“อิหร่าน” ประกาศ ไม่ยอมให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียว ส่งออกจากภูมิภาค หากสหรัฐ-อิสราเอลยังโจมตี
"อิหร่าน" ประกาศ ไม่ยอมให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียว ส่งออกจากภูมิภาค หากสหรัฐ-อิสราเอลยังโจมตี ด้านทรัมป์เตือนตอบโต้หากอิหร่านขัดขวาง จะโจมตีหนักกว่าเดิมถึง 20 เท่า
วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 10.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศเมื่อวันอังคารว่าจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่ลิตรเดียว จากภูมิภาคตะวันออกกลาง หากสหรัฐและอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐออกมาเตือนทันทีว่า หากอิหร่านพยายามขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคดังกล่าว สหรัฐจะตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
คำเตือนของทรัมป์มีขึ้นหลังจากตลาดการเงินโลกผันผวนอย่างหนักในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลว่าโครงสร้างอำนาจด้านความมั่นคงของอิหร่านกำลังรวมตัวสนับสนุน โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ และไม่มีสัญญาณว่าจะยอมถอยจากความขัดแย้งในเร็ว ๆ นี้
ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อศักยภาพทางทหารของอิหร่าน และคาดว่าสงครามจะจบลงเร็วกว่ากรอบเวลา 4 สัปดาห์ที่เขาเคยประเมินไว้ แม้จะยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าชัยชนะในสงครามครั้งนี้จะมีลักษณะอย่างไร ขณะที่อิสราเอลระบุว่าหนึ่งในเป้าหมายหลักของสงครามคือการโค่นล้มระบอบการปกครองของผู้นำศาสนาในอิหร่าน ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าเป้าหมายหลักคือการทำลายโครงการขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แม้ทรัมป์จะเคยกล่าวว่าสงครามจะสิ้นสุดลงได้ก็ต่อเมื่ออิหร่านมีรัฐบาลที่ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ
ตามข้อมูลของเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ การโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธของสหรัฐและอิสราเอลตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ทำให้พลเรือนอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 1,332 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน
ทรัมป์ยังเตือนว่า หากอิหร่านพยายามปิดกั้นเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก สหรัฐจะเพิ่มความรุนแรงของการโจมตีอย่างมาก โดยกล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก จนพวกเขาหรือใครก็ตามที่ช่วยเหลือจะไม่สามารถฟื้นฟูพื้นที่นั้นของโลกได้อีก”
ด้าน IRGC ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า หากการโจมตีจากสหรัฐและอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป อิหร่านจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และยืนยันว่า“พวกเราเองจะเป็นผู้กำหนดจุดจบของสงครามครั้งนี้”
ทรัมป์ยังย้ำคำเตือนดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุว่า หากอิหร่านทำสิ่งใดที่ขัดขวางการไหลเวียนของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐจะโจมตีอิหร่านหนักกว่าเดิมถึง 20 เท่า
ผลจากสงครามทำให้ช่องแคบฮอร์มุซแทบถูกปิดโดยปริยาย เรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถเดินเรือได้มานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายต้องหยุดสูบน้ำมันเนื่องจากคลังเก็บเต็มความจุ
การแต่งตั้งโมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดเมื่อวันจันทร์ยิ่งทำให้ความหวังว่าสงครามจะยุติลงอย่างรวดเร็วลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง ก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวหลังทรัมป์แสดงความเชื่อว่าสงครามอาจจบลงในเร็ววัน รวมถึงมีรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานต่อรัสเซีย
หลังจากหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐอาจยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรด้านน้ำมันให้กับบางประเทศ เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนพลังงาน ซึ่งแหล่งข่าวหลายรายระบุว่าอาจหมายถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซียเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวอาจทำให้ความพยายามของชาติตะวันตกในการลงโทษรัสเซียจากสงครามยูเครนมีความซับซ้อนมากขึ้น ทางเลือกอื่น ๆ ที่ถูกพิจารณา ได้แก่ การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ของสหรัฐ หรือการจำกัดการส่งออกน้ำมันของสหรัฐเอง
ด้านตลาดพลังงาน สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเบรนท์ (Brent) ปรับตัวลดลงมากกว่า 10% ในวันอังคาร หลังจากที่พุ่งขึ้นถึง 29% ในวันจันทร์ สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกก็เริ่มฟื้นตัวเช่นกัน
ราคาน้ำมันเบนซินถือเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองอย่างมากในสหรัฐ โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพรรครีพับลิกันของทรัมป์ต้องพยายามรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสเอาไว้
ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์พบว่า 67% ของชาวอเมริกันคาดว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะที่มีเพียง 29% เท่านั้นที่สนับสนุนสงครามครั้งนี้
ขณะเดียวกัน การโจมตีทางทหารยังขยายวงกว้างขึ้น โดยโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานถูกโจมตีจนเกิดกลุ่มควันดำปกคลุมเมือง องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในอาหาร น้ำ และอากาศ
ตุรกีเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของนาโตสามารถยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลที่ยิงมาจากอิหร่านและล้ำเข้ามาในน่านฟ้าของตุรกีได้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ครั้งที่สองนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ขณะที่อิหร่านยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว
ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่าได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายใหม่ในอิหร่านตอนกลาง รวมถึงโจมตีกรุงเบรุตของเลบานอน หลังจากกองกำลังเฮซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยิงขีปนาวุธข้ามพรมแดน
ในอีกด้านหนึ่ง ออสเตรเลียได้อนุมัติวีซ่าด้านมนุษยธรรมให้กับนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน 5 คนที่ขอลี้ภัย เนื่องจากเกรงว่าจะถูกประหัตประหารในประเทศบ้านเกิด พร้อมทั้งประกาศว่าจะส่งเครื่องบินลาดตระเวนทางทหารไปยังตะวันออกกลาง รวมถึงส่งมอบขีปนาวุธให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อช่วยเสริมการป้องกันการโจมตีจากอิหร่าน
อ้างอิง : reuters.com