โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทบ.แจงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังไม่น่ากังวล ยังไม่พบสัญญาณยกระดับความขัดแย้ง

JS100

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 11.44 น. • JS100:จส.100
ทบ.แจงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังไม่น่ากังวล ยังไม่พบสัญญาณยกระดับความขัดแย้ง

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่สังคมอาจมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ว่ากองทัพบกได้ติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด มีการวางกำลังทหารดูแลอย่างเข้มแข็ง และจากการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณของการยกระดับความขัดแย้งในระยะใกล้

สำหรับกรณีพื้นที่ช่องซำแต จังหวัดศรีสะเกษ หน่วยทหารไทยในพื้นที่ตรวจพบความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาในลักษณะเข้าใกล้แนวรั้วลวดหนาม พร้อมพฤติกรรมในลักษณะก่อกวน และมีการถ่ายทำคอนเทนต์ยั่วยุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งฝ่ายไทยได้มีการพูดคุยตักเตือนไปแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทหารไทยได้ทำการยิงเตือนขึ้นฟ้าเพื่อเป้องกันการรุกล้ำและควบคุมสถานการณ์ตามกฎการใช้กำลัง และหน่วยทหารในพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยจากการประเมินเบื้องต้นพบว่ากำลังทหารที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นกำลังพลใหม่ที่ยังขาดประสบการณ์และวินัยในการปฏิบัติ

ส่วนกรณีพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีรายงานว่าทหารกัมพูชามีการขุดคูเลตหรือจัดสร้างฐานที่กำบังนั้น ถือเป็นการจัดตั้งที่มั่นทางทหารตามหลักยุทธวิธีทั่วไปของหน่วยทหารรบ เนื่องจากภายหลังที่กำลังทหารกัมพูชาถูกผลักดันกลับไปอยู่ในพื้นที่ของตนเอง การจัดสร้างที่กำบังหรือสถานที่ปฏิบัติการต่าง ๆ ในพื้นที่ของตนถือเป็นการสถาปนาความมั่นคงของหน่วยทหารในพื้นที่ใหม่ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติทางทหารโดยทั่วไป และยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวล

ประเด็นที่บางคนมองว่ากัมพูชาน่าจะมีการเอาพื้นที่คืนนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า หากเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นไปในลักษณะใช้ในมิติทางการทูตหรือกลไกทวิภาคีเป็นหลัก ส่วนในมิติทางทหารยังไม่พบสัญญาณหรือสิ่งบอกเหตุที่ชัดเจน ซึ่งไทยยังคงยึดหลักการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) โดยในปัจจุบันยังคงยึดหลักการตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC คือฝ่ายใดที่วางกำลังอยู่ในพื้นที่ใดก็ให้คงกำลังในพื้นที่นั้นไว้ก่อน จนกว่าจะมีการหารือผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องในอนาคต

ในเรื่องของการปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดนนั้น เป็นการปรับการวางกำลังตามสถานการณ์และวงรอบการปฏิบัติราชการของหน่วย เพื่อให้กำลังพลบางส่วนได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติของหน่วย ซึ่งในพื้นที่ยังคงมีการวางกำลังทหารเพื่อดูแลและเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากข้อมูลด้านการข่าว ยังไม่พบสัญญาณสิ่งบอกเหตุที่อาจจะนำไปสู่การปะทะขนาดใหญ่อย่างที่บางคนคาดเดา ในมุมมองทางทหารเชื่อว่า ณ ปัจจุบัน กัมพูชายังไม่มีความได้เปรียบเพียงพอที่ใช้กำลังทางทหารต่อฝ่ายไทย เนื่องจากการเตรียมความพร้อมฝ่ายไทยไม่ได้อยู่เพียงเฉพาะหน่วยที่ประจำบริเวณแนวชายแดนเท่านั้น จึงเชื่อว่าหากกัมพูชาตัดสินใจใช้กำลังจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อกัมพูชามากกว่าฝ่ายไทยอย่างแน่นอน ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันจึงยังไม่น่ากังวล แต่อย่างไรก็ตามผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่อยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท

ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และฝ่ายไทยยังยึดแนวทางการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการหารือระหว่างสองประเทศ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมของกำลังทหารในการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

#ไม่พบสัญญาณกสนปะทะ

#ไทยกัมพูชา

Cr:ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...