โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์ชาติ ชี้คนไทยกว่า 86% ไม่ได้วางแผนออมเกษียณ และ 77.3 % มีเงินออมฉุกเฉินไม่เกิน 6 เดือน สมัครบัตรเครดิต ประกัน ลงทุนแนวโน้มลดลง

BTimes

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 18.34 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 11.19 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานปี 2567 ชี้ คนไทยมีทักษะทางการเงินดีขึ้นต่อเนื่อง และอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่อง “ดอกเบี้ยและดอกเบี้ยทบต้น” แม้กว่า 91.5% จะเก็บออมเงิน แต่ 77.3% ยังมีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และ 86% ยังไม่ได้วางแผนออมเกษียณ หรือยังไม่สามารถทำตามแผนได้ สะท้อนว่าหลายคนยังไม่สามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่เพียงพอในระยะยาว

ด้านการใช้บริการทางการเงิน ผู้ใช้บริการพื้นฐานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฝากเงินและโอนเงิน ขณะที่บริการอื่น เช่น บัตรเครดิต ประกัน และการลงทุน ยังมีผู้ใช้ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลง อีกทั้งการใช้สินเชื่อมีแนวโน้มลดลงในทุกกลุ่มอาชีพ จากการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ

คนไทยมีทักษะทางการเงินโดยรวมดีขึ้นต่อเนื่องและอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD แต่ความรู้ทางการเงิน เรื่องการคำนวณดอกเบี้ย และดอกเบี้ยทบต้นยังเป็นจุดอ่อน หลายคนยังไม่วางแผนการใช้เงิน และเลือกการกู้หรือยืมเมื่อเงินไม่พอใช้ ขณะที่คนรุ่นใหม่มีทัศนคติและค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับความสุขในปัจจุบันมากกว่าการวางแผนระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินของบุคคลและครัวเรือนในระยะยาว

ขณะที่ คนไทยเก็บออมเงิน แต่ยังมีเงินออมฉุกเฉินที่ไม่เพียงพอและยังไม่ได้คิดหรือวางแผนออมเกษียณ โดย 91.5% ของคนไทยเก็บออมเงิน 77.3% มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และ 86% ยังไม่ได้วางแผนออมเกษียณหรือยังไม่สามารถทำตามแผนออมเกษียณได้

ส่วนเงินออมฉุกเฉินเป็นพื้นฐานสำคัฐของการออมระยะยาว เริ่มออมวันนี้ เพื่อรับมือกับเหตุไม่คาดฝันในวันหน้า ช่วยให้จัดการหนี้ได้ แม้รายได้ลดลง และเพิ่มโอกาสในการออมเพื่อเกษียณได้สำเร็จ อีกทั้งส่วนใหญ่รู้ว่าการโพสต์หรือแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลบนโซเชียลมีเดีย มีความเสี่ยงและอาจถูกนำไปใช้ในทางผิดได้ แต่ความระมัดระวังการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์โดยใช้ Wi-Fi สาธารณะยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยน OECD

วิธีป้องปันภัยการเงินดิจิทัลได้ง่าย ๆ

– ไม่โพสต์/แชร์ข้อมูลสำคัญบนโซเชียลมีเดีย

– เปลี่ยนรหัสผ่านทุก 3-6 เดือน

– หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะ

ผลสำรวจการใช้บริการทางการเงินของคนไทยปี 2567

ภาพรวมการใช้บริการทางการเงิน พบว่าจำนวนผู้ใช้บริการทางการเงินพื้นฐานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฝากเงินและโอนเงิน ขณะที่บริการอื่น เช่น บัตรเครดิต ประกัน และการลงทุน ยังมีผู้ใช้น้อยและมีแนวโน้วลดลง

สัดส่วนการใช้บริการทางการเงินในระบบปี 2567 (มิติจำนวนผู้ใช้)ภาพรวมการเข้าถึงและใช้บริการทางการเงิน 98.1% บริการพื้นฐานเช่น บัญชีเงินฝาก 96.1% โอนเงิน 66.5% สินเชื่อ 31.3% ชำระเงิน 78.6% ส่วนบริการอื่น ได้แก่ บัตรเครดิต 7.9% ประกัน 33.2% การลงทุน 0.9%

คนไทยนิมใช้บริการทางการเงินผ่านสาขา เป็นช่องทางหลักในการฝาก-ถอนเงินสด ส่วนตู้ ATM/CDM มีบทบาทในการถอนเงินมากกว่าฝากเงิน ส่วนหนึ่งอาจมามจากตู้ CDM ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่และมีค่าธรรมเนียมสูง

Banking Agent เป็นช่องทางสำคัญในการชำระเงิน แต่ยังมีบทบาทน้อยด้านฝาก ถอน และโอนส่วนหนึ่งอาจมาจากข้อจำกัดด้านค่าธรรมเนียมและระบบบริการ ,Internet/mobile app มีการใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นช่องทางหลักในการโอนและชำระเงิน รวมถึงเริ่มมีการขอสินเชื่อออนไลน์

นอกจากนี้ 96.1% มีบัญชีเงินฝากในระบบ แบ่งเป็น 91.9% มีบัญชีเงินฝากเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 56.1% มีบัญชีเงินฝากที่ตั้งใจใช้เพื่อการออม

สำหรับภาพรวมการใช้สินเชื่อมีแนวโน้มลดลงในทุกกลุ่มอาชีพ จากความระมัดระวังของผู้ให้บริการตามภาวะเศรษฐกิจ ในมิติรายได้ ผู้มีรายได้น้อย ใช้สินเชื่อในระบบลดลง ซึ่งอาจสะท้อนข้อจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...