โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เดลตา แอร์ไลน์ส ขยายฝูงบินแอร์บัส สั่งซื้อเครื่องบินลำตัวกว้างเพิ่ม 31 ลำ เอ330-900 จำนวน 16 ลำ และ เอ350-900 จำนวน 15 ลำ

BTimes

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 09.30 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

เดลตา แอร์ไลน์ส ได้ลงนามในคำสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุด จากแอร์บัสอย่างเป็นทางการจำนวน 31 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบิน เอ330-900 (A330-900) จำนวน 16 ลำ และ เอ350-900 (A350-900) จำนวน 15 ลำ โดยเมื่อส่งมอบครบถ้วน ฝูงบินเครื่องบินลำตัวกว้างของเดลตาจะ เพิ่มเป็น เอ330นีโอ (A330neo) รวม 55 ลำ และเอ350 (A350) รวม 79 ลำ

เอ็ด บาสเตียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเดลตา แอร์ไลน์ส กล่าวว่า “ขณะที่เราขยายเครือข่ายเส้นทางระหว่างประเทศและเตรียมฝูงบินเพื่อรองรับตลาดเส้นทางบินระยะไกลท่เพิ่มขึ้น เครื่องบินรุ่นใหม่นี้ จะช่วยเสริมศักยภาพการ ดำเนินงานและยกระดับข้อเสนอด้านบริการระดับพรีเมียม เราให้ความสำคัญกับความร่วมมืออันยาวนานกับแอร์บัส และเครื่องบินลำตัวกว้างเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ รวมถึงสร้างประโยชน์ด้านต้นทุนในระยะ ยาวในอนาคต”

เบอนัวต์ เดอ แซงต์-เอ็กซูเปรี รองประธานบริหารฝ่ายการขาย ธุรกิจอากาศยานพาณิชย์ของแอร์บัส กล่าวว่า “ความเชื่อมั่นที่เดลตากลับมามีต่อทั้ง A330neo และ A350 สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน และสมรรถนะอันเป็นเลิศของตระกูลเครื่องบินลำตัวกว้างของแอร์บัส เครื่องบินทั้งสองรุ่นมอบพิสัยการบิน ความจุ และประสบการณ์ห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่เดลตาต้องการ เพื่อขยายสู่ตลาดใหม่ ๆ และเชื่อมโยง ผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน”

ปัจจุบัน เดลตา แอร์ไลน์ส ใช้งานเครื่องบินแอร์บัสมากกว่า 500 ลำ ครอบคลุมทุกรุ่น ตั้งแต่ A220 ไปจนถึง A350-900 และยังมีคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสที่ยังรอส่งมอบอยู่อีกราว 200 ลำ รวมถึงรุ่น เอ350-1000 (A350 1000)

เครื่องบิน A330neo ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ เทรนท์ 7000 (Rolls-Royce Trent 7000) รุ่นใหม่ ล่าสุด ออกแบบให้สามารถบินได้ไกลสูงสุด 8,100 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 15,000 กิโลเมตร แบบไม่หยุดพัก พร้อมช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ) และต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ A350 เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่ทันสมัยที่สุดในโลก ออกแบบให้บินได้ไกลสูงสุด 9,700 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 18,000 กิโลเมตร แบบไม่หยุดพัก และกำหนดมาตรฐานใหม่ของการเดินทางข้ามทวีป ด้วยเทคโนโลยีและอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงที่มอบประสิทธิภาพและ ความสะดวกสบายในระดับสูงสุด เครื่องยนต์ Rolls-Royce รุ่นใหม่ล่าสุด ควบคู่กับการใช้วัสดุน้ำาหนักเบา ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิง ลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งรุ่นก่อนหน้า

ทั้ง A330neo และ A350 มาพร้อมห้องโดยสาร Airspace ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแอร์บัส มอบผลิตภัณฑ์และ เทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ทันสมัย ช่วยยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทางให้แก่ทั้งผู ้โดยสารและ ลูกเรือ เช่นเดียวกับเครื่องบินแอร์บัสทุกรุ่น A330neo และ A350 สามารถใช้งานเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ได้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และแอร์บัสตั้งเป้าให้เครื่องบินของบริษัทสามารถรองรับการใช้ SAF ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ.2573

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ตระกูลเครื่องบิน A350 มียอดสั่งซื้อสะสมมากกว่า 1,500 ลำ จากลูกค้า 67 รายทั่ว โลก ขณะที่ตระกูลเครื่องบิน A330 มียอดสั่งซื้อสะสมมากกว่า 1,900 ลำทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...