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด

- อิรัก ขณะเดียวกัน ยังมีคนไทยอีก 14 คน ที่จะอพยพออกจากอิรัก โดยการประสานงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน เพื่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ตุรกี โดยศูนย์ปฏิบัติการฯ พร้อมรองรับและประสานการเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มดังกล่าวต่อไป

- ในส่วนของประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวก ดูแลและให้คำแนะนำ ประสานงานกับสายการบินในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ มอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่เรื่องการอนุญาตเดินทางผ่านแดน เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียง เพื่อเดินทางกลับไทยหรือไปยังประเทศที่ 3 ทางอากาศต่อได้

- ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ติดค้างในตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือและเดินทางกลับประเทศไทยรวม 351 คน

- รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

- เพื่อความปลอดภัยของคนไทยทุกท่านที่ยังพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีการชุมนุมหรือการประท้วงในประเทศที่มีความขัดแย้ง

- กระทรวงการต่างประเทศติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งใช้แนวทางทางการทูตและการเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง ทั้งนี้ ความปลอดภัยของคนไทยที่ยังคงอยู่ในพื้นที่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...