โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เศรษฐกิจไทยใต้เงา ‘สแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี’ บททดสอบรัฐบาลใหม่ ต้องหยุดอำนาจมืดก่อนประเทศ ‘ล่มสลาย’

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เศรษฐกิจไทยใต้เงา ‘สแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี’ บททดสอบรัฐบาลใหม่ ต้องหยุดอำนาจมืดก่อนประเทศ ‘ล่มสลาย’

กกร.จี้ทุกพรรค เร่งปราบสแกมเมอร์-ทุนสีเทา ชี้ไทยเผชิญ ‘สงครามเศรษฐกิจยุคใหม่’ ปี 2568 สูญกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท 3.23 แสนคดี เยียวยาเหยื่อได้แค่ 1% เตือนรัฐบาลใหม่เร่งบังคับใช้กฎหมายใน 6 เดือน หยุดอำนาจมืดก่อนประเทศล่มสลาย

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวในงานเสวนา “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” ภายใต้คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “สงครามเศรษฐกิจยุคใหม่” ที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยนวัตกรรม แต่เป็นการต่อสู้กับอาชญากรไซเบอร์และขบวนการทุนสีเทาที่กำลังกัดกินรากฐานเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลของประเทศ

ดร.พจน์ ระบุว่า ในปี 2568 เพียงปีเดียว ประเทศไทยมีความเสียหายจากคดีหลอกลวงออนไลน์และทุนเทากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท จากกว่า 3.23 แสนคดี แต่สามารถเยียวยาเหยื่อได้เพียง 1% เท่านั้น

ที่น่ากังวลยิ่งกว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของคนถูกหลอก แต่คือการที่ ‘ทุนเทา’ เข้ามาฟอกเงินผ่าน ‘นอมินี’ เพื่อทำธุรกิจในไทย ใช้ไทยเป็นฐานของการฟอกเงิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจ อย่างตรงไปตรงมาต้องล้มตาย และสู้ต้นทุนและอิทธิพลที่ผิดกฎหมายไม่ได้และเสี่ยงต่อการถูกขบวนการเหล่านี้ ‘ยึดรัฐ’ ผ่านการติดสินบนเจ้าหน้าที่และนักการเมืองระดับสูง

“นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ แต่คือมะเร็งร้ายของคอร์รัปชัน หากไม่หยุดตอนนี้ โครงสร้างประเทศอาจพังทลาย” ดร.พจน์ กล่าว

ทั้งนี้ เอกชนจึงอยากให้พรรคการเมืองทุกพรรค ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ชี้ชัดว่า “การแก้ปัญหาต้องไม่ใช่เพียงการปราบปรามเป็นรายคดี แต่ต้องเป็น การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและภาคธุรกิจในระยะยาว”

ดร.พจน์ ระบุอีกว่า ผลกระทบรุนแรงของสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี ต่อระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งการบิดเบือนกลไกตลาด ทำลาย SME การแย่งยึดธุรกิจสงวนของคนไทยผ่านนอมินี จนถึงการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและการลงทุนจากต่างประเทศ

ดังนั้น จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบาย Action Plan ต่อรัฐบาลใหม่ให้ดำเนินการภายใน 6 เดือนแรก คือ

1. การทบทวนกฎหมายเพื่อปิดช่องว่างนอมินีโดยพิจารณาผู้มีอำนาจควบคุมและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO)

2. การปฏิรูปหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มาตรการเชิงรุก 6 ด้าน ตั้งแต่การรณรงค์ไม่จ่ายใต้โต๊ะ การใช้ Open Data การนำเทคโนโลยีตรวจสอบโครงการรัฐ ไปจนถึงการคุ้มครองผู้ให้เบาะแสคอร์รัปชัน

“ประเทศไทยไม่ใหญ่เกินกว่าจะแก้ปัญหานี้ หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด หากปล่อยให้ขบวนการเหล่านี้ยึดรัฐได้ ประเทศชาติล่มจมแน่นอน กกร. และเพื่อนไม่ทนจะไม่ยอมอีกต่อไป และขอให้รัฐบาลใหม่พิสูจน์ความจริงใจด้วยการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม”

ห่วง ‘การเมือง-ผู้มีอำนาจรัฐ’ พัวพันทุนเทา จี้รัฐบาลใหม่แก้ 3 เรื่อง

ดร. มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เผยว่า เศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่ถึง 48.7% ของ GDP (ราว 8-9 ล้านล้านบาท) มาจากคอร์รัปชัน ซึ่งที่ผ่านมามีการส่งออกทองคำไปกัมพูชาที่สูงขึ้นผิดปกติ

โดยมีการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินคริปโต ซึ่งอาจเป็นช่องทางการฟอกเงินสำคัญของทุนเทา “หากไม่หยุดพฤติกรรมคอร์รัปชัน ก็จะไม่มีทางปราบสแกมเมอร์และทุนเทาให้หมดไปจากแผ่นดินไทยได้”

รังสิมันต์ โรม พรรคประชาชน ชี้ว่า การแก้ปัญหาต้องทำลายโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรมทั้งระบบ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจรัฐ และต้องตัดแรงจูงใจไม่ให้ใครเข้าไปพัวพันทุนเทาอีก

“การปราบปรามสแกมเมอร์และทุนสีเทาจะเดินหน้าไม่ได้ หากการเมืองยังขาดความน่าเชื่อถือ”

ด้านสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน แนะรัฐบาลใหม่ เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ 3 ข้อ

  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ต้องทำงานร่วมกับองค์กรสากลอย่างเป็นรูปธรรม
  • การปฏิรูปองค์กรอิสระ: โดยเฉพาะ ปปช. ที่ปัจจุบันมีข้อกล่าวหาเรื่องสินบน และตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่อาจมีคนในเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้สแกมเมอร์
  • การบังคับใช้กฎหมายกับคนไทย: ต้องจัดการกับข้าราชการและนักการเมืองระดับสูงที่เป็นเครือข่ายอำนวยความสะดวกให้กลุ่มทุนเทาอย่างจริงจัง

ภาพ : Punnarong/Getty Images

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...